ดราม่าทุกปี! เป็นนางงามทั้งที ต้องมีเรื่องทำมงกุฎสั่นคลอน?

MThai ข่าวภาคซ่าส์ วันนี้จะมาพูดถึงเวทีการประกวดของสาว ๆ กัน ที่เรียกได้ว่าเป็นดราม่าทุกปีทุกเวทีการประกวด หากใครได้รับตำแหน่งเป็นต้องถูกขุดคุ้ยประวัติ เอาเป็นว่า แทบจะไม่มีใครเลยก็ว่าได้ หากได้รับตำแหน่งมาแล้วไม่ถูกตำหนิ บางคนร้ายแรงถึงขนาดต้องสละมงกุฎเพราะคุณสมบัติไม่เหมาะสม จนผู้คนบนโลกออนไลน์อดสงสัยไม่ได้ว่า ต้องเป็นผู้หญิงแบบไหนกันที่จะมีคุณสมบัติจนเป็นที่พอใจ

สำหรับประเทศไทยเวทีการประกวด นางสาวไทย (Miss Thailand) ถือเป็นการประกวดนางงามเวทีแรกของประเทศ โดยในยุคแรกจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมงานฉลองรัฐธรรมนูญ ต่อมาจัดขึ้นเพื่อส่งผู้ชนะเลิศเป็นตัวแทนสาวไทย ไปประกวดนางงามจักรวาล (Miss Universe) และในปัจจุบันจัดขึ้นเพื่อให้เป็นทูตวัฒนธรรม และการท่องเที่ยว

ปัจจุบันมีเวทีการประกวดหลายเวที ให้สาว ๆ ได้ตามล่าหาความฝันกัน แต่เวทีที่ดูจะคุ้นหูคุ้นตากันเป็นที่สุด เห็นจะเป็นเวทีดังต่อไปนี้

page

– นางสาวไทย (Miss Thailand) การประกวดนางสาวไทย จัดครั้งแรกในวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2477 ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 โดยใช้ชื่อว่า “นางสาวสยาม” รัฐบาลได้จัดขึ้นในงานเฉลิมฉลองรัฐธรรมนูญ ภายในพระราชอุทยานสราญรมย์ ซึ่งเป็นสโมสรคณะราษฎร ในปี พ.ศ. 2477 เป็นการเฉลิมฉลองรัฐธรรมนูญเป็นปีที่สอง แต่เริ่มจัดการประกวดนางสาวสยามเป็นปีแรก

– มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ (Miss Universe Thailand) เป็นชื่อของการประกวดนางงามในประเทศไทย จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2543 โดยใช้ชื่อว่ามิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส และมีสุรางค์ เปรมปรีดิ์ เป็นผู้อำนวยการประกวด เพื่อส่งผู้ชนะเลิศเป็นผู้แทนประเทศไทย เข้าประกวดนางงามจักรวาล (Miss Universe)

– มิสไทยแลนด์เวิลด์ (Miss Thailand World) เป็นชื่อของเวทีการประกวดนางงามในประเทศไทย จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2528 โดยบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ผู้ดำเนินกิจการสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เพื่อส่งผู้ชนะเลิศเป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าประกวดนางงามโลก (Miss World) จัดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 จนถึงปัจจุบัน

เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอยู่ไม่น้อย เมื่อผู้ชนะการประกวดในแต่ละเวทีมักจะมีเรื่องดราม่าหลังได้รับตำแหน่ง เหมือนกับเป็นของคู่กันไปแล้ว เกิดการแฉขุดคุ้ยเรื่องในอดีตตามมาเป็นขบวนยาวเหมือนหางว่าว จริงบ้างไม่จริง หากเรื่องไหนเป็นเรื่องจริง ฉาวเกินจะรับได้สุดท้ายสิ่งที่พวกเธอต้องทำคือสละมงกุฎ!

เรามาย้อนดูกันว่า นางงามคนไหนที่ต้องมาเสียน้ำตาจำใจสละมงกันบ้าง

bbbbbbbbb

– เริ่มกันที่สาวคนแรก แองจี้ อัจฉรา แมคคาย มิสไทยแลนด์เวิลด์ ปี 2005  เธอได้รับตำแหน่งเพียงไม่กี่วัน ก็ต้องประกาศสละตำแหน่ง โดยให้เหตุผลว่าติดเรียน และงานถ่ายแบบ แต่มีข่าวลือว่า เหตุผลหลักมาจากภาพหวิวกึ่งเปลือยที่เธอเคยไปถ่ายในนิตยสารเล่มหนึ่ง เรื่องไม่จบเมื่ออัจฉราแถลงข่าวว่าถูกบีบให้สละตำแหน่ง เนื่องจากผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัว ส่วนเรื่องภาพหวิวเธอได้ปฏิเสธว่าเป็นแค่คนหน้าเหมือนเท่านั้น

dfgdh

– สาวสวยคนต่อมาที่ต้องสละมงกุฎ และเป็นประเด็นสุดร้อนแรงคือ น้ำเพชร สุณัณณิการ์ หรือ  เอมี่ น้ำเพชร  อดีตรองอันดับ 2 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 ทางกองประกวด มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ได้ออกมาประกาศว่า

น้ำเพชร ถูกปลดออกจากตำแหน่ง หลายคนตั้งข้อสงสัยว่า เหตุที่ต้องปลดน้ำเพชรเป็นเพราะ มีคนปล่อยข่าวฉาวว่าเธอ มีคนเลี้ยงดู เป็นเมียน้อย ทำตัวเป็นแม่เล้า จัดหาเด็กให้เสี่ย จากนั้นก็มีภาพหลุด สุดสยิว ของเธอปล่อยมาเรื่อย ๆ สุดท้ายทางกองประกวดก็สั่งปลดแบบฟ้าผ่า ซึ่งเธอยอมรับ ขอคืนตำแหน่ง และสายสะพายให้กองประกวด

dfhs

– ร้อนแรงเป็นที่สุดเห็นจะเป็น น้องฝ้าย เวฬุรีย์ ดิษยบุตร ผู้ชนะการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 เธอถูกวิจารณ์อย่างหนักในหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ทวิตคำหยาบ มีภาพหลุดขณะดูดบารากุ ซึ่งขณะนั้นเจ้าตัวได้ชี้แจงว่า แค่เป่าลูกโป่ง และถือแทนเพื่อนเท่านั้น

หลังจากเธอได้รับตำแหน่งไปเพียงไม่นานผู้คนต่างวิพากษ์วิจารณ์น้องฝ้ายอย่างรุนแรง ทั้งเรื่องของรูปร่างที่ไม่ได้สัดส่วน เมื่อเปรียบเทียบกับรองอันดับหนึ่ง  รวมถึงประเด็นเรื่องเด็กเส้น เนื่องจากเจ้าตัวเคยเป็นพิธีกรรายการสตรอเบอรี่ชีสเค้ก ทางช่อง 3 อีกทั้งยังเป็นดาราในสังกัดของช่องอีกด้วย

ดูจะเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากถึงขนาดที่มีการทำเพจรณรงค์ให้ตัดสิทธิ์การรับตำแหน่งของฝ้าย MUT 2014 และมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก โดยทุกคนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุผลที่ฝ้ายไม่ควรได้รับตำแหน่ง สุดท้ายฝ้ายก็ตัดสินใจแถลงสละตำแหน่ง โดยไม่ขอรับรางวัลใด ๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากรับแรงกดดันจากสังคมไม่ไหว

เป็นธรรมดาที่เราต้องทำความเข้าใจว่า หญิงสาวที่ได้รับตำแหน่งเหล่านั้นเธอคือหน้าตาของประเทศ เธอคือตัวแทนของหญิงไทยที่ต้องไปประกวดเวทีระดับโลก มันก็ไม่แปลกที่ทางกองประกวดจะต้องค้นหาหญิงสาวที่สมบรูณ์แบบ และมอบตำแหน่งให้สาวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมที่สุดในการไปประกวดเวทีโลก หากมีเรื่องฉาวเกินจะให้อภัยก็ต้องทำใจให้คนอื่นไปทำหน้าที่แทน…

กรณ์วิกา ชารับคำ : เรียบเรียง

MThai News

หญิงชราตายแล้วฟื้นร้องให้ช่วยดังจากห้องเก็บศพ

แพทย์ประจำบ้านพักคนชราในเยอรมนี ถูกตั้งข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย หลังวินิจฉัยให้หญิงชราเสียชีวิต แต่กลับฟื้นคืนชีพขณะรอนำร่างไปทำพิธีทางศาสนา

159832926

วันนี้ (29 ก.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวกรณีที่ เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หลังจากที่แพทย์ วัย 53 ปี รายหนึ่ง (สงวนชื่อ) รายหนึ่ง ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบ้านพักคนชราวัย 92 ปี คนหนึ่ง วินิจฉัยให้หญิงชราคนหนึ่งเสียชีวิตจากภาวะโรคหัวใจ จนกระทั่งร่างของเธอถูกนำไปเก็บไว้ภายในห้องทำความเย็น เพื่อเตรียมทำพิธีทางศาสนาต่อไป

ทั้งนีรายงานระบุว่า หลังจากนั้นในช่วงเย็น เจ้าหน้าที่ประจำห้องเก็บศพ ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังออกมาจากห้องทำความเย็น ที่เก็บร่างหญิงคนดังกล่าวไว้ จากนั้น เจ้าหน้าที่จึงเร่งย้ายตัวเธอไปยังโรงพยาบาลท้องถิ่นเพื่อให้ความช่วยเหลือ

หลังจากนั้นพนักงานอัยการในเยอรมนีได้ดำเนินคดีกับแพทย์ผู้ทำการวินิจฉัยให้หญิงคนดังกล่าวเสียชีวิต ด้วยข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย หลังประกาศให้หญิงชราคนดังกล่าว  เสียชีวิต และอาจด้วยการปรับหรือจับติดคุก หากศาลพิจารณาว่าเขามีความผิดจริง

อย่างไรก็ตามหญิงชรารายนี้ได้เสียชีวิตใน 2 วันต่อมาที่โรงพยาบาลจากโรคหัวใจ ซึ่งมิได้เป็นผลมาจากเหตุการณ์ข้างต้น

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ที่มา  hngn

น่าเสียดายแรดขาวเหนือ 1 ใน 5 ตัวสุดท้าย ตายแล้ว

แรดขาวเหนือ 1 ใน 5 ตัวสุดท้ายของโลกตายอีกแล้ว 1 ขณะนักวิทยาศาสตร์เร่งศึกษาหวังคงรักษาพันธุ์ให้อยู่คู่กับโลก

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์สัตว์วิทยาของสาธารณรัฐเชก ออกมายืนยันแล้วว่า นาบิเร่ แรดขาวเหนือเพศเมียที่อาศัยอยู่ในประเทศ ซึ่งเป็นแรดขาวเหนือ 1 ใน 5 ตัวสุดท้ายของโลกได้ตายลงแล้วเมื่อช่วงค่ำวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังมันป่วยถุงน้ำ หรือ ซีสต์แตก

แรดขาว, นาบิเร่

โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า แรดสายพันธุ์นี้อาจจะสูญพันธุ์ในไม่ช้า โดยขณะนี้เหลือแรดขาวเหนืออยู่ 4 ตัว โดยมี 1 ตัวเป็นตัวเมีย อยู่ในความดูแลของสวนสัตว์ ซานดิเอโก้ ส่วนอีก 3 ตัว ซึ่งเป็นตัวผู้ 1 ตัว และตัวเมีย 2 ตัว อาศัยอยู่ที่ศูนย์อนุรักษ์สัตว์ป่าในเคนย่า พวกมันได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่อย่างดีในเคนย่า แต่แรดขาวเหนือเพศผู้ที่เหลืออยู่เพียงตัวเดียวนั้นไม่สามารถผสมพันธุ์ด้วย

สำหรับ นาบิเร่ เกิดในสวนสัตว์ “ดวูร์ คราเลิฟ” เมื่อปี 2526 ซึ่งมันก็อยู่ที่นั่นมาตลอดทั้งชีวิต อย่างไรก็ดีมีความพยายามที่จะรักษาสายพันธุ์ของแรดขาวเหนือเอาไว้ ด้วยการนำไข่ของตัวเมียแช่แข็งเอาไว้ เพื่อหวังว่ามันจะปลูกถ่ายมันลงไปในแรดขาวใต้ได้ในอนาคต แม้ว่ากระบวนการนี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ก็ตาม

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News