ตำรวจปทุมธานีแกะรอยคนร้ายยิงหนุ่มนักศึกษาม.รังสิต เผยรวบได้แล้ว 1 รายหลังออกหมายจับ 3 ราย ยังให้การปฏิเสธ ด้าน “อุดมเดช”ชี้ยังไม่จำเป็นต้องใช้ม.44 ปิดร้านเหล้า
วันที่ 2 มิ.ย. พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยความคืบหน้าคดีคนร้ายยิงนายอาทิตย์ สายสล้าง อายุ 20 ปี นักศึกษาปีที่ 2 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตเสียชีวิต และเพื่อนนักศึกษา 2 คน ถูกแทงได้รับบาดเจ็บเมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านหลังร่วมประชุมชุดสืบสวนวานนี้(1มิ.ย.)ว่า คดีมีความคืบหน้าไปมาก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สเกตช์ภาพผู้ต้องหาตามภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้กับที่เกิดเหตุจำนวน 3 ราย พร้อมออกหมายจับทั้ง 3 รายแล้ว และเร่งออกติดตามจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าว

คนร้ายยิงนักศึกษาม.รังสิต
โดยรายงานข่าวแจ้งว่า ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานีได้เชิญตัวเพื่อนของผู้ต้องหาที่อยู่ในแก๊งเดียวกันมาสอบสวน ให้การว่าผู้ต้องทั้ง 3 ราย มีชื่อเล่นว่า เก๋ ตี๋ และเบียร์
ล่าสุด เมื่อเวลา 21.00 น.ที่ผ่านมา แหล่งข่าวตำรวจชุดสืบสวนได้แกะรอย 1 ในผู้ต้องหาตามหมายจับจนสามารถจับกุมตัวได้แล้ว ทราบชื่อ นายชนากร หรือตี๋ อ่อนพุก อายุ 24 ปี ขณะเข้ามากบดานในพื้นที่แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. ซึ่งเป็นที่อยู่ที่ระบุไว้ในบัตรประจำตัวประชาชน เบื้องต้นนายชนากรยังให้การปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุดังกล่าว
ด้านพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีมหาวิทยาลัยรังสิตมีแถลงการณ์เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ปิดสถานบันเทิงและร้านเหล้ารอบมหาวิทยาลัยรังสิตว่า เรื่องนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกระทรวงต่างๆ จะต้องมาหารือร่วมกัน เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
ที่ผ่านมา คสช.เคยมีการหารือการดำเนินการกับร้านเหล้าในชุมชน แต่เรื่องร้านเหล้ารอบสถานศึกษายังไม่ได้ดำเนินการ ดังนั้นจะต้องมีการหารือร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป อย่างไรก็ตามขณะนี้คิดว่ายังไม่จำเป็นที่จะต้องใช้มาตรา 44 เพราะยังมีกฎหมายปกติที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการได้
ขอบคุณข้อมูลจาก มติชน
MThai News


