เร่งสอบวินัย พระลงรถหรูนั่งนับเงิน

ตรวจสอบคลิปพระสงฆ์ลงจากรถตู้โฟล์ค เทบาตรนั่งนับเงินไม่แคร์สื่อ ชี้เคยถูกจับข้อหาไม่มีใบขับขี่ พร้อมเร่งประสานหน่วยงานตรวจสอบทางวินัย 

หลังจากกระแสในโลกออนไลน์ มีการส่งต่อคลิปแฉพฤติกรรมพระ ซึ่งเป็นภาพเผยขณะที่พระลงจากรถตู้โฟล์คสวาเกน บริเวณริมถนน ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อลงมานั่งนับเงินในบาตร โดยไม่สนใจสายตาของผู้ผ่านไปมา

ล่าสุด วันนี้ (2 มิ.ย. 58) มีรายงานว่า พระเคยถูกตำรวจพัทลุงจับกุมมาแล้ว เมื่อวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา เหตุครั้งนั้นพบรถตู้ขับส่ายไปส่ายมาบนถนนสายเอเชีย ซึ่งก็เป็นรถตู้คันเดียวกันกับที่ปรากฎในคลิป หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกติดตามรถตู้คันดังกล่าวจนเจอ

จากการตรวจสอบ พบว่าคนขับรถเป็นพระสงฆ์ ชื่อ พระมหานิพนธ์ สุสุทโธ อายุ 56 ปี สังกัดพระลูกวัดปุรณาวาส กรุงเทพมหานคร บริเวณด้านในรถมีเครื่องรางของขลัง เงินสดแบงก์ 20 เต็มในบาตรพระ เครื่องมือคอมพิวเตอร์ เครื่องปรินท์ และเครื่องยาสมุนไพรอีกจำนวนมาก

ทั้งนี้ การจับกุมในครั้งนั้นตำรวจแค่เรียกมาปรับและดำเนินคดีในข้อหาไม่มีใบอนุญาตขับรถเท่านั้น พร้อมได้ประสานไปยังพระวินัยเจ้าคณะตำบลตะโหนด อ.ควนขนุน จ.พัทลุง และเจ้าหน้าที่สำนักพระพุทธศาสนาเพื่อตรวจสอบวินัยและพฤติกรรม แต่ไม่สามารถดำเนินใดๆได้ จนต้องปล่อยตัวพระมหานิพนธ์กลับไป

ด้านพระมหานิพนธ์ กล่าวว่า ได้ขับรถตู้คันดังกล่าวมุ่งหน้าไปยัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อไปซื้อของ อีกอย่างตนขับรถมา 8 ปีแล้ว ขับมาทั้งชีวิตจะไปไหนก็ขับเองตลอด ถ้าทางตำรวจอยากปรับก็ปรับไป สำหรับกรณีล่าสุด ได้รับการยืนยันจากพระที่ จ.ชลบุรี ว่าพระรูปดังกล่าวไม่ได้ประจำอยู่วัดใน จ.ชลบุรี แต่อย่างใด

ขอบคุณข้อมูล เรื่องเล่าเช้านี้ 

MThai News

ประกาศ! ต้องแสดงบัตรปชช.ก่อนส่งไปรษณีย์

ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน หากต้องการฝากส่งสิ่งของทางไปรษณีย์ จะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน

วันนี้ (2มิ.ย.) เว็บไซต์ของ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้มีการแจ้งข่าวให้ผู้ใช้บริการทราบว่า หากต้องการฝากส่ง สิ่งของทางไปรษณีย์ จะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามเกี่ยวกับยาเสพติด

ดังนั้นตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2558 ผู้ฝากส่งสิ่งของทางไปรษณีย์ ตั้งแต่ 2 กิโลกรัมขึ้นไป จะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน ต่อเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไทยเพื่อดำเนินการ

cats

นางวราภรณ์ ใช้เทียมวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด  เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับมาตรการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2558)

เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมการกำหนดประเภทสถานประกอบการที่อยู่ภายใต้บังคับของมาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการ ประกาศ ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 และประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2558)

เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมมาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการ ประกาศ ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558

Print

ซึ่งมีสาระสำคัญกำหนดให้ผู้ประกอบกิจการขนส่งสินค้าหรือพัสดุภัณฑ์ เป็นสถานประกอบการที่อยู่ภายใต้บังคับของมาตรการป้องกัน และปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการ

และต้องให้ความร่วมมือดำเนินการโดยผู้ใช้บริการจะต้องแสดงหลักฐานประจำตัว เช่น บัตรประจำตัวประชาชน ของผู้ฝากส่งหรือผู้ฝากส่งแทน

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จึงความร่วมมือจากผู้ใช้บริการแสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง (กรณีเป็นชาวต่างประเทศ) ต่อเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ เพื่อดำเนินการตามมาตรการข้างต้นต่อไป

ทั้งนี้ หากผู้ใช้บริการไม่ได้เตรียมหลักฐานประจำตัวมาในขณะฝากส่ง บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด มีความจำเป็นต้องขอระงับการรับฝากไว้ก่อน จนกว่าจะมีหลักฐานมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่

อนึ่ง บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ขอแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบว่ายาเสพติดเป็นสิ่งของผิดกฎหมาย และต้องห้ามในการขนส่งทางไปรษณีย์โดยเด็ดขาด สิ่งของที่เกี่ยวข้องอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีตามกฎหมายได้

MThai News

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Pop Teerakathiti,บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

ปอย ช่อง7เข้าขอโทษสมยศ เหตุอ่านชื่อผิด

ภานุรัตน์ พรหมคชสุต ผู้ประกาศข่าวช่อง 7 เข้าขอโทษ พล.ต.อ.สมยศ หลังอ่านชื่อผิดจาก “สมยศ” เป็น “สม..ย..”

วันนี้ (2มิ.ย.) จากกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่คลิปวีดีโอ ที่ผู้ประกาศข่าวสาวของช่องชื่อดัง ภานุรัตน์ พรหมคชสุต ที่กำลังดำเนินรายการข่าวเช้าร่วมกับอีก 2 พิธีกร

ซึ่งผู้ประกาศข่าวสาวคนดังกล่าว ได้อ่านพาดหัวข่าวเกี่ยวกับการสั่งถอดยศศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ด้วยความที่ไม่ทันได้ระวัง ทำให้ออกเสียงเรียกชื่อ พล.ต อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผิดเพี้ยนไป จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง

11330008_778474492250803_4445882552356654057_n

ล่าสุดนางสาวภานุรัตน์ ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.สมยศโดยนำพวงมาลัยเพื่อมากราบขอโทษ หลังจากอ่านชื่อผิดจาก “สมยศ” เป็น “สม..ย..” ขณะรายการกำลังถ่ายทอดสดทั่วประเทศ ซึ่งทาง พล.ต.อ.สมยศ ไม่ถือโทษโกรธ พร้อมทั้งให้กำลังใจ เนื่องจากการทำงานย่อมมีผิดพลาดกันได้

MThai News

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Thailand Police Story