จีนแสบ!แก้เผ็ดยุ่น ปั้นหุ่นอาเบะ ยืนคำนับขอโทษ

สุดแสบ จีนปั้่นหุ่นยนต์รูปชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น พร้อมทำท่าโค้งคำนับขอโทษกลางงานนิทรรศการในเซี่ยงไฮ้ สื่อนัยยะกดดันให้ญี่ปุ่นขอโทษ ปมความขัดแย้งในอดีต

วันนี้ (16 ก.ค.) สำนักข่าว ‘เซี่ยงไฮ้อิสต์’ รายงานข่าวกรณีการผุดหุ่นยนต์ของนาย ‘ชินโสะ อาเบะ’ ผู้นำประเทศญี่ปุ่น เท่าขนาดจริง กำลังยืนโค้งคำนับตามธรรมเนียนของชาวแดนอาทิตย์อุทัย ตั้งอยู่ในงาน Ciros งานแสดงหุ่นยนต์นานาชาติ ที่จัดขึ้นที่เซี่ยงไฮ้ สร้างความฮือฮาให้กับผู้เข้าชมนิทรรศการชาวจีนที่หลั่งไหลมากร่วมงานเป็นอย่างมาก

0123333

ทั้งนี้มีผู้ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า การกระทำดังกล่าวของจีน เป็นการส่อนัยยะความขัดแย้งของสองชาติที่มีในอดีต ที่ก่อตัวขึ้นนับตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และเกิดขึ้นหลังจากที่สองไม้เบื่อไม้เมาเชื้อเฉือนกันในความไม่สงบที่เกิดขึ้น ประเด็นที่ครั้งหนึ่ง กองทัพญี่ปุ่นได้เดินทางลุกล้ำเข้ามาในประเทศจีน และย่ำยีคนในชาติจีน ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง รวมทั้งเหตุการณ์ ‘วิกฤตการณ์นานกิง’ ซึ่งเป็นบาดแผลใหญ่ที่ชาวญี่ปุ่นฝากไว้ ในการสังหารหมู่ชาวจีน

ทว่า เมื่อไม่นานมานี้ นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีของประเทศญี่ปุ่น ได้สร้างความขุ่นเคืองแก่ชาวจีน รวมถึงชาวเกาหลีใต้ แลัสหรัฐฯ ด้วยการไม่เดินทางไปเยือนศาลเจ้าบรรพชนนักรบญี่ปุ่น ‘ยาสุกุนิ’ ด้วยตัวเอง แต่กลับส่งเครื่องสักการะชื่อ มาซากากิ (masakaki) หรือต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ต่อศาลเจ้ายาสุคุนิไปแทน เนื่องจากศาลแห่งนี้ เป็นศาลที่ทั้งจีนและเกาหลีใต้เกลียดชัง ด้วยเหตุผลที่ทั้งสองประเทศมีประวัติศาสตร์การถูกข่มเหง กระทำชำเราร่วมโดยกองทัพญี่ปุ่นในยุคสงครามโลกกำลังปะทุ ส่งผลให้ สองประเทศมองศาลเจ้ายาสุกุนิเป็นเสมือนสัญลักษณ์ “การยังคงอยู่ของลัทธิทหารนิยม” ในญี่ปุ่น

พร้อมกันนี้ ประชาชนชาวจีน ต่างแสดงทัศนะ เกี่ยวกับหุ่นยนต์ผู้นำญี่ปุ่นแตกต่างกันออกไป ซึ่งมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

อาเบะ,ชินโสะ อาเบะ,ขอโทษ,หุ่นยนต์,ยืนคำนับ

อาเบะ,ชินโสะ อาเบะ,ขอโทษ,หุ่นยนต์,ยืนคำนับ

อาเบะ,ชินโสะ อาเบะ,ขอโทษ,หุ่นยนต์,ยืนคำนับ

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News
ที่มา shanghaiist

ระวังภัย! กลใหม่ใช้ ‘โซเชียล’ ลวงเงินเหยื่อ

หลังจากทาง MThai News ได้นำเสนอกลโกงของ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์”ในตอน “แอบอ้างสำนักงาน ปปง.” ที่โทรศัพท์มาลวงเหยื่อ อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานปปง. เพื่อหลอกให้โอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มไปแล้วนั้น

พฤติกรรมของแก๊งดังกล่าว ยังมีการพัฒนาการกลโกงในรูปแบบอื่นมากมาย โดยการเลือกใช้วิธีที่ใกล้ตัวและเข้าถึงเหยื่อง่ายที่สุด คือการใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ต หรือโซเชียลมีเดีย เป็นสื่อกลางในการหลอกลวง โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก และอีเมล์ หรือการแชทผ่านระบบต่างๆที่มีในปัจจุบัน

เนื่องจากสื่อดังกล่าว สามารถติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่นได้อย่างง่ายดายไม่ว่าอยู่มุมใดของโลก ทั้งยังส่งข้อมูลได้ทั้งข้อความรูปภาพ เสียง และสามารถเห็นหน้าตากันได้เสมือนคุยกันต่อหน้า

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โกงผ่านโซเชียล

นับว่าเป็นเทคโนโลยีที่สะดวกสบาย ประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ใครจะรู้บ้างว่า ภายใต้สิ่งความสะดวกสบายนี้ ก็อาจจะแฝงไปด้วยภัยอันตรายจากมิจฉาชีพได้เช่นกัน

และในครั้งนี้ MThai News จะนำเสนอกลโกงของ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ในตอน “โอนเงินให้เพื่อน…ออนไลน์” ซึ่งมิจฉาชีพแก๊งนี้ จะแฝงตัวมากับโซเชียลมีเดีย และมีวิธีการหลอกลวงต้มตุ๋นเหยื่อให้หลงเชื่อหลายวิธี

อาทิ มิจฉาชีพชาวต่างชาติ ใช้ภาษาอังกฤษในการติดต่อสื่อสาร แฝงตัวเข้ามาทำความรู้จักและเริ่มตีสนิทเป็นเพื่อนกับเหยื่อทางเฟซบุ๊ก จากนั้นก็จะคุยกันอยู่ระยะหนึ่งเพื่อให้เหยื่อตายใจก่อนจะหลอกลวง  หรืออาจตีสนิทจนพัฒนาความสัมพันธ์ถึงขั้นคบหาเป็นแฟนกัน ก่อนอ้างว่าจะโอนเงินเข้ามายังประเทศไทยให้เปิดบัญชีรอรับเงิน

จากนั้นจะระบุว่าติดขัดไม่สามารถโอนเงิน ให้เหยื่อสำรองเงินแทน เมื่อเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินไปแล้ว จะไม่สามารถติดต่อกับมิจฉาชีพได้อีก

วิธีนี้จะทำให้เหยื่อเชื่อได้อย่างสนิทใจ ง่ายต่อการตกเป็นเหยื่อสูญเงินไปฟรี ๆ

หรือบางรายอาจใช้วิธีหลอกลวงด้วยการอ้างตนเป็นบุคคลมีชื่อ มีตัวตน มีอาชีพ สร้างข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับตนเอง เพื่อให้คู่สนทนาเห็นว่าน่าเชื่อถือ คบหาและสนทนาอย่างต่อเนื่อง

และแม้แต่การทำทีเข้าไปติดต่อเรื่องงาน รวมถึงอ้างกับเหยื่อว่าได้รับมรดกหรือเงินปันผล และขอยืมบัญชีเพื่อโอนเงินเข้าบัญชี

ที่ผ่านมา มีประชาชนตกเป็นเหยื่อจำนวนไม่น้อย  ฉะนั้นการ “มีสติ” จึงเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความระมัดระวัง และเป็นเกราะป้องกันภัย ให้รอดพ้นจากมิจฉาชีพเหล่านี้ได้

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

อุกอาจ! โจรใต้ยิงทหารนราฯดับ 2 จุดไฟเผาซ้ำ

เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงทหารเฉพาะกิจ 30 จ.นราธิวาส ก่อนราดน้ำมันเผาซ้ำ บริเวณหน้ามัสยิด อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส

วันนี้ 16 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงทหารเฉพาะกิจ 30 จ.นราธิวาส ก่อนราดน้ำมันเผาซ้ำ เสียชีวิตทันที 2 นาย บริเวณหน้ามัสยิด ซึ่งตั้งอยู่ หมู่ 4 บ้านบลูกาฮูลู ต.บาตง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส จากการตรวจสอบทราบชื่อในเบื้องต้น คือ ส.อ.ประสิทธิ์ นาคเรือง และ พลทหารยูโซํะ เต๊ะพี ล่าสุดกองกำลังผสม อ.รือเสาะ เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว

เผารถ ฆ่าพลทหารดับ 2

อย่างไรก็ตาม ที่ จ.สงขลา เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (16 ก.ค.) ได้มีพวกมือดีแขวนป้ายโจมตีรัฐบาลไทย และฉีดสเปรย์บนพื้นถนน หวังสร้างสถานการณ์เชื่อมโยงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้าน ผจว.สงขลาสั่งฝ่ายปกครองทุกอำเภอในพื้นที่ ฝ่ายระวังเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด

ขอบคุณข้อมูล INN / สวพ.91

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News