มือวางระเบิด ‘บอสตัน มาราธอน’ กล่าวขอโทษต่อเหยื่อผู้เสียชีวิตและญาติ ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2556 ระหว่างการพิจารณาคดีซึ่งศาลได้ตัดสินลงโทษประหารชีวิต
วานนี้ (24 มิ.ย.) สำนักข่าว ‘อินดิเพนเดนธ์’ รายงานข่าวกรณีที่ นายโซการ์ ซาร์นาเยฟ (Dzhokar Tsarnaev) มือวางระเบิดระหว่างกิจกรรมการแข่งขันวิ่งทางไกล ‘บอสตัน มาราธอน’ ส่งผลให้มีผู้เคราะห์ร้าย ต้องมาสังเวยชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าวทั้งสิ้น 3 ศพ และบาดเจ็บอีกเกือบ 300 คน เมื่อปี 2556 ซึ่งระหว่างการพิจารณาคดี เขาได้สร้างความประหลาดใจอย่างมาก ด้วยการกล่าวขอโทษต่อเหยื่อผู้เสียชีวิต และ บรรดาญาติๆ หลังจากที่ผลการตัดสินระบุว่า เขาได้ถูกตัดสินประหารชีวิตอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว

ทว่า นายซาร์นาเยฟ ชาวอเมริกันเชื้อสายเชชเนีย อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยวัย 21 ปี กล่าวขอโทษต่อเหยื่อและครอบครัวของผู้เสียชีวิตเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัว ก่อเหตุวางระเบิดเมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2013 ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับศาลและผู้คนที่มาร่วมฟังคำตัดสิน
‘ผมขอโทษสำหรับทุกชีวิตที่สูญเสียไป รวมถึงความเจ็บปวดของบรรดาญาติผู้เสียชีวิต ซึ่งผมไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้อีกแล้ว ผมภาวนาต่อองค์พระอัลเลาะห์ ขอพระองค์ให้ทรงเมตตาผู้เสียชีวิตเหล่านั้น ผมขอพระองค์ให้ทรงเมตตาผม พี่ชายของผมและครอบครัวของผม’
อย่างไรก็ตาม การโจมตีงาน ‘บอสตัน มาราธอน’ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2556 จากฝีมือของนายโจการ์ และ ทาเมอร์ลัน ซาร์นาเยฟ สองพี่น้อง ที่ร่วมมือกันวางระเบิดดัดแปลงจากหม้อต้มความดัน ไว้บริเวณเส้นชัยของการแข่งขัน จากนั้นทั้งคู่ได้หลบหนีจากที่เกิดเหตุ และสังหารเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นาย
ก่อนที่ทาเมอร์ลัน ผู้เป็นพี่ชายจะถูกยิงเสียชีวิตระหว่างยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนโจการ์ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ กระทั่งถูกต้อนจนมุมและถูกจับกุมใน 4 วันหลังจากนั้น บนเรือที่จัดอยู่ในสวนของบ้านหลังหนึ่ง โดยในเรือมีข้อความระบุว่า เหตุร้ายที่เกิดขึ้นเป็นการแก้แค้นที่สหรัฐฯ ก่อสงครามในอิรักและอัฟกานิสถาน
MThai News
ที่มา independent


