ระวังตกเป็นเหยื่อ ถูกขโมยเงินผ่านตู้ โดยไม่รู้ตัว!?

หลังจาก MThai News ได้นำเสนอกลโกงของ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ไปแล้ว 2 ตอน คือ “ระวังภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตอน แอบอ้างสำนักงานปปง.” และ ตอน “โอนเงินให้เพื่อน..ออนไลน์” เพื่อเป็นการเตือนภัยและให้ประชาชนรู้เท่าทันกลโกงของแก๊งดังกล่าว ก่อนจะตกเป็นเหยื่อสูญเงินไปฟรีๆ

ปัจจุบันสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างโทรศัพท์มือถือ บัตรเครดิต บัตรเอทีเอ็ม และตู้เอทีเอ็ม กลายเป็นปัจจัยที่ 5 ของคนยุคดิจิตอลไปแล้ว ถึงแม้สิ่งเหล่านี้จะนำมาซึ่งความสะดวกสบาย และการใช้จ่ายอย่างไร้ขีดจำกัดก็ตาม แต่นั่น ก็อาจจะเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพ เข้ามาฉวยโอกาสหลอกลวงต้มตุ๋นประชาชนได้อย่างง่ายๆเช่นกัน

เงินภาษี

และในครั้งนี้ MThai News จะนำเสนอกลโกงของ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ในตอนที่ 3 “คืนเงินภาษี”โดยพฤติกรรมของมิจฉาชีพแก๊งนี้ จะยังคงใช้วิธีหลอกลวงโดยการใช้ระบบอัตโนมัติ แอบอ้างหน่วยงานราชการเพื่อโทรเข้ามาหาเหยื่อ เช่นเดียวกับการแอบอ้างสำนักงาน ปปง.นั่นเอง

แต่ครั้งนี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ จะอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่จาก สำนักงานสรรพากร หลอกเหยื่อว่าจะได้รับภาษีตกค้างคืน เนื่องจากมีการปรับลดหย่อนภาษีหรือเหตุผลอื่นๆ

และหากต้องการเงินภาษีดังกล่าว ต้องรีบดำเนินการผ่านตู้เอทีเอ็มภายในวันนี้เท่านั้น เพื่อให้เหยื่ออยากได้เงิน แต่ไม่มีเวลาได้คิดทบทวนว่า

นั่น…อาจจะเป็นการหลอกหลวง!

โดยวิธีการที่จะได้เงินภาษีคืนนั้น ให้เหยื่อโทรติดต่อกลับไปยังหมายเลขต้นทางที่โทรเข้ามา เพื่อทำตามขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่แนะนำขณะอยู่หน้าตู้เอทีเอ็ม ซึ่งแรกๆมิจฉาชีพจะบอกให้เหยื่อกดปุ่มจากเมนูภาษาไทยก่อน

แต่เมื่อทำตามขั้นตอนและเหยื่อระบุว่าไม่มีปุ่มตามที่บอก มิจฉาชีพแก๊งนี้จะบอกให้เปลี่ยนเป็นเมนูภาษาอังกฤษและพูดโต้ตอบอย่างรวดเร็ว

วิธีนี้จะทำให้เหยื่อส่วนใหญ่เกิดความสับสนจึงรีบกดตาม เมื่อนั้นก็เข้าทางคนร้าย เพราะรหัสหรือข้อความที่ซ่อนอยู่หลังแป้นกด เป็นการกดเพื่อโอนเงินจากบัญชีให้คนร้ายโดยที่เหยื่อไม่รู้ตัว

เมื่อเข้าไปตรวจสอบยอดเงินในบัญชีอีกครั้ง ก็ต้องตกใจเพราะเงินเหล่านั้นได้หายไปแล้ว!?

อย่างไรก็ตาม กรมสรรพากร รวมถึงสำนักงานสรรพากรในเขตพื้นที่ต่างๆ ย้ำชัดเจน ไม่มีนโยบายโทรศัพท์ติดต่อไปยังไปประชาชนผู้เสียภาษีในลักษณะดังกล่าว

เนื่องจากการคืนเงินภาษีให้กับผู้มีสิทธิขอคืนเงินภาษีนั้น ทางกรมสรรพากรจะคืนเงินให้ในรูปแบบเช็คสั่งจ่าย เพื่อเข้าบัญชีธนาคารเท่านั้น

หากประชาชนมีข้อสงสัยโปรดติดต่อ กรมสรรพากร หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1161

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

คดีพลิก!ศาลสั่ง อสมท.ไม่ต้องจ่าย55ล.ให้ไร่ส้ม

ศาลปกครองสูงสุด พิพากษาให้ อสมท. ชนะคดี ไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาเกินเวลาคืนให้กับ บริษัท ไร่ส้มกว่า 55 ล้านบาท

วันนี้ (17 ก.ค. 58) เวลาประมาณ 13.30 น. ศาลปกครองได้อ่านคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดในคดีที่ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ยื่นฟ้อง บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นคู่สัญญาผลิตรายการโทรทัศน์ “คุยคุ้ยข่าว” ออกอากาศทางช่อง 9 กรณีเรียกเก็บค่าโฆษณาส่วนเกิน โดยไม่ให้ส่วนลดทางการค้า 30% ตามข้อสัญญา และค่าโฆษณาที่ บมจ.อสมท ได้โฆษณาเกินส่วนแบ่งตามเวลาที่ตกลงไว้

ทั้งนี้ ศาลปกครองสูงสุด พิพากษาแก้เป็น อสมท. ไม่ต้องจ่ายส่วนลดค่าโฆษณากว่า 55 ล้านบาท ให้กับ บริษัท ไร่ส้ม เนื่องจากเห็นว่า ที่ผ่านมามีการโฆษณาเกินเวลามาโดยตลอด และบริษัท ไร่ส้ม ไม่ได้ทำหนังสือขอส่วนลดให้ถูกต้อง ดังนั้นที่ บริษัท ไร่ส้ม ได้ชำระค่าโฆษณาเมื่อปี 49 ที่ทาง อสมท. เรียกเก็บ โดยไม่ได้รับส่วนลดทางการค้า 30% นั้น ถือว่าถูกต้องแล้ว

ด้าน นายมนต์อนันต์ เรืองจรัส ทนายความ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด รับรู้สึกผิดหัวงกับคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด แต่ก็ต้องยอมรับ และมองผลคดีที่เกิดขึ้นวันนี้ ไม่น่ามีผลกับคดีอาญา และคดีที่ ป.ป.ช. กำลังพิจารณาอยู่

ขอบคุณข้อมูล มติชน

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

ป.ป.ช.เปิดกรุอดีต ส.ว.พ้นเก้าอี้1ปี ใครรวยสุด?

ป.ป.ช.เปิดบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สินอดีตส.ว.หลังพ้นตำแหน่งครบ 1 ปี พบ “พิไลพรรณ” รวยสุด 1.3 พันล้าน โดยไม่มีหนี้สิน

วันที่ 17 ก.ค. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของอดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กรณีพ้นจากตำแหน่งหลังการรัฐประหารครบ 1 ปี เมื่อวันที่ 23 พ.ค.2558 จำนวน 149 ราย

สว.

พิไลพรรณ สมบัติศิริ อดีตส.ว.สรรหา

จากการตรวจสอบพบว่า อดีตส.ว.ที่มีทรัพย์สินมากที่สุด คือ นางพิไลพรรณ สมบัติศิริ อดีตส.ว.สรรหา เจ้าของธุรกิจโรงแรมปาร์ค นายเลิศ มีทรัพย์สินกว่า 1.3 พันล้านบาท โดยไม่มีหนี้สิน ส่วนอดีตส.ว.ที่มีทรัพย์สินน้อยที่สุดคือ นายวิริยะ ทองผา อดีตส.ว.มุกดาหาร มีทรัพย์สินที่เป็นบัญชีเงินฝากในธนาคารเพียงแค่ 3,407 บาท 

ขณะที่นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย อดีตส.ว.สรรหา มีทรัพย์สินกว่า 180 ล้านบาท, นายพีระศักดิ์ พอจิต อดีตส.ว.อุตรดิตถ์ มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินกว่า 34 ล้านบาท, นายสมชาย แสวงการ อดีตส.ว.สรรหา มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินกว่า 35 ล้านบาท

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินกว่า 41 ล้านบาท, นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีต ส.ว.สรรหา มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินกว่า 74 ล้านบาท, นายวันชัย สอนศิริ อดีต ส.ว.สรรหา มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินกว่า 43 ล้านบาท, คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินกว่า 41 ล้านบาท

และพล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม อดีตส.ว.สรรหา น้องชายนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินกว่า 186 ล้านบาท

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News