สลด!รถตู้ซิ่งชนท้ายสิบล้อ ‘จุดยูเทิร์นร้อยศพ’ดับ7

รถตู้โดยสารบรรทุกแม่ค้าสุโขทัย มุ่งหน้าตลาดโบ๊เบ๊ชนท้ายรถสิบล้อช่วงจุดกลับรถบนถนนสายเอเชีย อ.บางปะหัน ดับคาที่ 7 ศพ บาดเจ็บ 3 คาดคนขับหลับใน 

วันที่ 27 มิ.ย.เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.บรรเทิง จันทร์ฉาย พนักงานสอบสวน สภ.บางปะหัน รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถตู้ชนท้ายรถบรรทุกสิบล้อ บนถนนสายเอเชียขาเข้ากทม. บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 37 หมู่ที่ 5 ต.บางนางร้า อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก จึงเดินทางไปตรวจสอบ

รถตู้ชนท้ายสิบล้อ

รถตู้ชนท้ายสิบล้อ ถนนสายเอเชียบางปะหันดับ7ศพ

ที่เกิดเหตุพบรถตู้โตโยต้ารุ่นคอมมิวเตอร์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฮย 7507 กทม. ชนกับแท่งปูนขอบทางด้านขวาของถนน สภาพพังยับเยิน ภายในรถพบผู้โดยสารเสียชีวิตทันที 7 ราย เป็นหญิง 5 ราย ชาย 2 ราย และบาดเจ็บอีก 3 ราย

ส่วนผู้บาดเจ็บ 3 ราย หน่วยกู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่าง เพื่อช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลบางปะหัน ประกอบด้วย นางลำพา ประดิษฐ์ อายุ 35 ปี นางสุมาลี คงทน อายุ 47 ปี และนางสาวกำไล คงนวน อายุ 29 ปี ส่วนในที่เกิดเหตุไม่พบรถคู่กรณี แต่พบเพียงยางอะไหล่รถบรรทุกสิบล้อตกอยู่เท่านั้น

พ.ต.ท. บรรเทิง กล่าวว่า จากการสอบถามนางสาวกำไล ผู้รับบาดเจ็บเล็กน้อยให้การว่า ทุกคนที่โดยสารมาในรถตู้เป็นญาติและพี่น้องกันรวม 9 คน โดยได้เหมารถตู้ของนายตุ้ย ไม่ทราบนามสกุลมาจากจ.สุโขทัย ตั้งแต่ช่วงค่ำวานนี้ (26 มิ.ย.) เพื่อเดินทางไปซื้อเสื้อผ้าที่ตลาดโบ๊เบ๊ในกทม. แต่รถตู้เกิดยางแตกที่จ.พิษณุโลก รถจึงเสียเวลากว่า 1 ชั่วโมง ทำให้คนขับต้องเร่งเวลา เพื่อไปให้ทันกำหนด จึงขับรถมาด้วยความเร็วสูง กระทั่งเสียหลักพุ่งชนท้ายรถบรรทุกสิบล้อ

เบื้องต้นคาดว่าคนขับรถตู้ อาจหลับในจนทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้น อย่างไรก็ตาม ตำรวจจะเร่งติดตามคนขับรถบรรทุกมาสอบถามข้อเท็จจริงต่อไป

ทั้งนี้ สำหรับบริเวณจุดเกิดเหตุ เป็นจุดกลับรถที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง จนชาวบ้านตั้งชื่อว่า จุดยูเทิร์นร้อยศพ เนื่องจากจะมีรถบรรทุกจำนวนมากต้องกลับรถ แต่ไม่สามารถเข้าช่องทางซ้ายสุดได้ จึงต้องวิ่งขวาไปก่อนด้วยความเร็วต่ำ เพื่อรอเลี้ยว ขณะที่รถทางตรงจะมาด้วยความเร็วสูง จึงเกิดชนท้ายกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บบ่อยครั้ง ที่ผ่านมามีการเสนอให้หน่วยงานเกี่ยวข้องปิดจุดกลับรถดังกล่าวอย่างถาวร และสร้างเกือกม้าแทน แต่ได้รับแจ้งจากหน่วยงานที่รับผิดชอบว่ายังขาดงบประมาณในการดำเนินการ

ที่มา TNN24

MThai News

รวบ! น้องชาย ‘พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์’ ค้ายาบ้า

ตำรวจชุมพรรวบน้องชายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ พร้อมพวกรวม 6 คน ข้อหายาบ้านับหมื่นเม็ด เบื้องต้นเจ้าตัวปฏิเสธขอให้การในชั้นศาล

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา (26 มิ.ย. 58) เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด อ.หลังสวน จ.ชุมพร ได้เข้าจับกุมตัวนายเอกราช นพฤทธิ์ อายุ 51 ปี พร้อมพวกรวม 6 คน ในข้อหามียาเสพติดให้โทษ(ยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์, เอกราช นพฤทธิ์ , ยาเสพติด

ซึ่งการจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการที่จนท.ได้สืบทราบว่า 2 ใน 6 ของผู้ต้องหาทั้งหมดมีพฤติกรรมลักลอบค้ายาบ้าในพื้นที่มานานแล้วจึงได้วางแผนล่อซื้อก่อนที่จะเข้าจับกุมและขยายผลทราบต่อมาว่า นายเอกราช นพฤทธิ์ เป็นเจ้าของยาบ้าจึงได้วางแผนเข้าจับกุมอีกครั้ง

ทั้งนี้จากการสอบสวนนายเอกราชได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับแก๊งค้ายาเสพติดดังกล่าว พร้อมจะให้การในชั้นศาลเท่านั้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้เพื่อสอบสวนเพิ่มเติมก่อนจะส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เนื่องจากมีทั้งพยาน และหลักฐานชัดเจน

สำหรับ นายเอกราช นพฤทธิ์ อายุ 51 ปี เป็นน้องชายของ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคเพื่อไทย มีประวัติเคยถูกจับกุมในคดีอุ้มฆ่าเผานั่งยางและถูกจำคุกเป็นเวลา 19 ปี เพิ่งจะได้พ้นโทษออกมาเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2558 ที่ผ่านมา จนกระทั่งมาถูกจับอีกครั้งดังกล่าว

MThai News

ร.ต.ท. โคราช เครียดจัดใช้ปืนคู่ใจจ่อยิงขมับดับ

เกิดเหตุ รองสารวัตร สภ.โชคชัยโคราช เครียดจัดใช้ปืนคู่ใจจ่อยิงขมับตัวเองดับ

วันนี้ (27 มิ.ย. 58) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านพบศพเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปืนยิงศีรษะตัวเองจนเสียชีวิต บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 62/1 บ้านศรีพุดซา ม.1 ต.กระโทก อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเดินทางเข้าไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ

ทั้งนี้ บริเวณจุดเกิดเหตุเป็นสวนกล้วยพบศพ ร.ต.ท. สิทธิเดช ปนสันเทียะ อายุ 54 ปี เจ้าของบ้าน นอนเสียชีวิตในสภาพสวมเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจครึ่งท่อน ด้านมือขวาพบอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .357 ตกอยู่ ตามร่างกายพบบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนขนาดเดียวกันเข้าที่ขมับด้านขวา ทะลุด้านซ้าย จำนวน 1 นัด เสียชีวิตมาแล้วไม่เกิน 2 ชั่วโมง

จากการสอบถามญาติของผู้ตาย เล่าว่า ผู้ตายรับราชการตำรวจ ตำแหน่งรองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.โชคชัย โดยที่ผ่านมาผู้ตายมีอาการป่วยจากโรคเครียดรุนแรง ต้องรับประทานยานอนหลับทุกวัน ซึ่งช่วงเช้าผู้ตายได้ออกไปตลาดซื้อกับข้าวมาให้คนในครอบครัวทาน ก่อนเดินออกจากบ้านไปเพียงลำพัง จนกระทั่งญาติเดินออกมาตามหา ก็พบว่าผู้ตายใช้อาวุธปืนพกประจำกายยิงตัวเองจนเสียชีวิตแล้ว จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

5

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ส่งศพไปให้แพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ชันสูตรอย่างละเอียด ก่อนมอบศพให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ คาดว่าสาเหตุการตัดสินใจยิงตัวเองเสียชีวิตครั้งนี้ น่าจะมาจากโรคเครียดที่รุมเร้าสะสมมาเป็นเวลาหลายปี ทำให้ผู้ตายเกิดความเครียดสะสมไม่น่าเกี่ยวกับปัญหาในหน้าที่การงาน เนื่องจากผู้ตายรับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายเป็นอย่างดี

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด

MThai News