แชร์ว่อนคลิปหลวงพ่อจัดหนัก พรมน้ำมนต์แรงมาก!

เป็นประเด็นแชร์กันว่อนเน็ต หลังมีผู้อัพโหลดคลิปวิดิโอ พระพรมน้ำมนต์แรงมาก! 

ขณะนี้โลกโซเชียล กำลังแห่แชร์คลิปวิดิโอ การรดน้ำมนต์ของพระสงฆ์รูปหนึ่ง ขณะทำพิธีพรมน้ำมนต์ให้เหล่าลูกศิษย์ลูกหา ด้วยวิธีที่เรียกได้ว่าเสียงดังมาก โดยพระรูปดังกล่าวได้ใช้ที่พรมน้ำมนต์ เคาะไปที่หัวอุบาสกอุบาสิกาอย่างรุนแรง จนสะดุ้งไปตามๆกัน

cats

ทั้งนี้ คลิปดังกล่าวได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา เนื่องจากเป็นวิธีที่ไม่ได้พบเห็นกันได้บ่อยหนัก เชื่อว่าใครอยากได้บุญหนักๆ แรงๆ ลองไปหาหลวงพ่อรูปนี้กันนะ ได้บุญเน้นๆทุกหัวเลย

MThai News

ขอบคุณคลิปจาก เพจFuckGhost ฟักโกสต์ : สมาคมต่อต้านสิ่งงมงาย

ทางเดินริมน้ำเจ้าพระยา เพื่อประโยชน์อย่างคุ้มค่า?

การสร้างทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างคุ้มค่าจริงหรือ ทำไมถึงมีหลายฝ่ายออกมาชี้ให้คิดทบทวนรูปแบบ?

แม่น้ำเจ้าพระยา ถือเป็นแม่น้ำสายสำคัญสายหลักที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน แม่น้ำสายนี้สะท้อนถึงวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ รวมไปถึงภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่มีในอดีต ปัจจุบันก็ยังเป็นแม่น้ำสายสำคัญทางการท่องเที่ยวและสัญจรของคนกรุง

ท่าเรือริมแม่น้ำเจ้าพระยา

จากนโยบายของรัฐบาลที่เตรียมพัฒนาพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างคุ้มค่า ในระยะทาง 14 กิโลเมตร เลียบฝั่งเเม่น้ำ เริ่มตั้งแต่สะพานพระราม 7 ถึงสะพานพระปิ่นเกล้าทั้งสองฝั่ง งบประมาณดำเนินการ 14,006 ล้านบาท กำหนดก่อสร้างต้นปี 2559 แล้วเสร็จปลายปี 2560

โดยเป็นเส้นทางจักรยานตลอดแนวริมแม่น้ำ เบื้องต้น การก่อสร้างคือลงเสาเข็มในแม่น้ำเจ้าพระยา ทำเส้นทางบนเสาความกว้างฝั่งละ 20 เมตร รูปแบบมาตรฐานการสร้างเป็นแบบเดียว ใช้เป็นพื้นที่นันทนาการและเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว

ฝั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ข้อมูลล่าสุด ที่ทางกทม ได้ชี้แจงการปรับแบบให้เป็นเสาตอม่อเดียวและลดความกว้างของทางเดินจาก 19.5 เมตรตามแบบเดิมให้เหลือ 12 เมตร ซึ่งได้มีการชี้แจงในรายการ คสช เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดีทางรัฐบาลยังไม่ได้มีการเปิดเผยแบบล่าสุดอย่างชัดเจน

ขณะที่มีอีกหลายเสียงสะท้อนชี้ให้ทบทวนการพัฒนาอย่างรอบด้าน เพื่อประโยชน์ที่ยั่งยืน โดยสื่อสังคมออนไลน์เเฟนเพจเฟสบุ๊ค Friend of River ถือเป็นอีกเสียงในโลกโซเชียลที่ตื่นตัวจากกรณีดังกล่าว ทั้งยังมีการรับฟังความคิดเห็น โดยแสดงจุดยืน อยากให้คิดทบทวนถึงการสร้างทางเดินริมน้ำให้รอบด้าน

ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ซึ่งระบุว่า แม่น้ำเจ้าพระยาในอดีตและในความทรงจำมีวิถีชีวิตริมน้ำ ภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ ได้ตายจากสังคมไทยไปนานแล้วด้วยเขื่อนคอนกรีต มันจะ ตายเป็นครั้งที่สอง ด้วยทางด่วนเลียบแม่น้ำที่กำลังจะเกิดขึ้น ควรจะใช้มันเป็น โอกาส ที่จะเยียวยาแม่น้ำและวิถีชีวิต ทั้งยังต้องตั้งโจทย์ที่ไกลกว่าเรื่องทางเดินริมน้ำ

หากการสร้างพื้นที่สาธารณะริมน้ำ ไม่สอดคล้องกับบริบทของเมือง ทั้งในด้านขนาดและการรองรับกิจกรรมประชาชน อาจก่อให้เกิดการใช้งานพื้นที่ไม่เหมาะสม ซึ่งนำไปสู่การทำลายภูมิทัศน์และการลดคุณค่าพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา รวมทั้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน ความเชื่อมโยงที่จะใช้ประโยชน์และกลมกลืนกับวิถีชีวิตริมน้ำเช่นเดิม

รูปแบบเปรียบเทียบที่จะสร้างทางริมน้ำ

ทางเดินและทางจักรยานสาธารณะสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ผ่านบริบทของเมืองที่มีความหลากหลาย ควรคำนึงถึงความต้องการของผู้อาศัยที่อยู่ในพื้นที่ ทั้งผู้ใช้งานด้วยกระบวนการการมีส่วนร่วม เพื่อหาแนวทางการออกแบบที่เหมาะสมและเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย

ถึงแม้ขณะนี้รัฐบาลเร่งดำเนินการตามแผนให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลาที่วางไว้ โดยเรื่องการออกแบบ กทม.และกระทรวงมหาดไทยได้เร่งดำเนินการ รวมถึงมีความคิดเห็นบางส่วนมองว่า อยากให้รอรูปแบบจากทางการให้แน่ชัดก่อนที่จะคัดค้านเพราะอาจจะมีบางคนคล้อยตามไม่ให้ดำเนินการสร้างตามรูปแบบ จนกลายเป็นกระแสดราม่าไม่จบสิ้น

ไม่ว่าบทสรุปของการสร้างทางเดินเลียบแม่น้ำครั้งนี้ จะลงเอยอย่างไร และได้นำมาใช้ประโยชน์มากน้อยแค่ไหน หลายฝ่ายคงอยากเห็นความสวยงาม ไม่กระทบวิถีชีวิตดั้งเดิม ทั้งศักยภาพการใช้งานระยะยาวแบบยั่งยืน เพื่อประโยชน์อย่างคุ้มค่าและส่งเสริมการท่องเที่ยว เรื่องนี้คงต้องจับตามองกันต่อไป…

นิลจักร

ขอบคุณภาพ Friends of River

MThai News

‘ไวรัสเมอร์ส’ เกาหลีใต้ ติดเชื้อเพิ่มอีก 14 ราย

เกาหลีใต้พบผู้ติดเชื้อ ไวรัสเมอร์ส เพิ่มอีก 14 ราย รวมทั้งประเทศมีผู้ติดเชื้อ 64 รายแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สาธารณสุขเกาหลีใต้แถลงถึงกรณีพบผู้ติดเชื้อโรคทางเดินหายใจ หรือ ไวรัสเมอร์ส เพิ่มอีก 14 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อจากไวรัสเมอร์สระบาดในประเทศเพิ่มเป็น 64 รายแล้ว และมีผู้เสียชีวิตเป็นรายที่ 5

475813088

โดยไวรัสเมอร์สที่ระบาดในเกาหลีใต้มาจากชายชาวเกาหลีใต้คนหนึ่งที่เดินทางกลับมาจากตะวันออกกลางพร้อมด้วยภรรยา ซึ่งติดเชื้อไปด้วย แต่อาการดีขึ้นและเป็นคนแรกที่ติดเชื้อเมอร์สและได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม เชื้อไวรัสเมอร์ส อยู่ในกลุ่ม ‘โคโรนาไวรัส’ เป็นญาติกับไวรัสก่อโรคหวัดธรรมดา รวมถึงไวรัส ‘ซาร์ส’ ซึ่งเคยระบาดในปี 2546 ทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 800 คนทั่วโลก โดยเมอร์สสามารถทำให้ผู้ติดเชื้อเกิดอาการหลากหลาย รวมถึงมีไข้, มีปัญหากับระบบทางเดินหายใจ ปอดอักเสบ และไตวาย ซึ่งองค์กรอนามัยโลกระบุว่า ผู้ที่ได้รับเชื้อดังกล่าว มีโอกาศเสียชีวิตเพียง 27 เปอร์เซ็นต์

MThai News

ที่มา : theguardian