MThai ข่าวภาคซ่าส์ วันนี้จะมาพูดถึงไวรัสเมอร์ส โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจที่มีต้นกำเนิดมาจากตะวันออกกลาง เป็นเชื้อไวรัสที่ถือกำเนิดเมื่อไม่นานมานี้ แต่กำลังระบาดในประเทศเกาหลีใต้ จนทำให้ทั่วโลกต้องจับตามอง และเฝ้าระวัง
จุดกำเนิดของเมอร์ส เริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่สาธารณะสุข พบผู้ป่วยเมอร์สรายแรกในซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเป็นประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง เมื่อปี 2555 และแพร่กระจายไปประเทศต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับคาบสมุทรอาหรับ สื่อนอกหลายสำนัก ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ต้นตอที่สำคัญของไวรัสเมอร์ส มาจากสัตว์ประจำภูมิภาคอย่างอูฐ
โดยเชื้อไวรัสที่ยังมีชีวิตที่แยกออกมาจากหนอกของอูฐ 3 ใน 4 มีเชื้อไวรัสเมอร์สปะปนอยู่ ทว่านอกจากอูฐแล้ว ยังพบเชื้อดังกล่าวในค้างคาวอีกด้วย จึงทำให้กระทรวงสาธารณะสุขในภูมิภาคต่างๆ มีความกังวลเกี่ยวกับการแพร่กระจายเชื้อทางอากาศ โดยผู้ป่วยเมอร์สทุกคน มีความเชื่อมโยงกับ 6 ประเทศ ในคาบสมุทรอาระเบียทั้งสิ้น

สาเหตุของการแพร่กระจายมายังมนุษย์ยังไม่แน่ชัด เนื่องจากองค์การอนามัยโลก ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิสูจน์ว่า มนุษย์ติดเชื้อไวรัสเมอร์ส จากสัตว์หรือสิ่งแวดล้อมจริงหรือไม่ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือในปัจจุบันยังไม่มียารักษาหรือวัคซีนป้องกันไวรัสเมอร์ส แพทย์สามารถรักษาผู้ป่วยที่มีอาการจากเชื้อไวรัสเมอร์สได้ แต่ก็ยังไม่มีวัคซีนและยาเพื่อรักษาเมอร์สโดยเฉพาะ
อาการ ที่สังเกตได้คือ
-มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดทั่วไป หรือไข้หวัดใหญ่
-มีไข้สูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส
-มีอาการไอ หอบ หายใจลำบากตามความรุนแรงของภาวะขาดออกซิเจน
-ผู้ป่วยประมาณ 30-40% จะมีอาการท้องเสีย มวนท้อง คลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย ซึ่งเป็นอาการเด่นชัดที่แตกต่างจากไข้หวัดธรรมดา
การป้องกันตัวเอง เป็นวิธีการรับมือที่พึงกระทำ เช่น การหมั่นรักษาความสะอาด ล้างมือด้วยสบู่เป็นประจำ การสวมหน้ากากอนามัย และงดการใกล้ชิดกับผู้ที่เป็นหวัด เพราะนอกจากจะเป็นหนทางหนึ่ง ที่จะป้องกันเราจากไวรัสรุนแรง อย่างเมอร์สแล้ว ยังป้องกันเราจากไวรัสชนิดอื่นๆ ได้อีกด้วย
MThai News


