สลดใจ ‘วาฬน้ำเงิน’มหึมาเกยตื้นตายอนาถ

วาฬน้ำเงินขนาดมหึมา ถูกซัดมาเกยตื้นบริเวณชายหาด เรฟแดนดา ในเมืองมุมไบของประเทศอินเดีย

มุมไบ,อินเดีย,เกยตื้น,วาฬน้ำเงิน,วาฬยักษ์

วันนี้ (26 มิ.ย.) เว็บไซต์จากสำนักข่าว ‘เดอะ อินเดียไทมส์’ รายงานข่าว กรณีที่มีเมื่อช่วงบ่ายของวันพุธที่ผ่านมา มีประชาชนพบวาฬสีน้ำเงินขนาดยักษ์ ความยาว 42 ฟุต หรือราว 13 เมตร ถูกพัดขึ้นมาเกยตื้นที่ชายฝั่ง เรฟแดนดา เมืองนาวิ ซึ่งตั้งอยู่ในมุมไบ ประเทศอินเดีย ในเบื้องต้นชาวบ้านได้แจ้งไปยังนักชีววิทยาทางทะเล เพื่อเดินทางมาให้ความช่วยเหลือเนื่องจากพบว่า มันยังคงมีลมหายใจ และดิ้นทุรนทุราย ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ทั้งนั้น ทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถช่วยชีวิตมันได้ทัน เพราะในที่สุดวาฬยักษ์ตัวนี้ได้ลาโลกในที่สุด โดยทางเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ได้ทำการฝังซากของวาฬเคราะห์ร้ายตัวนี้ บริเวณหาด เรฟแดนดา วานนี้ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งนับได้ว่า วาฬสีน้ำเงินตัวนี้ มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบว่ามีการเกยตื้นบนชายฝั่งแหง่นี้ นับตั้งแต่อดีต

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า พบสัตว์น้ำและสิ่งมีชีวิตจากท้องทะเลเป็นจำนวนมากต้องถูกซัดมาเกยตื้น บริเวณชายฝั่งแห่งนี้ เนื่องจากปัจจัยทางด้านมลพิษทางทะเล การปล่อยน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ส่งผลให้ทางการ จำเป็นต้องย้อนมองถึงสิ่งสำคัญในด้านการตระหนักถึงการดูแลสภาพแวดล้อมทางทะเลเพิ่มมากยิ่งขึ้น

MThai News

ที่มา  timesofindia

กาสิโนเสรี สร้างเงินสร้างรายได้ หรือทำลายชาติ ??

เป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังสมาชิก สปช.จำนวน 12 คน ร่วมกันแถลงเสนอให้ดำเนินการจัดทำกาสิโนถูกกฎหมายขึ้นในประเทศไทย เรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก มีทั้งคนเห็นด้วยและพร้อมที่จะสนับสนุน

แต่ก็มีอีกส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้ เพราะมองว่าหากมีบ่อนกาสิโนแบบถูกกฎหมาย ก็ง่ายที่จะเล่นการพนัน ลูกเล็กเด็กแดง ก็จะถูกมอมเมาไปด้วย  MThai ข่าวภาคซ่าส์ วันนี้จะพูดถึงเรื่องนี้กัน

กลุ่ม สปช.รักชาติ ที่มีสมาชิกสปช. 12 คน นำโดย พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย และนายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ได้มีการเสนอให้มีการตั้งกาสิโนในประเทศไทย โดยเห็นว่า ที่ผ่านมาแทบจะทุกรัฐบาลมีความพยายามให้มีกาสิโนในประเทศอย่างถูกกฎหมาย เพราะเห็นว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงที่มีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมาก

ซึ่งปัจจุบันประเทศเพื่อนบ้านมีกาสิโนประมาณ 22 แห่ง ซึ่งในอีก 3-4 ปีข้างหน้า ตามชายแดนจะเป็น ลาสเวกัส นักเล่นพนันกว่า 80 เปอร์เซ็นต์เป็นคนไทย หากมีคาสิโนที่ถูกกฎหมายในประเทศ จะช่วยให้เงินไม่ไหลออกนอกประเทศ

หากเปิดบ่อนกาสิโนที่ถูกต้องได้ ก็จะสร้างงานสร้างรายได้ให้คนในประเทศได้ เทียบเท่าดึงภาษีบาปมาเป็นภาษีบุญ แม้ไม่ใช่รายได้หลัก แต่หากรัฐบริหารจัดการดี ก็จะสำเร็จและเห็นว่า สถานที่ที่เหมาะสมสุด คือ พัทยา

a

เป็นประเด็นที่ผู้คนต่างวิจารณ์กันอย่างหนักอีกครั้ง เมื่อ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็เห็นด้วยกับแนวคิดบ่อนกาสิโนเสรี

ซึ่งทาง พล.ต.อ.สมยศ เห็นว่า ไทยมียุทธศาสตร์ดีกว่าอีกหลายประเทศที่มีการเปิดบ่อนแบบถูกกฎหมาย มีอาหารอร่อย สถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม อีกทั้งยังมีการนำเสนอมาตรการควบคุมอาชญากรรมหลังเปิดบ่อนเสรี

เสนอให้มีการถ่ายภาพบุคคลที่เข้าไปภายในบ่อน เพื่อเก็บเป็นฐานข้อมูลนักพนัน ซึ่งแนวคิดดังกล่าว สามารถคัดกรองบุคคลคัดสรรบุคคลที่มีฐานะทางการเงินเข้าไปเล่นพนันภายในบ่อนได้

ทำให้เศรษฐกิจในประเทศมีการเติบโต โดยเสนอให้เฉพาะนักพนันต่างพื้นที่เท่านั้น ที่จะมีสิทธิ์เล่นพนันในพื้นที่อื่น เช่น บ่อนที่เชียงใหม่อนุญาตให้เฉพาะคนที่ภาคใต้เล่นได้เท่านั้น

ส่วนบ่อนที่ภูเก็ต อุบลราชธานี และเกาะล้าน ก็อนุญาตให้เฉพาะคนต่างพื้นที่เล่น เพื่อกระจายรายได้ ที่สำคัญนักพนันต้องเป็นผู้ที่มีฐานะ เพื่อให้เกิดการกระจายเศรษฐกิจไปทั่วทุกภูมิภาค โดยจะนำรายได้จากการเปิดบ่อนไปพัฒนาด้านการศึกษาและสังคม

ทั้งนี้ทางกรุงเทพโพลล์ ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง เปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย โดยการสำรวจจากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,093 คน พบว่า ร้อยละ58.5 ส่วนใหญ่คัดค้านการเปิดกาสิโนถูกกฎหมาย และไม่เห็นด้วยที่จะมีบ่อนในประเทศไทย เพราะเป็นสิ่งมอมเมาประชาชน อาจทำให้เยาวชนเข้าถึงการพนันได้ง่ายขึ้น

ขณะที่ ประชาชนร้อยละ 35.1 เห็นด้วยกับการเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายในไทย เพราะเห็นว่าคนไทยจะได้ไม่เดินทางไปเล่นการพนันยังต่างประเทศ ทำให้เงินไม่ไหลออกนอกประเทศ

อีกทั้งไม่ต้องลักลอบเล่นพนันอย่างผิดกฎหมาย และสามารถจัดเก็บภาษีจากการเปิดบ่อนมาพัฒนาประเทศได้อีกด้วย แต่ก็ยังมีประชาน ร้อยละ 6.4 ที่ยังไม่แน่ใจว่าควรจะเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายในไทยหรือไม่

MThai News

คุมตัว แวว จ๊กมก ให้ ปปส.ส่งบำบัดยาเสพติด

ตำรวจ สน.สุทธิสาร ควบคุมตัว ‘แวว จ๊กมก’ อดีตดาราตลก น้องสาว ‘หม่ำ จ๊กมก’ ส่งตัวให้กับ ป.ป.ส. กทม. เพื่อเข้ารับการบำบัดยาเสพติด

จากกรณีตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร เข้าจับกุม น.ส.เทียมใจ วงษ์คำเหลา หรือ แวว จ๊กมก อายุ 48 ปี อดีตนักแสดงตลก น้องสาวของนายเพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา หรือ “หม่ำ จ๊กมก” ดาราตลกชื่อดัง พร้อมของกลางยาไอซ์ บรรจุซองพลาสติกจำนวนหนึ่ง โดยสามารถจับกุมได้ที่ห้องพักโรงแรมไทยอาร์ซีโฮเต็ล ซอย 20 มิถุนา แยก 6 แขวงและเขตห้วยขวาง กทม. เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา

จับแวว จ๊กมก

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.30 น.วันนี้ 26 มิ.ย. ตำรวจ สน.สุทธิสาร ได้ควบคุมตัว น.ส.เทียมใจ วงษ์คำเหลา หรือแวว จ๊กมก นำตัวส่งให้ทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กรุงเทพมหานคร (ป.ป.ส. กทม.) ทุ่งสองห้อง แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. หลังน.ส.เทียมใจ ยื่นความจำนงกับพนักงานสอบสวนขอเข้ารับการบำบัดยาเสพติด ในส่วนระยะเวลาในการบำบัดนั้น ขึ้นอยู่กับว่าผู้เสพมีระยะเวลาในการติดสารเสพติดมากน้องเพียงใด ทั้งนี้ระหว่างถูกควบคุมตัว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ‘แวว จ๊กมก’ มีอาการอิดโรย สีหน้าเคร่งเครียด และไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแต่อย่างใด

ทางด้านนายศักดิ์ ผู้จัดการส่วนตัวของ หม่ำ จ๊กมก นักแสดงตลกชื่อดัง เปิดเผยว่า คุณหม่ำได้ทราบเรื่องของน้องสาวที่ถูกตำรวจจับกุมแล้ว แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดที่แน่ชัด เนื่องจากที่ผ่านมาไม่ได้ติดต่อพูดคุยกับคุณแววมาหลายปีแล้ว โดยพอจะทราบมาบ้างว่าคุณแววได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และได้มีการตักเตือน และเตือนสติหลายครั้งว่าไม่ควรไม่ยุ่งเกี่ยว จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตามคงต้องปล่อยไปตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

MThai News

ขอบคุณภาพ @supa4701 / @Hui_Nation