บุตรชาย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ นำเอกสารอาวุธปืนบินไปญี่ปุ่น ชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบแล้ว ด้านโฆษกตร.คาด เป็นปืนขนาดเล็ก จึงสแกนไม่พบ รอผลสั่งฟ้องหรือไม่เย็นนี้ จ่อยื่นประกัน
วันที่ 24 มิ.ย. ความคืบหน้ากรณีที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ควบคุมตัวไว้ในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง ขณะเดินทางกลับประเทศไทย หลังไปดูงานโรงงานผลิตไฟฟ้าจากขยะกับคณะ เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา และมีรายงานว่า ทาง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้ชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นว่า เป็นปืนขนาดเล็ก

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง
ซึ่งเป็นปืนแฟชั่นที่ซื้อมาเก็บไว้จนลืมเอาไว้ในกระเป๋านั้น ซึ่งทางการเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศญี่ปุ่น ได้ขอเอกสารหลักฐานการครอบครองอาวุธปืน โดยในวันนี้ ทาง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้ประสานให้ นายตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้จัดการฟุตบอลทีมการท่าเรือ และเป็นบุตรชายของพล.ต.ท.คำรณวิทย์ นำหลักฐานเอกสารทะเบียนอาวุธปืน ไปแสดงกับเจ้าหน้าที่ประเทศญี่ปุ่นตรวจสอบแล้ว
ขณะที่ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่าสำหรับอาวุธปืนดังกล่าว เป็นปืนประจำกายตั้งแต่ครั้งรับข้าราชการตำรวจ และที่ผ่านเครื่องสแกนของไทยได้ เพราะอาวุธปืนมีขนาดเล็ก อยู่ในกระเป๋าเดินทางที่โหลดลงใต้ท้องเครื่องบิน นอกจากนี้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ทำการตรวจสอบในขั้นตอนของตำรวจแล้ว ซึ่งไม่ได้เป็นการผิดพลาดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ
โดยวันนี้เวลา 17.00น.(ตามเวลาประเทศญี่ปุ่น) ตำรวจญี่ปุ่นจะส่งสำนวนให้อัยการว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ โดยใช้เวลาพิจารณาสำนวนไม่เกิน 20 วัน ถ้าสั่งฟ้องจะทำเรื่องขอประกันตัว แต่ถ้าไม่ส่งฟ้องสามารถกลับได้เลย
สำหรับการช่วยเหลือทางกระทรวงต่างประเทศ ได้มีการจัดหาทนายความให้ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติคอยประสานยืนยันข้อมูลว่า เป็นอดีตตำรวจชั้นผู้ใหญ่จริง
ด้านพล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ กล่าวยอมรับว่า การประสานให้ประเทศญี่ปุ่นปล่อยตัว พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เป็นไปได้ยาก เนื่องจากต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น และในส่วนของกองการต่างประเทศ อยู่ระหว่างรอการประสานเกี่ยวกับเอกสารอย่างเป็นทางการ ซึ่งเบื้องต้น ยังไม่สามารถระบุได้ว่า ขั้นตอนเอกสารจะแล้วเสร็จเมื่อใด แต่โดยหลักการแล้ว พล.ต.ท.คำรณวิทย์ จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายญี่ปุ่น ในข้อหาครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต
ทั้งนี้หากศาลประเทศญี่ปุ่นตัดสินว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ มีความผิดจริง ตามขั้นตอนของกฎหมายระหว่างประเทศ ในเรื่องการประสานขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ จะต้องรับโทษ 1 ใน 3 ของประเทศญี่ปุ่น ก่อนประสานส่งตัวกลับมายังประเทศไทยได้
ขอบคุณภาพจากทวิตเตอร์ @Chu_SpringNews, FNN สำนักข่าวเครือข่ายของ fuji tv
MThai News


