ญี่ปุ่นเตรียม ฝากขังคำรณวิทย์ เผยโทษไม่เกิน10ปี

“ประวุฒิ” เผย ญี่ปุ่น เตรียมฝากขัง “พล.ต.ท.คำรณวิทย์” พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน โดย จนท. X-Ray
เจอในกระเป๋าถือขณะนำขึ้นเครื่อง

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ฝ่ายตำรวจต่างประเทศ ได้รับแจ้งจากตำรวจญี่ปุ่น ว่า ในวันนี้จะมีการฝากขัง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศญี่ปุ่นจับกุมที่สนามบินนาริตะ ในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง

626990-01

พร้อมระบุว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้พยายามประสานงานเพื่อให้ความช่วยเหลือแล้ว แต่ยอมรับว่า ทางการไทยช่วยเหลืออะไรได้ไม่มาก เพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมายของญี่ปุ่น โดยสิ่งที่ทำได้คือ การรับรองว่าเคยเป็นนายตำรวจระดับสูงของไทย

ขณะที่กฎหมายญี่ปุ่น กำหนดบทลงโทษสำหรับความผิดลักษณะดังกล่าวไว้ค่อนข้างสูง คือ จำคุกไม่เกิน 10 ปี แต่หากเหตุเกิดในมาเลเซีย หรือสิงคโปร์ โทษสูงสุดอาจถึงขั้นประหารชีวิต

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่า ปืนกระบอกดังกล่าวผ่านเครื่องตรวจเอ็กซ์เรย์ที่สนามบิน ณ จุดใด และเท่าที่ทราบ ปืนที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ พกพาไปนั้น เป็นปืนขนาดเล็กมาก สามารถถือไว้ในฝ่ามือได้ แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นปืนพกรุ่นใด รวมทั้งไม่แน่ใจด้วยว่ามีใบอนุญาตพกปืนหรือไม่

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ในบันทึกการจับกุมของตำรวจญี่ปุ่น ระบุว่า จับกุมตัว เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. เวลา 16.57 น. สนามบิน นาริตะ เทอร์มินอล 1 ประตู 46 ชื่อ คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อายุ 60 ปี ไม่มีอาชีพ ชาวไทย ตำรวจยึดปืน 1 กระบอก ยี่ห้อ north amarican arms กระสุน ขนาด .22magnum จำนวน 5 นัด

โดยเจ้าหน้าที่สนามบินทำการ X-Ray กระเป๋าถือที่นำขึ้นเครื่องพบสิ่งคล้ายอาวุธปืนจึงขอตรวจสอบและพบว่าเป็นปืนพร้อมเครื่องกระสุนดังกล่าว จึงควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

รวบแล้ว! สาวใหญ่มือโพสต์ข่าวลือ ‘ปฏิวัติซ้อน’

ตำรวจปอท.แกะรอยตามรวบสาวใหญ่มือโพสต์ “ปฏิวัติซ้อน” คาบ้านพักคุมสอบเข้มที่ราบ11 สารภาพทำจริง ขยายผลพบข้อความหมิ่นเบื้องสูง ถูกแจ้งข้อหาเพิ่ม

วันที่ 23 มิ.ย. เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เจ้าหน้าที่ทหาร และหน่วยความมั่นคง ร่วมกันจับกุม น.ส.ชญาภา โชคพรบุศศรี อายุ 48 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหารกรุงเทพ ผู้ที่โพสต์ข้อความข่าวลือเรื่องปฏิวัติซ้อนบนเฟซบุ๊ก พร้อมของกลางอุปกรณ์ โน้ตบุ๊ก แท็บแล็ต กล้องถ่ายวิดีโอ โทรศัพท์มือถือ

ข่าวปฏิวัติซ้อน

น.ส.ชญาภา โชคพรบุศศรี มือโพสต์ข่าวปฏิวัติซ้อน

โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บ้านพักเลขที่ 8/32 หมู่ 3 ต.บางเมือง อ.เมืองสมุทรปราการ สืบเนื่องจากกรณีมีการโพสต์ข้อความข่าวลือ เรื่องการปฏิวัติซ้อน และข้อความหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม จึงมีคำสั่งให้ ปอท. เจ้าหน้าที่ทหาร และหน่วยงานความมั่นคง ร่วมกันสืบสวนหาตัวผู้โพสต์ข่าวลือดังกล่าว

เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันสืบสวนและหาแหล่งที่มาพร้อมรายละเอียดการกระทำความผิด จากการตรวจสอบหลักฐานทางเทคนิค พบว่ามีผู้โพสต์เรื่องดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊ก โดยใช้ชื่อว่า “Chanisa B…” รวมทั้งมีการแนบภาพถ่ายการเคลื่อนย้ายรถถัง เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 58 เวลา 12.00 น.ด้วย

โดยหลังจากที่เฟซบุ๊กนี้แพร่ข่าวลือไปยังสาธารณชนในวงกว้าง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ตรวจสอบหาเจ้าของเฟซบุ๊กในทันที และพบว่าบุคคลผู้ใช้ชื่อ”Chanisa B…” ก็คือ น.ส.ชญาภา ต่อมาเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอท. เจ้าหน้าที่ทหาร และหน่วยงานความมั่นคง ร่วมกันนำตัว น.ส.ชญาภา ผู้ต้องหาจากบ้านพัก มาสอบสวนที่กองพันทหารราบมณฑลทหารบกที่ 11ตามอำนาจคสช.

เบื้องต้น น.ส.ชญาภา ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้นำภาพการเคลื่อนย้ายรถถังที่เผยแพร่ในกลุ่มไลน์คนเสื้อแดง ซึ่งตนป็นสมาชิกอยู่มาอัพโหลดขึ้นเฟซบุ๊กส่วนตัว แล้วตกแต่งข้อความว่าจะมีการปฏิวัติซ้อน

นอกจากนี้ยังพบว่า น.ส.ชญาภา มีการใช้เฟซบุ๊กชื่อดังกล่าวโพสต์ข้อความหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 112 เบื้องต้น ผู้ต้องหายังไม่ได้ให้การพาดพิงถึงผู้อยู่เบื้องหลัง หรือผู้จ้างวานแต่อย่างใด จากนั้นจึงแจ้งข้อกล่าวหา ความผิดตามมาตรา 112 และ พ.ร.บคอมพิวเตอร์ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา เดลินิวส์

MThai News

บัตรประชาชนหาย-ชำรุด ทำใหม่จ่าย100บ.

ครม.ไฟเขียวเก็บเพิ่มค่าธรรมเนียมทำบัตรประชาชนหากหายหรือชำรุด จากเดิม20บาท เป็น100บาท ให้สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น

วันที่ 23 มิ.ย. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี  ว่า ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ การกำหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการออกบัตรประจำตัวประชาชนใหม่กรณีบัตรหายหรือถูกทำลาย บัตรชำรุด หรือแก้ไขชื่อตัว ชื่อสกุลหรือชื่อตัวและชื่อสกุลในทะเบียนบ้าน หรือย้ายที่อยู่ จากเดิมฉบับละ 20 บาท เป็นฉบับละ 100 บาท

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด

เพื่อให้สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายในการผลิตและจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนที่สูงขึ้น รวมทั้งให้อธิบดีกรมการปกครองมีอำนาจพิจารณาประกาศให้เขตท้องที่ใดท้องที่หนึ่ง ในเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เป็นเขตยกเว้นค่าธรรมเนียมดังกล่าว โดยให้มีผลนับแต่วันที่ร่างกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมและยกเว้นค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับบัตรประจำตัวประชาชนฉบับที่แก้ไขประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

โดยกระทรวงมหาดไทยพิจารณาแล้วเห็นว่าการเก็บอัตรา 20 บาท เป็นอัตราที่น้อยกว่าอัตราต้นทุนการดำเนินการจัดทำบัตรประชาชนต่อ 1 คน ที่ต้องใช้งบประมาณฉบับละ 54.64 บาท โดยแยกเป็นค่าวัสดุบัตร ค่าวัสดุผลิตบัตรสำหรับเครื่องพิมพ์ ค่ากระบวนการพร้อมข้อมูลต่อการใช้งาน ค่าเช่าระบบคอมพิวเตอร์ และต้นทุนอื่นๆ ซึ่งเป็นราคาที่ไม่รวมค่าใช้จ่ายของเจ้าหน้าที่ ค่าผลิตและค่าบริหารจัดการในการผลิตบัตร จึงทำให้ราคาต่อหน่วยมีราคาสูงกว่าราคาให้บริการจัดทำบัตรและทำให้เป็นภาระต่องบประมาณของรัฐบาล

ที่มา เดลินิวส์

MThai News