หวังพลังโซเชียล! ช่วยครูเกษียณถูกนายทุนปิดทางเข้า-ออกบ้าน

แชร์เรื่องราวของคุณครูวัยเกษียณ ถูกนายทุนต้องการที่ดิน ปิดทางเข้า-ออกบ้าน อีกทั้งใครช่วยเหลือจ่อฟ้องกลับ วอนช่วยก่อนขึ้นศาล20 ก.ค.นี้

วันนี้ (16 ก.ค. 58) ชาวโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพ พร้อมเรื่องราวของครอบครัวข้าราชการครูเกษียณท่านหนึ่ง ซึ่งมีกันอยู่แค่ 3 คน เป็นผู้สูงอายุทั้งหมด แต่กลับถูกนายทุนกลั่นแกล้ง โดยปิดตายทางเข้า-ออกบ้าน หวังจะได้ที่ดินนำไปปลูกสร้าง ทั้งที่คุณครูเข้าออกทางนี้มา 70 ปีแล้ว

ครูเกษียณถูกนายทุนปิดทางเข้า-ออกบ้าน

โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊คชื่อว่านพภาณุ ชุติมาเมธี ได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความบอกเล่าเรื่องราวดังกล่าว ระบุว่า

” อ่านให้จบแล้วช่วยแชร์ให้ด้วยนะครับ จิตใจมนุษย์ความโลภอยากได้ที่ดิน รังแกผู้สูงอายุอยู่บ้าน 3 คน อายุ 65 ปี, อายุ 70 ปี ต้องดูแลพ่อ อายุ 97 ปี และที่สำคัญท่านทั้ง 2 เป็นข้าราชการครูเกษียณ ทำความดีมาตลอด อยู่บ้านหลังนี้มากว่า 70 ปี โดนปิดทางเข้า-ออก ไม่ให้ใครเข้าออกได้ ทั้งที่แกเข้าออกทางนี้มา 70 ปีแล้ว

ครูเกษียณถูกนายทุนปิดทางเข้า-ออกบ้าน

หลังจากเจ้าของที่เก่าบริเวณทางเข้าออกตาย นายทุนใหม่มาซื้อต่อเลยกลั้นแกล้ง ปิดตายเอาปูน สังกะสี มาปิดทางเข้าออก 4 ครั้งแล้ว บางครั้งแกก็ทนไม่บอกใคร ทั้งทีมีลูกศิษย์มากมาย กลัวบอกแล้วลูกศิษย์จะเดือดร้อน เสียการงานมาดู ฟ้องศาลสู้กันมาจนถึงศาลฎีกาก็แพ้

เมื่อถูกปิดตาย ท่านก็ทนอยู่ในสวนบ้านท่าน 20 กว่าวัน เก็บผักผลไม้กินประทังชีวิต ยังดีที่มีข้าวสารเต็มถัง มีเพื่อนบ้านที่ดั้งเดิมมาส่งข้าวอาหารให้ก็โดนขู่ไปตาม ๆ กัน จนวันที่ 20 กว่า ๆ ที่โดนขัง คุณตาอายุ 97 ร่างกายเริ่มไม่ไหวแล้ว ยาที่กินหมด ท่านเลยโทรไป สน.ท่าพระ ให้ตำรวจมาช่วยเปิดทางให้

จากนั้น ตำรวจก็มาเปิดให้ เชื่อไหมครับ สุดท้ายตำรวจ 2 นายที่มาเปิดให้กับครูผม 2 คน โดนฟ้องทำลายทรัพย์สินกับบุกรุกอีก ตรวจสอบเรื่องได้ครับที่ สน.ท่าพระ ทำไมถึงต้องฟ้องทางตำรวจด้วย เพราะหวังว่าคราวหลังจะได้ไม่มีใครกล้ามาช่วย ถ้าใครมาช่วยก็จะโดนฟ้องหมด จะให้พวกท่านตายเลยหรือครับ เพราะอะไรถึงแพ้ ก็รู้กันอยู่ทำไมถึงแพ้นายทุน

ครูเกษียณถูกนายทุนปิดทางเข้า-ออกบ้าน

ถามใคร ๆ ก็บอกชนะอยู่แล้ว เข้าออกทางนี้มานาน แต่ในความเป็นจริงเขาจะให้เข้าออกทางคูน้ำ ซึ่งเป็นทางสาธารณะจริง ที่ไม่ได้ใช้งาน คนแก่ 3 คนจะเดินออกยังไง ใจลึก ๆ อยากให้นายทุนมาเดินให้ดูก่อนว่าเดินไม่ได้จริง ๆ วันนี้ผมในฐานะลูกศิษย์มาทำสะพานปูนให้ท่านใหม่ แทนสะพานไม้ที่เริ่มผุพังกลัวจะหักเวลาท่านเดิน พวกนายทุนก็มาถ่ายรูปคงเตรียมไว้ฟ้องอีกตามเคย

ทั้งที่ทำในเขตบ้านท่านไม่ได้รุกล้ำในเขตของนายทุนเลยสักนิด ร้องทุกข์หลายที่แล้วก็เงียบครับ ศูนย์ดำรงธรรม คสช. เรื่องราวมันเยอะเกินบรรยาย สุดท้ายคงพึ่งได้แต่พลังโซเชียล พลังสื่อมวลชน อยากให้คนใหญ่โตในบ้านเมืองไทยเมตตาท่านเหลียวแลให้ความเป็นธรรมกับท่านบ้าง แม่พิมพ์ของชาติผู้เสียสละอย่างแท้จริง

ครูเกษียณถูกนายทุนปิดทางเข้า-ออกบ้าน

บ้านท่านอยู่ในซอยเพชรเกษม 15 แยก 5 บ้านท่านเป็นสวนกว้าง 4 ไร่เศษ เป็นปอดของกรุงเทพฯ อีกแห่งกลางใจเมือง จะให้แปรเป็นคอนโดหรืออะไรก็ตาม เพราะเป็นจุดตัดของรถไฟฟ้าบนดินและใต้ดิน ท่านคงสู้ตายนะผืนแผ่นดินที่ท่านเกิดและพ่อแม่อยู่มาแต่โบราณ

ซึ่งผมคงเห็นท่านสู้จนตายไม่ได้ ช่วยทุกอย่างทุกทาง ยังมองไม่เห็นทาง เลยมาลงเพื่อให้ทุกคนได้รับรู้เรื่องจริงและหวังว่าคงช่วยกันแชร์ เผื่อมีอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยท่านทันเวลา ก่อนขึ้นศาลอาญาวันที่ 20 ก.ค.นี้นะครับ  ป.ล. ข้อความทั้งหมดคือเรื่องจริง ผมขอเอาชีวิตตัวเองเข้าแลก ถ้าช่วยท่านได้ตอบแทนบุญคุณผู้มีพระคุณดั่งพ่อแม่จริง ๆ อีกคน “

ครูเกษียณถูกนายทุนปิดทางเข้า-ออกบ้าน

หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกตีเผยแพร่ออกไป ล่าสุดผู้โพสต์ได้อัพเดทภาพพร้อมข้อความว่า ได้พาสื่อมวลชนเดินเลาะ เพื่อดูทางคูน้ำเข้าบ้านครูว่าเป็นอย่างไรนั้น นายทุนที่ถูกกล่าวอ้างได้สั่งให้ลูกน้องทำการปิดกั้นทางอีกครั้ง ซึ่งในขณะนี้ทางนายทุนที่ถูกกล่าวอ้าง ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ นพภาณุ ชุติมาเมธี

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

สมชายแฉ! เหตุถนนทรุด ไม่ใช่แค่แล้ง แต่?

‘สมชาย แสวงการ’ FB จี้  สตง.และหน่วยงานรัฐเร่งตรวจสอบปรากฏการณ์ ‘ถนนทรุด’ หลายพื้นที่ภัยแล้ง ชี้ มีวิศวกรแฉ งานนี้ทุจริตเพียบ

วันที่ 16 ก.ค. 58 นายสมชาย แสวงการ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สนช.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “สมชาย แสวงการ” เรียกร้องให้ หน่วยงานภาครัฐ อาทิ สตง.- ป.ป.ช.- ป.ป.ท. และดีเอสไอ ช่วยตรวจสอบกรณีปรากฏการณ์ถนนทรุดในหลายพื้นที่ภัยแล้ง ชี้ พบพิรุธ-ทุจริตจำนวนมาก

'สมชาย' จี้ สตง.สอบด่วน ปม'ถนนทรุด'

โดยข้อความระบุว่า

น้ำลดตอผุด ทุจริตก่อสร้างเเบบฟาสต์ฟู้ด กินค่าคอม40% ต้นเหตุเเท้จริงถนนทรุดยาวหลายจุด หาใช่เพราะภัยเเล้งน้ำแห้งขอดลำคลองอย่างเดียว

วิศวกรใหญ่ ผู้มากประสบการณ์เขียนเเผนภาพนี้ ส่งให้ดูประกอบคำอธิบายว่า สาเหตุที่เเท้เกิดจากผู้รับเหมารับ คำสั่งให้ลดสเปกเสาเข็มจาก19เมตรเหลือ11เมตร พอน้ำเเห้งดินจึงทลายหมุดเสาเข็มออกมา

เเละน่าสนใจยิ่งกว่าคือ คนเคลียร์งบกินด่วน ตามเก็บตามกินส่งเจ๊ โครงการงบฯกลาง120,000ล้าน เเละ พ.ร.ก.น้ำ350,000ล้าน คือ แกนนำมวลชนฮาร์ดคอ ชอบอมฮอลล์ นั่นเอง

ฝาก สตง. ป.ป.ช. ป.ป.ท ดีเอสไอ ไปตรวจสอบด้วยว่าน้ำลดตอผุดคราวนี้ จะจับใครมาเข้าคุกตาม พระราชบัญญัติ ป.ป.ช แก้ไขใหม่ ได้บ้างมั้ยครับ

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ขอร้อง สิงห์นักปั่น เลิกย้อนศรกันได้ไหม?

โลกออนไลน์ส่งต่อกระทู้ ของสิงห์นักปั่นท่านหนึ่ง ที่ได้ขอร้อง ให้เลิกขับ-ขี่ย้อนศรกันได้แล้ว

วันนี้ (16ก.ค.) เรื่องของอุบัติเหตุไม่ว่าใครก็คงไม่อยากให้เกิดขึ้น แม้ทุกคนจะรู้กันดีอยู่แล้วว่า อุบัติเหตุเป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้ ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่หลายต่อหลายครั้งเหตุการณ์ไม่คาดคิดนั้น บ้างก็เกิดขึ้นจากความประมาทของตัวเราเอง

ล่าสุดสิงห์นักปั่นท่านหนึ่ง ได้เข้าไปตั้งกระทู้เรียกร้องให้ ผู้ที่มักจะขับขี่รถย้อนศรหยุดพฤติกรรมเช่นนั้น เนื่องจากตัวเขาต้องประสบกับอุบัติเหตุ ขณะปั่นจักรยานกับเพื่อน ๆ เพราะรถจักรยานยนต์คันหนึ่งขี่ย้อนศรมา

1436726012-IMG2283JPG-o

ผู้โพสต์ระบุรายละเอียดเรื่องราวไว้ว่า…

เนื่องจากเมื่อวันเสาร์ที่ 11 ก.ค. ที่ผ่านมา ผมได้ปั่นจักรยานไปที่เขื่อนขุนด่าน ปรากฏว่า เจอรถมอเตอร์ไซค์ย้อนศรมาบนไหล่ทาง และมีเหตุการณ์ชนกันเกิดขึ้น

สาเหตุที่ชนเนื่องจาก มีรถยนต์จอดอยู่ 1 คัน บนไหล่ทาง ซึ่งผมก็ขี่จักรยานไปทางด้านขวาของรถยนต์ที่จอดอยู่ ส่วนมอเตอร์ไซค์ก็ย้อนศรมา ผมคิดว่าทางผมน่าจะต้องผ่านตัวรถยนต์ไปก่อน แต่ทางฝั่งรถมอเตอร์ไซค์ไม่ได้หยุดรถให้ผมผ่านไป พอมาปะทะกันตรงหน้า ทางผมไม่กล้าออกขวาไปมากกว่านี้ เพราะไม่แน่ใจรถจากทางด้านหลังจึงได้แต่เบรค

ในที่สุดก็ชน ผลปรากฏว่า ผมล้ม จักรยานล้ม (แต่ไม่ได้บาดเจ็บเท่าไหร่) เนื่องจากเบรคเข้ามาพอสมควร และพยายามใช้ส่วนยาง (ด้านหน้าชน)

จุดสำคัญอยู่ตรงนี้คือว่า คนซ้อนผู้หญิง (อายุน่าจะประมาณ30) ลงมาขอโทษ ขอโพย ช่วยเก็บ Garmin และอะไรที่ตกหล่น ขอโทษ ยกมือไหว้ สำนึก รู้ว่าผิด และหันไปบอกให้ น้องชาย อายุไม่น่าจะเกิน 20 ซึ่งเป็นผู้ขับขี่ จอดรถแล้วเอาขาตั้งลง เพื่อมาไหว้ขอโทษผม น้องผู้ชายก็ดูไม่รู้ร้อน รู้หนาว ทำหน้าแบบ “ตกใจ” ไม่รู้ต้องทำอะไร ลงมาไหว้ แบบผ่าน ๆ “พี่ผมขอโทษ” เสียงในลำคอ พี่สาวคนดังกล่าว จึงบอกให้กล่าวขอโทษผมใหม่ ซึ่งน้องก็ทำได้หนักแน่นขึ้น

ทางผมก็ไม่ได้ติดใจเอาความอะไร สำรวจความเสียหาย แล้วก็ตักเตือนบอกว่า ไม่ควรขี่รถย้อนศรมานะ ที่กลับรถก็มี พอเกิดอุบัตเหตุขึ้นมา รับผิดชอบอะไรได้ไหม ก็ทำไม่ได้ หมวกกันน็อคก็ไม่ใส่ ถ้ารู้ตัวว่าผิดวันหลัง ก็อย่าทำอีก เน้นย้ำไปว่า น้องจะรับผิดชอบอะไรได้เวลาที่เกิดอุบัติเหตุ ถ้ารู้ว่าผิด วันหลังอย่าทำอีกนะ แล้วผมก็ชี้ทิศทางให้น้องเขาขี่ออกไป เพื่อที่จะได้ไม่ย้อนศร

เสร็จแล้วก็แยกย้าย ผมก็พร้อมที่จะขี่จักรยานไปพร้อมกับเพื่อน ๆ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ พอผมกำลังจะออกปั่น กลับพบว่าน้องเขายังคงขี่รถย้อนศรต่อไป ท่าทางเหมือนไม่ทุกข์ร้อนใด ๆ ไม่มีท่าทีสำนึกในสิ่งที่ตัวเองทำลงไปเลย แต่ครั้งนี้เป็นคนพี่ที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์ย้อนศร

ขอแสดงความเคารพกับผู้ใหญ่ที่เป็นแบบอย่างให้น้องเขาเห็น ที่ทำให้เกิดสังคมแห่งความไม่รับผิดชอบ

ปล. ผมขออนุญาตแจ้ง เผื่อน้องหรือญาติของน้องเขา เข้ามาพบคือ จักรยานที่คุณทั้งสองมีส่วนร่วมทำให้ล้มในวันนั้น มันมีมูลค่าประมาณ 100k. ถ้าเจอกันอีก ผมคงต้องเรียกร้องค่าเสียหาย ให้พวกท่านได้รู้สึกสำนึก และรับผิดชอบในสิ่งที่กระทำไปมากกว่านี้นะครับ เพราะโอกาสที่ผู้ใหญ่ (ใจดี) หยิบยื่นให้ท่าน แต่สิ่งที่ท่านตอบแทนมันช่างมีคุณค่าที่ควรแก่การจดจำ เสียยิ่งกระไร

หมายเหตุ ภาพเหตุการณ์จะเห็นว่า ไม่มีรถยนต์จอดด้านซ้ายนะครับ เพราะหลังจากเกิดเหตุ รถยนต์คันดังกล่าว ก็ได้เลื่อนออกไปครับ

MThai News

ขอบคุณ สมาชิกพันทิป sanchai_ch