เผย10อาวุธเชื้อโรค ฆ่าล้างมนุษย์ ยิ่งกว่าสงคราม

เผย 10 อาวุธเชื้อโรค อันตราย ฆ่าล้างมนุษย์ ยิ่งกว่าสงคราม

พูดถึงเรื่องของการดำรงอยู่ของมนุษย์นั้น ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ที่มีความอดทน แข็งแกร่ง บวกกับสมองที่แสนฉลาดที่สุดกว่าสัตว์ใดๆ ในโลก ทำให้พวกเราใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้สืบทอดลูกหลาน

เผย 10 อาวุธเชื้อโรค อันตราย ฆ่าล้างมนุษย์ ยิ่งกว่าสงคราม

สิ่งที่น่าคิดก็คือ มนุษย์ จะมีวันสูญพันธุ์ไปจากโลกหรือไม่ หากแต่มีปัจจัยหลายอย่าง เช่น การเกิดภัยพิบัติ การก่อเกิดสงคราม และที่อันตราย กำลังกลายเป็นเรื่องตระหนกในหลายๆ ประเทศ นั่นก็คือ โรคระบาด ที่จะคร่าชีวิตผู้คนมากมาย แม้ว่าวิทยาการทางการแพทย์จะล้ำหน้าไปแล้วก็ตาม

ประชากรที่อยู่อย่างหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ย่อมมีวันปรับตัวตามธรรมชาติของมัน ในอดีตนักประวัติศาสตร์ด้านอารยธรรมมายา ตั้งสมมติฐานว่า จะมีช่วงหนึ่งอาณาจักรมายาที่เจริญรุ่งเรือง อาจโดนโรคระบาดลึกลับโจมตี และนั่นก็เป็นดังที่คาดไว้ เกิดโรคระบาดลึกลับแพร่กระจายติดต่อกันไปอย่างรวดเร็ว เกิดการล้มหายตายจากไปเป็นจำนวนมาก การล้มตายไม่ใช่ฝีมือใคร ไม่ได้เกิดจากภัยธรรมชาติ แต่นั่นเป็นโรคร้ายที่อันตรายจนถึงชีวิต

เผย 10 อาวุธเชื้อโรค อันตราย ฆ่าล้างมนุษย์ ยิ่งกว่าสงคราม

เกิดคำถามขึ้นว่าโรคระบาดร้ายแรงคร่าชีวิตมนุษย์นับล้านๆ คนได้หรือไม่ เรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา คือคำตอบที่จะอธิบายได้เป็นอย่างดีว่า มันน่ากลัวขนาดไหน ลองมาดูกันว่า ที่ผ่านมาโรคระบาดต่างๆ คร่าชีวิตผู้คนไปมากน้อยเพียงใด

กาฬโรค (Bubonic plague) ระบาดในยุโรปสมัยกลาง ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14 มีผู้เสียชีวิตราว 25 ล้านคน หรือ 1 ใน 3 ของประชากรยุโรป ทำลายล้างมนุษย์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ แพร่กระจายเชื้อได้ในทั้งอากาศและการสัมผัสโดยตรงหรือจากอาหาร และวัตถุที่ปนเปื้อน ปัจจุบันนี้กาฬโรครักษาให้หายได้ถ้าตรวจพบเร็ว

ในปี 1918 เกิดโรคไข้หวัดสเปน (Spanish Flu) การแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่ ครั้งใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีสาเหตุมาจาก เชื้อไวรัส ( Virulent ) คร่าชีวิต 50 – 100 ล้านคนทั่วทั้งโลก หรือเท่ากับประชากร 1 ใน 3 ของทวีปยุโรปในยุคนั้น

เผย 10 อาวุธเชื้อโรค อันตราย ฆ่าล้างมนุษย์ ยิ่งกว่าสงคราม

ฝีดาษ ไข้ทรพิษ (Smallpox) เชื้อแพร่กระจายไปยังจีนและญี่ปุ่นทำให้คน 1 ใน 3 ของประเทศเสียชีวิต ทั้งยังกระจายไปในอินเดีย และทั่วทวีปยุโรปโดยเฉลี่ยตายปีละกว่า 400,000 คน ฝีดาษสามารถติดต่อได้ทางน้ำมูก น้ำลาย และการสัมผัสกับผิวหนังที่เป็นแผลฝีดาษ แต่โรคฝีดาษนี้ถูกยับยั้งด้วยการฉีดวัคซีนต้านตั้งแต่ทศวรรษที่ 19-20 จากองค์การอนามัยโลก และประกาศว่าโรคฝีดาษได้หมดจากโลกใบนี้ไปแล้วในปี 1979

อหิวาตกโรค (Cholera)คร่าชีวิตคนทั่วโลกไป 3-5 ล้านคน เฉลี่ยเสียชีวิตประมาณ 100,000 – 130,000 คนต่อปี เป็นโรคระบาดที่อันตรายต่อมนุษย์มากที่สุดในศตวรรษที่ 19 วิธีป้องกันคือ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ รับประทานอาหารที่สะอาด

เอดส์ เอชไอวี (HIV) ถูกค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 1981 ในสหรัฐอเมริกา เชื้อโรคทำให้ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือระบบภูมิต้านทานล้มเหลว ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน จัดเป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่สุดชนิดหนึ่ง ที่ยังพบได้มากในปัจจุบัน และยังไม่มียาหรือวัคซีนสำหรับรักษาโดยเฉพาะด้วย ปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 30 ล้านคน

เผย 10 อาวุธเชื้อโรค อันตราย ฆ่าล้างมนุษย์ ยิ่งกว่าสงคราม

ไข้หวัด และ ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส สามารถเกิดได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย และติดต่อกันง่ายมาก ระบาดตลอดทั้งปี แต่มักเกิดในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง เช่น ฤดูฝนต่อกับฤดูหนาว ดูเหมือนจะไม่เป็นอันตราย แต่ก็มีผู้เสียชีวิตทุกปี

โรคซาร์ส (SARS: Severe acute respiratory distress syndrome) โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง ระบาดในช่วงปี พ.ศ.2545 – 2546 พบผู้ป่วยคนแรกในจีน ก่อนที่จะระบาดเกือบ 30 ประเทศทั่วโลก รวมมีรายงานป่วย 8,098 ราย และเสียชีวิต 774 ราย

ไข้หวัดนก Avian Influenza (Bird Flu) หรือ H5N1 สร้างความตื่นตระหนกในช่วงไล่เลี่ยกันกับโรคซาร์ส คร่าชีวิตมนุษย์ไปเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงสัตว์ปีกอีกมหาศาล เชื้อแพร่จากไก่สู่คน ไม่แพร่ในคนสู่คน โชคดีที่เชื้อไม่กลายพันธุ์ ติดจากคนสู่คน

อีโบลา (Ebola) เรียกได้ว่า เป็นโรคที่สุดอันตราย อัตราการเสียชีวิตสูงถึง 90 % หากติดเชื้อเข้าไป โอกาสรอดน้อยมาก อาการจะคล้ายไข้หวัดทั้งไอ จาม เจ็บคอ อาจมีอาการท้องเสียร่วมด้วย เลือดออกทั้งในและนอกร่างกายด้วย พบแค่ 3 ประเทศในแอฟริกาตะวันตก คือ กินี, ไลบีเรีย และเซียร์รา ลีโอน ที่น่าเฝ้าระวังคือ ความรวดเร็วในการแพร่เชื้อมีสูง ยอดผู้ติดเชื้อ และผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

โรคเมอร์ส (MERS) โรคล่าสุด มีถิ่นกำเนิดในประเทศแถบตะวันออกกลาง ติดต่อทางระบบทางเดินหายใจ ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่าร้อยรายทั่วโลก โดยเฉพาะในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นประเทศแรกที่มีการพบไวรัสตัวนี้ มีผู้เสียชีวิตถึง 107 ราย ลามมายังแถบเอเชีย

โดยอาการที่สังเกตได้คือ ไอ มีไข้ หายใจลำบาก บางรายแม้จะติดเชื้อแต่ก็จะแสดงอาการไม่มากนัก แต่บางรายก็อาจรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนสำหรับรักษาโรคนี้โดยเฉพาะ ต้องรักษาประคับประคองตามอาการ

เหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างของโรคที่อันตราย ยังมีอีกมากมาย ที่ต้องระมัดระวัง อาวุธเชื้อโรค ไม่มีใครรู้ว่า มันจะกลายพันธุ์เป็นเชื้อโรคชนิดใหม่ อะไรอีกบ้างอย่างอุณหภูมิโลกที่เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ก็อาจจะเป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมกับเชื้อโรคได้

การป้องกัน ดูแลตัวเองให้มีร่างกายแข็งแรง จึงเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด เพราะมิเช่นนั้น จะเป็นไปตามวัฏจักรสิ่งมีชีวิต ผู้ที่แข็งแรงเท่านั้น ที่จะอยู่รอดปลอดภัย

เพชรพิริยะ
ข้อมูลอ้างอิง  สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่กระทรวงสาธารณสุข

MThai News

เปิดคลิป! แอนนา รีส ปล่อยโฮ ขอโทษศพ ตร.

เผยวินาทีแอนนา รีสปล่อยโฮ เข้ากราบขอโทษศพตำรวจที่ชนเสียชีวิตคาที่ บนถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์ ขาเข้า ช่วงกม.ที่ 1

จากกรณีที่นักแสดงสาว ‘แอนนา รีส’ ซึ่งรถยนต์ยี่ห้อ เบนซ์ ชนท้ายรถตำรวจจราจรกลาง ที่บริเวณถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์ ขาเข้า ช่วงกม.ที่ 1 เป็นเหตุให้ ร.ต.ท.นภาดล วงษ์บัณฑิต รองสวป.สภ.เมืองสุพรรณบุรี ช่วยราชการจราจรกลาง เสียชีวิตคาที่ เมื่อช่วงเช้ามืด ของวันนี้ (26 มิ.ย.58)

แอนนารีส

โดยพยานผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่ง เผยว่า ก่อนเกิดเหตุ พบว่ารถเบนซ์คันดังกล่าว ขับมาด้วยความเร็วตีคู่มากับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ก่อนที่รถจักรยานยนต์จะลดความเร็วลง กระทั่งเกิดเสียงดังสนั่น เมื่อวิ่งออกมาดูพบว่ารถเบนซ์คันดังกล่าวชนกับรถตำรวจที่จอดอยู่ริมถนน ส่วนรถตำรวจคันดังกล่าว จอดนอนหลับพักผ่อนบริเวณไหล่ทางช่องซ้าย ตั้งแต่ช่วงกลางคืน กระทั่ง รถเบนซ์ ขับชนท้ายกระเด็นไปไกลประมาณ 50 เมตร

อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุสลดดังกล่าว ดาราสาวถึงกับปล่อยโฮ ร้องไห้ เนื่องจากอยู่ในอาการที่ตกใจ เมื่อเห็นสภาพศพของ ร.ต.ท.นภาดล นอนเสียชีวิตอยู่ภายในรถ พร้อมเข้าไปกราบขอโทษ และกอดศพนายตำรวจที่เสียชีวิต ซึ่งสร้างความเศร้าสลดใจให้กับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์อย่างมาก

ทั้งนี้เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถแจ้งข้อหา เนื่องจาก น.ส.แอนนา ยังไม่สามารถให้การ อยู่ในอาการตกใจ ทางญาติขอนำตัวไปรักษาอาการบาดเจ็บและสงบสติอารมณ์ ซึ่งต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียด เพื่อสรุปหาสาเหตุให้แน่ชัดอีกครั้ง

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก จส.100 / คลิปจาก youtube

ชมภาพแชะประชิด จระเข้แยกเขี้ยวใต้น้ำคิวบา

ภาพหาชมยาก !! ช่างภาพนักผจญภัยจากประเทศเม็กซิโก จับภาพจระเข้ใต้น้ำในระยะประชิดขณะเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศคิวบา

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ‘จระเข้’ เป็นหนึ่งในสัตว์ดุร้ายที่อันตรายที่สุดในโลก เมื่อมีสัตว์ดุร้ายเช่นนี้อยู่ที่ไหน ตามธรรมชาติแล้ว มนุษย์มักจะหลบหลีกหนี เพื่อปกป้องชีวิตและร่างกายจากอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

ช่างภาพชาวเม็กซิโก,ถ่ายภาพ,ภาพหาชมยาก,จระเข้,ภาพถ่ายจระเข้ในระยะประชิด

วานนี้ (25 มิ.ย.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ ‘เดลิ เมล์’ เผยแพร่ภาพถ่าย ฝีมือ ริคาร์โด้ ติลโล ช่างภาพและนักผจญภัยวัย 39 ปี จากประเทศเม็กซิโก หลังจากใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ผนวกกับประสบการณ์ในการท่องโลกที่เต็มไปด้วยอันตราย เพื่อจับภาพจระเข้ในขณะว่ายน้ำอยู่ใต้ผืนน้ำ ระหว่างการท่องเที่ยวในประเทศคิวบา จนได้ผลงานภาพถ่ายที่สร้างความประหลาดใจไปทั่วโลกในขณะนี้

ทั้งนี้ ‘ริคาร์โด้ ติลโล’ ตัดสินใจลงมือลงแรงถ่ายทำภาพชุดดังกล่าวขึ้นมา โดยที่ไม่มีเครื่องมือในการป้องกันอันตรายใดๆ เป็นพิเศษ มีเพียงกล้องและประสบการณ์ที่สั่งสมมา เป็นอุปกรณ์คู่กายในการถ่ายทำ โดยเลือกป่าชายเลนของสวน ‘ควีน มารีน ปาร์ค’ อุทยานทางทะเลในประเทศคิวบา เป็นสถานที่ในการถ่ายทำ

อย่างไรก็ตาม ช่างภาพจากแดนจังโก้ ที่เดินทางเหยียบย่ำมายังประเทศคิวบาเพื่อผจญอันตรายรายนี้ เผยความรู้สึกอย่างไม่แสดงถึงความหวาดกลัวใดๆ ว่า

‘สำหรับเขามันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ที่จะเดินทางมาเพื่อดำน้ำกับจระเข้ในสถานที่แห่งนี้ กิจกรรมการถ่ายภาพ เป็นแค่กิจกรรมที่เพิ่มเข้ามา ซึ่งการดำน้ำกับสัตว์ร้าย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความ ‘กลัวหรือกล้า’ แต่เป็นเรื่องของความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน

จริงอยู่ที่การทำเช่นนั้นเต็มไปด้วยอันตราย แต่หากคุณเลือกจะเรียนรู้พฤติกรรมของสัตว์เหล่านี้ คุณจะสามารถคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ และนั่นหมายความว่า คุณจะปลอดภัยในสถานการณ์ที่ใครไม่คาดคิดได้’

ช่างภาพชาวเม็กซิโก,ถ่ายภาพ,ภาพหาชมยาก,จระเข้,ภาพถ่ายจระเข้ในระยะประชิด

ช่างภาพชาวเม็กซิโก,ถ่ายภาพ,ภาพหาชมยาก,จระเข้,ภาพถ่ายจระเข้ในระยะประชิด

ช่างภาพชาวเม็กซิโก,ถ่ายภาพ,ภาพหาชมยาก,จระเข้,ภาพถ่ายจระเข้ในระยะประชิด

ช่างภาพชาวเม็กซิโก,ถ่ายภาพ,ภาพหาชมยาก,จระเข้,ภาพถ่ายจระเข้ในระยะประชิด

MThai News

ที่มา dailymail