ผลวิจัยเผย เลี้ยงแมว เสี่ยงต่อพัฒนาการเด็ก

มะกัน เผยผลวิจัย เลี้ยงแมว เสี่ยงต่อพัฒนาการเด็ก 

กลายเป็นกระแสฮือฮาในสังคมออนไลน์ต่างประเทศ เมื่อสำนักข่าวเมโทร ได้รายงานอ้างอิงผลวิจัยของมหาวิทยาลัยชื่อดังของสหรัฐอเมริกา โดยอ้างว่าหากเลี้ยงแมวไว้ที่บ้านอาจจะทำให้เด็กในบ้านโง่ได้

ดาวน์โหลด

ซึ่งกระแสข่าวดังกล่าวมีที่มาจากนักวิจัยของมหาวิทยาไอโอวา และมหาวิทยาลัยนานาชาติฟลอริดา เผยว่าในอุจจาระของแมวมีToxoplasma gondii ซึ่งเป็นโปรโตซัวแฝงอยู่ โดยมันส่งผลร้ายแรงต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก สร้างภาวะการเสื่อมถอยความสามารถในการอ่าน ความจำของเด็ก
โดยการวิจัยนี้ได้ทำการทดสอบกับเด็กอายุ 12-16 ปี จำนวน 1755 คน นอกจากนี้ปรสิตชนิดดังกล่าวยังเคยถูกอ้างว่าเป็นตัวก่อให้เกิดโรคจิตเภทด้วย ซึ่งการติดเชื้อปรสิตนี้สามารถทำได้ผ่านการสัมผัสและแพร่กระจายจากแมวและสัตว์เลี้ยงในบ้าน ถึงแม้ว่าปรสิตชนิดนี้จะไม่รุนแรงหากผู้ได้รับเชื้อมีอาการแพ้หรือขาดภูมิคุ้มกันอาจจะทำให้มีอาการร้ายแรงได้

MThai News

เคลียร์ยัง? ชาวเน็ตข้อง กระจกคว่ำแบบรถคลาสสิค ผิดกฎหมายมั้ย

เคลียร์ยัง? ชาวเน็ตข้อง กระจกคว่ำแบบรถคลาสสิค ผิดกฎหมายมั้ย

จากกรณีที่สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Tongchai J Thaisong ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความสงสัยหลังจากที่โดนตำรวจแจกใบสั่งให้เพราะกระจกรถมอเตอร์ไซค์คว่ำ โดยระบุว่าเป็นข้อหาดัดแปลงสภาพรถ และดำเนินการสั่งปรับไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเจ้าของภาพเผยว่าเป็นการทำตามสไตล์รถคลาสสิค พร้อมทั้งงงว่า แบบนี้ผิดกฎหมายหรือไม่ ?

11391430_917038791672625_669753972601946417_n

ซึ่งล่าสุด แฟนเพจ กฎหมายที่ตำรวจจราจรควรรู้ในการปฏิบัติหน้าที่ ได้ชี้แจงว่า ตามกฎหมายเรื่องอุปกรณ์ส่วนควบของรถจักรยานยนต์ กำหนดไว้ว่า “อุปกรณ์มองภาพ ( กระจก ) สามารถให้ผู้ขับรถมองเห็นสภาพการจราจรด้านหลังและด้านข้างได้อย่างชัดเจน ”

ดังนั้น ถ้ากระจกเรา แม้จะพับลง ถ้าขณะขับขี่ ยังคงมองสภาพการจราจรด้านหลัง และ ด้านข้างได้อย่างชัดเจน ก็ไม่ผิดกฎหมายแต่การพับกระจกตามภาพ ผู้ขับขี่ไม่สามารถมองสภาพการจราจรด้านหลังและด้านข้างได้ชัดเจน ในขณะขับขี่ ย่อมผิดกฎหมาย โดยอ้างอิงจาก  พ.ร.บ.รถยนต์ 2522 กฎกระทรวง กำหนดส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์สำหรับรถ ปี 2551ข้อ 5 (1)

MThai News

ร.ร.ดัง ล่าพันรายชื่อ ยกเลิกม.ปลายเรียนลูกเสือ

ร.ร.ดัง ล่าพันรายชื่อ เสนอผอ. ยกเลิกม.ปลายเรียนลูกเสือ

กลุ่มนักเรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ได้มีการตั้งแคมเปญออนไลน์รณรงค์ล่ารายชื่อ เสนอต่อ ผู้อำนวยการโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี และ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อขอให้ยกเลิกการเรียนการสอนวิชาลูกเสือในระดับวิสามัญ หรือ ระดับม.ปลาย โดยเผยว่า  ทางโรงเรียน บังคับให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกปีที่ 4 ทุกคนที่ไม่ได้ฝึกนักศึกษาวิชาทหาร (รักษาดินแดน – รด.) ต้องเรียนลูกเสือวิสามัญ

AYFKsacDoHCbZWl-800x450-noPad

โดยกล่าวว่าเป็นนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ การเรียนการสอนวิชาลูกเสือในสถานศึกษา นับว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ศึกษา โดยการเรียนลูกเสือภาคบังคับแต่เดิม จะสิ้นสุดการบังคับเรียนที่ระดับ “ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่” หรือในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยในระดับที่สูงขึ้นไป คือ “ลูกเสือวิสามัญ” จะเน้นให้ผู้เรียนสมัครใจเข้าศึกษาด้วยตนเอง

เมื่อพ้นจากหลักสูตรภาคบังคับตามกฎหมายแล้ว แม้จะกล่าวอ้างถึงคุณประโยชน์มากมายที่ผู้เรียนจะได้รับจากการศึกษาวิชาลูกเสือ ว่าจะทำให้เกิดผลดีในทางปฏิบัติ สร้างเสริมทักษะการดำรงชีพต่างๆ ก็ไม่ใช่เหตุอันสมควรในการที่จะใช้อำนาจของผู้บริหารสถานศึกษา หรือผู้ใหญ่ในกระทรวงศึกษาธิการ จัดการบังคับให้นักเรียนต้องปฏิบัติตามความพอใจ เนื่องจากผู้เรียนแต่ละคนเองก็มีความคิดเห็นเป็นของตนเอง อาจคิดเห็นแตกต่างไปว่าวิชาลูกเสือนั้นไม่อาจตอบโจทย์สำคัญในชีวิตของพวกเขา

อีกประการหนึ่งที่สำคัญ คือการเรียนการสอนระดับมัธยมปลายในสถานศึกษาของรัฐ ก็มีความตึงเครียดเนื่องจากปริมาณเนื้อหาสาระที่อัดแน่นในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานมากเกินพออยู่แล้ว การได้มีช่วงเวลาพักในภาคบ่ายเผื่อการผ่อนคลาย หรือเพื่อสะสางภาระงานต่างๆจากการศึกษาจึงเป็นเรื่องดี เช่นเดียวกันกับในหลายๆประเทศพัฒนาแล้วที่ระบบการศึกษาประสบความสำเร็จ ซึ่งมีช่วงว่างในภาคบ่าย (Free afternoon) และการเปรียบเทียบกับนักเรียนกลุ่มที่ต้องไปฝึกวิชาทหารก็ไม่ใช่เรื่องสมควร เพราะนักเรียนกลุ่มดังกล่าวสมัครใจไปฝึกด้วยตัวเอง

ด้วยเหตุผลทุกประการที่ได้ยกมาอธิบาย จึงขอเรียกร้องให้โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ยุติการบังคับเรียนลูกเสือวิสามัญ ในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 แล้วกลับไปใช้ระบบการเรียนด้วยความสมัครใจดังเดิม