เสียงแย้งบทลงโทษนักเรียน ขัดดัดนิสัยเด็ก!?

แทบทุกคนล้วนเคยผ่านชีวิตรสชาติในวัยเรียนกันมาแล้ว  การศึกษานำมาซึ่งความรู้ เพื่อให้เด็กนำไปใช้ในอนาคต นอกจากความรู้ในห้องเรียน ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าสิ่งที่ควบคู่กับการเรียนนั้น คือระเบียบวินัยที่ทุกโรงเรียนต้องมี โดยทุกคนต้องปฏิบัติตาม แม้ว่าจะเต็มใจหรือไม่ และผู้ที่ไม่ประพฤติปฏิบัติตามล้วนได้รับ‘การลงโทษ’

เสียงแย้งบทลงโทษนักเรียน ขัดดัดนิสัยเด็ก!?

บ่อยครั้งในทุกยุคสมัยจะเห็นว่าภายในโรงเรียนมักมีนักเรียนไม่เชื่อฟัง และแหกกฎ แม้จะมีมาตรการบทลงโทษสำหรับเด็กที่มีพฤติกรรมไม่อยู่ในขอบเขตของระเบียบวินัย ที่โรงเรียนที่ได้วางไว้ก็ตาม

ก่อนหน้านี้มีเรื่องราวให้ติดตามบ่อยครั้ง เกี่ยวกับบทลงโทษสำหรับนักเรียนที่แหกกฎทั้งหลาย ซึ่ีงมักจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตลอดถึงความรุนแรงที่เกินกว่าเหตุ แต่กลับชวนให้ตั้งคำถามว่าบทลงโทษรุนแรงจริงหรือ? เสียงขัดแย้งไม่ให้ลงโทษเด็กจะกลายเป็นพ่อแม่รังแกฉัน!?

ล่าสุดในโลกออนไลน์ มีการส่งต่อภาพของคุณครูที่กำลังลงโทษนักเรียน ด้วยการใช้ปากกาหมึกสีเขียนกางเกง โดยให้เหตุผลว่าเด็กทำผิดแต่งกายยั่วยุก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท สิ่งที่หลีกหนีไม่ได้ นั่นคือกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากสังคมโซเชียลว่าลงโทษเกินกว่าเหตุหรือไม่

เสียงแย้งบทลงโทษนักเรียน ขัดดัดนิสัยเด็ก!?

แม้ทางโรงเรียนจะมีการชี้แจงแล้วว่าเด็กกลุ่มดังกล่าว ได้ติดทัณฑ์บนของโรงเรียนอยู่และมีพฤติกรรมที่ไม่ดีก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท ส่งผลให้เด็กคนอื่นพลอยได้รับความเดือดร้อน

ทั้งยังยืนยันว่าผู้ปกครองโรงเรียนนี้ได้ให้ความร่วมมืออย่างดีและไม่ติใจแต่อย่างใด แต่ถึงแม้กระนั้นก็หนีไม่พ้นเสียงคัดค้านการทำโทษที่ไม่ว่าจะรุนแรงจริงหรือไม่ก็จะมีเสียงแย้งแทบทุกสมัย เสียงเหล่านี้อาจทำให้ขัดการดัดนิสัยเด็ก และอาจส่งผลให้เด็กทำผิดซ้ำ ๆ เนื่องจากบทลงโทษเบาบางเกินไป

เสียงแย้งบทลงโทษนักเรียน ขัดดัดนิสัยเด็ก!?

ทั้งนี้ หลายคนคงสงสัยว่าครูลงโทษนักเรียนด้วยวิธีรุนแรงได้หรือไม่ ด้วยการออกระเบียบของกระทรวง ว่าด้วยการลงโทษนักเรียน พ.ศ.2548 กำหนดให้การลงโทษเด็กทำได้แค่ 4 สถาน เท่านั้น คือ

1. ว่ากล่าวตักเตือน

2. ทำทัณฑ์บน

3. ตัดคะแนนความประพฤติ

4. ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และภายหลังมีการเพิ่มมาตรการลงโทษเด็กที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ โดยให้พักการเรียนกับเด็กที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง

อย่างไรก็ตาม สถาบันที่สร้างคนให้เติบโตเป็นคนดีของสังคมนั้น เริ่มจากจุดเล็ก ๆ โดยครอบครัว ทุกคนล้วนอยากเห็นสังคมไทยมีแต่ความสุข ด้วยการทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด คุณครูก็เช่นกันคงไม่อยากลงโทษนักเรียน

หากเด็กเหล่านี้ไม่ได้กระทำผิด แต่ควรอยู่ในกฎเกณฑ์เหตุผลที่ต้องมาเหนืออารมณ์ความรู้สึก รวมถึงนักเรียนเองก็ต้องทำหน้าที่ของตนให้ดีเช่นกัน

-แมวนิลจักร-

MThai News

โจรแสบ! ย่องยกเค้าอดีตแกนนำ พธม. กวาด 20 ล.

เกิดเหตุคนร้ายย่องเบา งัดบ้านพักหรูของอดีตแกนนำ พธม. กวาดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ไปอย่างลอยนวล

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา  ร้อยเวร สน.คันนายาว รับแจ้งมีเหตุงัดบ้านลักทรัพย์สิน ภายในบ้านเลขที่ 70/246 หมู่บ้านชลลดา รามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว พบบ้านดังกล่าวเป็นของ นายประพันธุ์ คูณมี อายุ 61 ปี เป็นประธานและทนายความบริษัทอมรินทร์กฎหมายและการบัญชี จำกัด อดีตสมาชิกสภาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และอดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

ยกเค้าบ้านอดีตแนนำ พธม.

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวหรู 2 ชั้น เนื้อที่กว่า 100 ตร.ว. ตรวจสอบพบประตูเล็กหน้าบ้านและหน้าต่างหลังบ้านถูกงัดจนเสียหาย ขณะที่ด้านในข้าวของโดนรื้อค้นกระจัดกระจาย รวมถึงตู้นิรภัยขนาดสูง 3.5 ฟุต กว้าง 2 ฟุต น้ำหนักกว่า 100 ก.ก.ก็หายไปด้วย

จากการสอบสวน นายประพันธุ์ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ตนออกไปทำงานตั้งแต่ช่วงเช้า กระทั่งทราบว่าเพื่อนเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์จึงรีบไปเฝ้าอาการทั้งคืน พอตอนเช้าวันนี้แม่บ้านโทรฯมาบอกว่าบ้านโดนงัดและขโมยตู้นิรภัยไป จึงรีบกลับมาและพบว่าเกิดเหตุขึ้นจริง ซึ่งภายในตู้นิรภัยมีทรัพย์สินหลายรายการ อาทิ พระเครื่องจากเกจิอาจารย์ดังเลี่ยมทองกว่า 60 องค์ นาฬิกาหรู 8 เรือน สร้อยแหวนเพชร สร้อยแหวนทอง และอาวุธปืน 1 กระบอก ส่วนทรัพย์สินห้องภรรยาที่หายไปได้แก่ เครื่องประดับ อัญมณี เครื่องเพชร และสร้อยแหวนเงินทอง รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

MThai News

ที่มา… เดลินิวส์

แอนนา รีส ร่วมงานศพรองสวป.-ขนลุก! วิญญาณยังห่วง โผล่หาแม่

น้องชาย “ร.ต.ท.นภาดล” เผยหลาน 4 ขวบ เห็นวิญญาณพี่ชายกลับบ้านหาแม่ คาดยังห่วงครอบครัว ขณะ “แอนนา รีส” เข้าร่วมงานสวดศพคืนที่สอง ร่ำไห้ขอขมาครอบครัว

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่วัดไผ่มุ้ง ต.วังน้ำเย็น อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงานสวดอภิธรรมศพของ ร.ต.ท.นภาดล วงษ์บัณฑิต รองสวป.สภ.เมืองสุพรรณบุรี ช่วยราชการจราจรกลาง กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ประสบอุบัติเหตุถูกรถเบนซ์ของ น.ส.แอนนา แฮมบาวรีส หรือ แอนนา รีส ดารานางแบบชนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า

แอนนารีส

แอนนา รีส ขอขมามารดา ร.ต.ท.นภาดล

บรรยากาศภายในงานยังเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ญาติและเพื่อนต่างทยอยเดินทางเข้าร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพในวันที่ 2 โดยนางฉันทนา วงษ์บัณฑิต ภรรยาของ ร.ต.ท.นภาดล เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า รู้สึกเสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะสามีจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ถือเป็นการสูญเสียเสาหลักของครอบครัวอย่างกะทันหัน จึงรู้สึกตกใจและยังทำใจไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามตนจะต้องเข้มแข็ง เพราะยังมีลูกสาวอีกสองคนที่ต้องคอยดูแล

ขณะที่นายศรุต ตรัสพันธ์ น้องชายของ ร.ต.ท.นภาดล ได้เล่าให้ฟังถึงเรื่องราวน่าขนหัวลุกหลังจากที่พี่ชายถูกรถชนเสียชีวิตว่า หลังเสร็จจากงานสวดศพคืนแรก บรรดาญาติๆก็ต่างมานอนเฝ้าศพของพี่ชายที่ศาลา มีเพียงมารดาและหลานชายวัย 4 ขวบที่กลับไปนอนที่บ้านพัก ซึ่งระหว่างที่มารดาปิดไฟจะเข้านอน ปรากฏว่าหลานชายได้เห็นผู้ตายมายืนอยู่ที่หน้าประตูบ้าน โดยแต่งกายด้วยเครื่องแบบสีขาว เหมือนชุดที่ใส่ตอนงานรดน้ำศพ หลานจึงได้ไปบอกกับมารดาตนว่า “อานะ” (ร.ต.ท.นภาดล) มายืนอยู่ที่หน้าบ้าน มารดาตนจึงรีบลุกไปดู แต่ก็ไม่เห็น จากนั้นจึงได้เข้านอน แต่ระหว่างที่นอนอยู่มารดาก็ได้ยินเสียงฝีเท้ามาเดินวนอยู่รอบๆบ้าน ซึ่งมารดาตนจำได้ว่าเป็นเสียงเดินของพี่ชายที่ใส่รองเท้าตำรวจ จึงเชื่อว่าวิญญาณพี่ชายอาจจะยังเป็นห่วงครอบครัว จึงไม่ยอมไปไหน

ต่อมาในเวลาประมาณ 19.30 น. น.ส.แอนนา รีส ได้เดินทางมาที่วัดไผ่มุ้ง เพื่อเคารพศพ ร.ต.ท.นภาดล พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต โดยระหว่างที่ น.ส.แอนนา รีส จุดธูปไหว้ขออโหสิกรรมต่อศพ ได้ร้องไห้อยู่ตลอดเวลา และยังได้กล่าวคำขอโทษต่อภรรยาและบุตรสาวทั้งสอง รวมทั้งญาติๆของ ร.ต.ท.นภาดลด้วย จากนั้นได้นำพวงหรีดมาเคารพศพ ร.ต.ท.นภาดล และได้นำพวงมาลัยดอกมะลิไปกราบขอขมานางตุ๊ วงษ์บัณฑิต มารดาของร.ต.ท.นภาดล พร้อมกับมอบเงินช่วยเหลือในการจัดงานศพจำนวนหนึ่ง ก่อนที่จะไปนั่งฟังพระสวดอภิธรรมศพ ท่ามกลางผู้ที่เข้ามาร่วมงานอย่างเนืองแน่นจนล้นศาลาลงมาด้านล่าง

ที่มา เดลินิวส์

MThai News