เพราะ? โพสต์ภาพ-ข้อมูลผู้ป่วย ถึงผิดกฏหมาย

MThai ข่าวภาคซ่าส์วันนี้ จะมาพูดถึง เรื่องราวที่ผู้คนต่างตกอกตกใจกันยกใหญ่ เนื่องจากเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา นักแสดงสาว แตงโม ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ ถูกหามส่งโรงพยาบาล เนื่องจากกินยานอนหลับเกินขนาด

สังคมได้รับรู้เรื่องดังกล่าว เนื่องจากเพื่อนสนิทของแตงโม ได้นำคลิปดาราสาว ขณะอยู่ในห้อง ICU มาเผยแพร่ลงใน IG ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า การนำภาพผู้ป่วยมาเผยแพร่เช่นนี้เป็นเรื่องผิดหรือไม่

จะเห็นได้ว่า ปัจจุบันมีการเผยแพร่ข้อมูลของผู้ป่วย ทั้งอาการเจ็บป่วย รูปภาพผู้ป่วยผ่านทางโซเชียลมากมาย บ้างก็อาจมาจากประชาชนทั่วไป หรือบุคลากรทางการแพทย์ ที่มีเจตนาดีต้องการช่วยเหลือผู้ป่วย เช่น การขอรับบริจาคเลือดหายาก แต่ทั้งหมดก็ต้องพึงระวังในการโพสต์ข้อมูลเหล่านี้ด้วย

ซึ่งการไม่ได้รับอนุญาตแล้วนำข้อมูลหรือภาพไปโพสต์ มันสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และขัดต่อพ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ตามมาตรา 7 ที่ระบุว่า ข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคล เป็นความลับส่วนบุคคล ผู้ใดจะนำไปเปิดเผยและอาจทำให้บุคคลนั้นเสียหายไม่ได้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากบุคคลนั้นโดยตรง และไม่ว่าในกรณีใด ๆ ผู้ใดจะอาศัยอำนาจหรือสิทธิตามกฎหมายว่า ด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ เพื่อขอเอกสารเกี่ยวกับข้อมูลสุขภาพของบุคคลไม่ได้

cats

แม้จะมีเจตนาดีในการโพสต์ข้อมูลเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย ก็ต้องระมัดระวัง เนื่องจากหากมีการโพสต์รูปภาพ หรือข้อมูลส่วนตัวของผู้ป่วย เช่น ผู้ป่วยรายหนึ่งเป็นเอดส์ ขาดแคลนเลือด ต้องการรับบริจาคด่วน

หากเป็นการโพสต์ในลักษณะนี้ ถือว่าไม่เหมาะสม เพราะมีการระบุโรค เข้าข่ายผิดมาตรา 7 ซึ่งหากญาติผู้ป่วย หรือผู้ป่วยต้องการฟ้องร้อง สามารถดำเนินการได้ โดยผู้ละเมิดจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สิ่งสำคัญคือ หากเราต้องการแชร์ข้อมูล เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยก็ควรได้รับการยินยอมจากญาติและผู้ป่วยเสียก่อน และการนำข้อมูลการรักษาของผู้ป่วยมาเผยแพร่ ต้องไม่ทำให้เกิดความเสียหาย มิเช่นนั้นจะเข้าข่ายหมิ่นประมาทได้

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก hfocus.org

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

166211-attachment

ความเห็นของคุณหมอ กรณี ดาราสาวคนดัง ฆ่าตัวตาย!

ระวังภัยนักต้มตุ๋น อ้างคว้าพระธาตุกลางอากาศได้

เตือนภัย นักต้มตุ๋น หลอกชาวบ้านอ้างเป็นผู้วิเศษ คว้าพระธาตุกลางอากาศ

ชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและข้อความจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Polapat Jittivuthikan เตือนภัยชาวบ้านอย่าหลงเชื่องมงายเพราะมีนักต้มตุ๋นอ้างตัวเป็นผู้วิเศษ โดยเผยว่า มีชายคนหนึ่งอ้างว่าเป็น ศาสตราจารย์เรียกตัวเองว่า อาจารย์โต้ง มีความสามารถคว้าพระธาตุจากอากาศได้ และเคยหลอกลวงผู้คนเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งมีคนศรัทธาซื้อบ้านให้อยู่ และอื่นๆ

11737864_958045184247597_4488098014181847995_n

อ.โต้งเคยได้หลอกให้คนบูชาแก้วที่อ้างว่าเป็นพระธาตุ โดยหลอกคนได้เงินเป็นคราวละหมื่นละแสน ท้ายที่สุดมีคนจับได้ ว่าเอาของซ่อนไว้ตามซอกนิ้ว (ด้วยความที่นายคนนี้อ้วน)

แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะโดนจับได้แล้ว ก็ยังได้ย้ายไปตั้งหลักอยู่ที่จังหวัดตรัง และได้ตั้งตัวเป็น ศ.ดร. อยู่ ณ โรงเรียนปิยบุตรศึกษากร จ.ตรัง พร้อมทั้งมีครูจำนวนหนึ่งได้มานับถือเคารพศรัทธา

ซึ่งกรณีนี้เป็นเรื่องสะท้อนใจ ที่สิบแปดมงกุฎเยี่ยงนี้ยังลอยนวล และยังมีกลุ่มครูไปให้ความเคารพนับถือเสียอีก ซึ่งนายคนนี้ เคยเปลี่ยนชื่อมาหลายครั้งแล้ว เคยถูกจับครั้งหนึ่งในคดี อ้างตัวเป็น เสนาธิการทหารประจำตัว พล.อ.เปรม หลอกเอาเงิน 2 แสนจากเหยื่อว่าวิ่งเต้นฝากเข้าทำงานการทางพิเศษฯ ภายหลัง ได้มาหากินด้วยการอ้างว่าเป็นผู้วิเศษ สามารถเรียกพระธาตุจากอากาศได้ และทุกวันนี้ ก็ยังลอยนวลอยู่ พร้อมกับมีครูในโรงเรียนให้ความเคารพนับถือ

ขอบคุณภาพจาก สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Polapat Jittivuthikan

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News 

มติ คกก.เยียวยาให้ ศรีวราห์ ขึ้น ผช.ผบ.ตร.

พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เผยมติคณะกรรมการเยียวยาให้ “พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล” ขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร. เตรียมเสนอประชุม ก.ตร. พิจารณา

วันนี้ 17 ก.ค. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยภายหลังประชุมคณะทำงานเพื่อพิจารณาแนวทางการเยียวยารับสิทธินับอายุราชการทวีคูณย้อนหลังของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล

ศรีวราห์

โดยที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ เตรียมเสนอให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่งตั้ง พล.ต.ท.ศรีวราห์ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 โดยให้มีผลย้อนหลังกลับไปเมื่อ 1 ตุลาคม 2553 และให้แต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการประจำ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เปิดขึ้นใหม่เฉพาะตัว ในวันที่ 29 มิถุนายน 2555 และแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในวันที่ 1 ตุลาคม 2556 โดยเตรียมเสนอเข้าที่ประชุม ก.ตร. ให้เห็นชอบ ซึ่งจะพิจารณาประกอบกับลำดับอาวุโส และขั้นเงินเดือน

ส่วนวาระการแต่งตั้งประจำปีนี้ พล.ต.ท.ศรีวราห์ จะมีอาวุโสสูงสุดลำดับที่ 1 ส่วนจะได้รับการพิจารณาขึ้นเป็น ที่ปรึกษา สบ 10 หรือ รอง ผบ.ตร. นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของที่ประชุม ก.ตร. ในการจัดบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายวาระประจำปี 2558 ทั้งนี้ คณะทำงานเตรียมส่งหนังสือถึงพนักงานอัยการเจ้าของคดีเพื่อสอบถาม หลัง ก.ตร. มีมติไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลปกครอง ในประเด็นที่ว่า คดีนี้ถือว่าเสร็จสิ้นตามกระบวนการทางกฎหมายแล้วหรือไม่ เพื่อที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะได้ดำเนินการแต่งตั้งและเยียวยาตามขั้นตอนของกฎหมายให้ถูกต้องต่อไป

ขอบคุณข้อมูล INN / ภาพ TNEWS

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News