35 ปีชุบชีวิต ปิดม่าน ‘บ้านครูน้อย’

กลายเป็นเรื่องน่าเศร้า “เสียใจ” สำหรับเหล่าเด็กน้อยผู้ยากจน-ไร้ที่พึ่ง หลังจาก นางนวลน้อย ทิมกุล หรือ “ครูน้อย” ผู้ก่อตั้ง “สถานรับเลี้ยงเด็กยากจนบ้านครูน้อย” เตรียมปิดสถานรับเลี้ยงเด็กภายในสิ้นเดือน ก.ค.นี้ พร้อมประกาศขายบ้านเพื่อนำเงินมาชดใช้หนี้สิน ส่งผลให้เด็ก 65 คนที่อยู่ในความดูแลอาจต้อง “เคว้งคว้าง”

“ครูน้อย” เผยถึงสาเหตุที่ต้องตัดสินใจ “ปิดสถานเลี้ยงเด็กยากจน”แห่งนี้ ก็เนื่องมาจากปัญหาหนี้สิน และไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายที่มากถึงวันละ 6,500 บาท หรือ เดือนละประมาณ 200,000 บาทได้ แม้ว่าก่อนหน้านี้ จะมีผู้ใจบุญช่วยบริจาคบ้าง แต่ก็ยังไม่เพียงพอ จนทำให้เกิดปัญหาหนี้สินบานปลาย ประกอบกับสุขภาพร่างกายในวัย 72 ปีที่เริ่มทรุดโทรมลงเรื่อยๆ

ครูน้อย

“สถานเลี้ยงเด็กยากจนบ้านครูน้อย” ตั้งอยู่ภายในซอยราษฎร์บูรณะ26 กทม. เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2523 และได้รับการรับรองจากกรมประชาสงเคราะห์ ให้เป็นสถานสงเคราะห์เด็กยากจน ตั้งแต่ปี 2530 มาจนถึงปัจจุบันรวมระยะเวลานาน 35 ปี เพื่อดำเนินการช่วยเหลือเด็กยากไร้ และเด็กเร่ร่อน ให้มีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียนเท่าเทียมกับเด็กอื่นๆในสังคม

“ชีวิตเลือกเกิดไม่ได้ หลายชีวิตล้วนประสบปัญหา เขาเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราช่วยกันเลือกทางเดินที่ดีให้แก่พวกเขาได้ เราจงมาร่วมด้วยช่วยกัน เพื่อชีวิตน้อยๆเหล่านี้”

นี่คือคำจำกัดความ และแนวคิดของ “บ้านครูน้อย” ที่ดำเนินการมาตลอดระยะเวลา 35 ปี

“ครูน้อย” เติบโตจากครอบครัวที่มีฐานะยากจน จึงเข้าใจความลำบากของเด็กๆ ที่ไม่มีโอกาสทางการศึกษา และขาดความพร้อม แม้เพียงปัจจัยพื้นฐานของชีวิต ครูน้อยมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ ให้พ้นจากวิกฤตของชีวิต และเติบโตเป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพของประเทศในวันข้างหน้า

“ครูน้อย” เปรียบเสมือน “แม่พระผู้ใจบุญ” ผู้ชุบชีวิตใหม่ให้แก่เด็กผู้ยากไร้ อีกทั้งยังเป็น “นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่” ดิ้นรนฝ่าฟันอุปสรรคมามากมาย โดยไม่ย่อท้อต่อความกดดันรอบด้าน เพื่อให้สถานเลี้ยงเด็กแห่งนี้ยังคงอยู่

นอกจากนี้ “ครูน้อย” ได้สร้างตำนานการต่อสู้ให้กับตัวเองและสังคม ด้วยการก่อตั้ง “บ้านครูน้อย” จากเงินเพียง 20 บาท เธอยอมนั่งสอนหนังสือเหล่าเด็กน้อยกลางน้ำท่วม โดยการต้องเอาเท้าแช่อยู่ในน้ำนานเป็นวัน ส่งผลให้ทุกวันนี้เธอต้อง “เสียนิ้วเท้าและเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งตัว” จากการทุ่มเทเวลาทั้งหมดของชีวิต เพื่อเด็กๆที่อยู่ภายในการดูแล จนไม่มีเวลาดูแลร่างกาย ที่นับวันจะทรุดโทรมไปตามกาลเวลา

“ความพอเพียง” ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นหลักสำคัญที่ “ครูน้อย” ใช้ในการดำเนินชีวิต ซึ่งครูน้อยเชื่อมั่นว่า “เมื่อใดที่หัวใจรู้จักพอ เราจะค้นพบความสุขได้ไม่ยาก”

1

ความตั้งใจสูงสุด ของ “ครูน้อย” ตั้งแต่เริ่มต้นเปิด “สถานรับเลี้ยงเด็ก” คืออยากให้เด็กทุกคน เติบโตมาเป็นคนดีของสังคม อยากให้เด็กทุกคนมีการศึกษาที่ดี พร้อมกับการอบรมให้เด็กมีคุณธรรม ไร้ความทะเยอทะยานเกินชีวิตความเป็นจริง พร่ำสอนเด็กๆ ให้รู้จักพอใจในสิ่งที่เป็น เพื่อจะพบกับความสุขที่แท้จริง ซึ่งนั่นคือรางวัลที่ยิ่งใหญ่แล้ว

จากวันนั้นถึงวันนี้ สิ่งที่ “ครูน้อย” ค้นพบจากชีวิตส่วนตัว และการช่วยเหลือเด็กยากไร้คือ ความรวยความจนไม่สามารถวัดคุณค่าของคนได้ เด็กยากไร้บางคนเจียมตัวเหลือเกินกับการอยู่ในสังคม เพราะฉะนั้นจึงไม่อยากให้สังคม “ปิดกั้น” พวกเขาจากคนทั่วไป

“การปิดสถานเลี้ยงเด็กยากจนบ้านครูน้อย” นี่คงเป็นข่าวร้าย สำหรับเด็กทั้ง 65 คนที่เคยได้รับความอบอุ่นจากบ้านหลังนี้ และนี่คงเป็นการตัดสินใจอย่างจริงจังและครั้งสุดท้ายของ “ครูน้อย” ที่จะปิดบ้านหลังนี้อีกครั้ง

หลังจากก่อนหน้านี้เมื่อปี 2553 เคยจะทำการปิดตัวแล้วครั้งหนึ่ง จากปัญหาค่าใช้จ่ายที่สูงเกินจะแบกรับไหว กระทั่งไปกู้เงินนอกระบบมีหนี้สูงถึง 8 ล้านบาท จนหลายฝ่ายได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือและสามารถปลดหนี้ได้สำเร็จ กระทั่งล่าสุดประกาศจะปิดตำนาน “บ้านครูน้อย”ในสื้นเดือนก.ค.นี้

ถึงแม้วันนี้ “บ้านครูน้อย” จะต้องปิดตัวลง แต่เชื่อว่าความรัก ความผูกพันระหว่างเด็กและครู ที่มีมาอย่างยาวนานและมากกว่าคำว่า “พ่อแม่”คงไม่หมดไป…

และหลังจากนี้คงต้องเป็นหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ ในการยื่นมือเข้าช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ให้รอดพ้นจาก ชะตากรรมที่อาจต้องเคว้งคว้าง

ขอบคุณภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก พงศพัศ พงษ์เจริญ

MThai News

เมื่อลูกรู้ว่าพ่อรอดอุบัติเหตุ จึงโร่กราบเท้า เพราะ?

ลูกสาวก้มกราบเท้าพ่อ เมื่อรู้ว่าท่านยังปลอดภัยภายหลังประสบอุบัติเหตุ

วันนี้ (14ก.ค.) เป็นเรื่องราวที่ชาวสังคมออนไลน์ต่างพากันพูดถึงอยู่ในขณะนี้ หลังจากแฟนเพจ กระบอกเสียง อำนาจเจริญ  ได้มีการโพสต์ภาพ และข้อความที่อาจจะทำให้ใครหลายคนซาบซึ้ง สะเทือนใจอยู่บ้าง ภาพที่ทางเพจดังกล่าวได้โพสต์ เผยให้เห็นหญิงสาวคนหนึ่ง กำลังกอดชายผู้เป็นพ่อ ก่อนจะก้มลงกราบแทบเท้าของท่าน

11692652_1592027511061537_3503744015448114629_n

ก่อนหน้าที่จะเกิดภาพดังกล่าวขึ้น ทางเพจระบุรายละเอียดไว้ว่า ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้โทรไปแจ้งให้หญิงที่อยู่ในภาพทราบว่า คุณพ่อของเธอประสบอุบัติเหตุ เธอจึงรีบมายังจุดเกิดเหตุ เมื่อพบว่าพ่อปลอดภัย ทำให้เธอดีใจจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ โผเข้ากอดและก้มลงกราบแทบเท้าผู้เป็นพ่อทันที

ทั้งนี้หลังจากเรื่องดังกล่าวถูกนำมาเผยแพร่ ผู้คนส่วนใหญ่ต่างซาบซึ้งกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น และแสดงความเห็นไปในทำนองเดียวกันว่า ในวันที่บุพการียังอยู่ ขอให้ผู้เป็นลูกทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ

11743000_1592027531061535_4108649801842822346_n

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก แฟนเพจ กระบอกเสียง อำนาจเจริญ

สิ่งที่ห้ามลืม ก่อนจองบ้านการเคหะฯ 244โครงการ

พร้อมรึยัง? มาตรวจสอบคุณสมบัติ เงื่อนไข และขั้นตอนในการจองบ้านการเคหะฯ ทั้ง 244 โครงการ ให้พร้อม ก่อนวันจริง

หลังจากการเคหะแห่งชาติ (กคช.) จะนำโครงการบ้านยั่งยืน (บ้านเอื้ออาทร) ซึ่งเป็นบ้านและอาคารชุดพร้อมอยู่ สำหรับผู้มีรายได้น้อย รวม 244 โครงการ จำนวน 13,583 หน่วยทั่วประเทศ มาเปิดให้จองในวันที่ 28 ส.ค. 58 – 6 ก.ย. 58 โดยราคาเริ่มต้น 230,000 – 500,000 บาท พิเศษวางเงินจองเพียง 1,000 บาท

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คุณต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้าจองบ้านการเคหะฯ ควรตรวจสอบคุณสมบัติและเตรียมเอกสาร ดังนี้

คุณสมบัติและหลักฐานของผู้ทำสัญญา 
· มีสัญชาติไทย บรรลุนิติภาวะ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ติด BLACK LIST หรือ เครดิตบูโรจากสถาบันการเงิน
· มีรายได้ครอบครัวไม่เกิน 30,000 บาท/เดือน
· สามารถรับภาระและเงื่อนไขการเช่าซื้อได้โดยผ่านเกณฑ์การพิจารณาจากการเคหะแห่งชาติ
· บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรข้าราชการ หรือบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ (พร้อมสำเนา 1 ชุด)
· สำเนาทะเบียนบ้านของตนเองและคู่สมรส
· สำเนาทะเบียนสมรส หรือใบหย่า (ถ้ามี)
· หนังสือรับรองรายได้ตนเองและคู่สมรส หนังสือรับรองรายได้จากหน่วยงาน สลิปเงินเดือน หรือสำเนาบัญชีเงินฝาก
· เงินจอง 3,000 หรือ 6,000 บาท

infoเอื้ออาทร

เงื่อนไขในการการเช่าซื้อ
· ห้ามการโอนสิทธิในสัญญาจะซื้อจะขาย หรือ เช่าซื้อภายในระยะเวลา 5 ปี
· ห้ามนำอาคารไปให้บุคคลอื่นอยู่อาศัยหรือเช่าช่วง หรือหากตรวจสอบพบภายหลังมีการแจ้งคุณสมบัติที่เป็นเท็จ
จะถูกบอกเลิกสัญญา และริบเงินที่ชำระไว้แล้วทั้งหมด
· กรณีชำระเป็นเงินสดทั้งหมด สามารถกระทำได้ แต่จะได้รับการโอนสิทธิหลังจากครบกำหนดการทำสัญญาจะซื้อจะขายหรือเช่าซื้อ ไม่น้อยกว่า 5 ปี
· เมื่อได้สิทธิแล้ว จะต้องผ่อนชำระเงินดาวน์ในระหว่างการก่อสร้างอาคารในอัตราเดือนละ 300 บาท เพื่อแสดงว่าเป็นผู้มีความประสงค์จะซื้ออาคาร และมีความสามารถในการผ่อนชำระ

สำหรับผู้เช่าซื้อที่ประสงค์ยื่นสินเชื่อโครงการบ้านเอื้ออาทร ต้องเตรียมเอกสาร ดังนี้

หลักฐานในการยื่นสินเชื่อโครงการบ้านเอื้ออาทร :

เอกสารผู้กู้
· สำเนาสัญญาจะซื้อจะขายบ้านเอื้ออาทร จำนวน 1 ชุด
· สำเนาใบเสร็จรับเงินมัดจำบ้านเอื้ออาทร จำนวน 1 ชุด
· สำเนาบัตรประชาชน/บัตรข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจของผู้กู้ จำนวน 3 ชุด สำหรับ ธอส. ( 2 ชุด สำหรับ ธ.ออมสิน)
· สำเนาทะเบียนบ้านผู้กู้ทุกหน้า (ตั้งแต่หน้า 1 ถึงหน้าว่าง) จำนวน 1 ชุด (และถ่ายเฉพาะหน้าผู้กู้เพิ่มอีก 2 ชุด)
· หนังสือรับรองรายได้/สลิบเงินเดือนตัวจริง จำนวน 1 ชุด
· กรณีประกอบอาชีพอิสระให้ถ่ายรูปกิจการหรือธุรกิจที่ทำมา 3 รูป จำนวน 1 ชุด
· สำเนาบัญชีเงินฝากธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน จำนวน 1 ชุด

กรณีมีคู่สมรสอยู่ด้วยกัน
· สำเนาบัตรประชาชน/บัตรข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจของคู่สมรส จำนวน 1 ชุด
· สำเนาทะเบียนบ้านของคู่สมรส จำนวน 1 ชุด
· ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี) จำนวน 1 ชุด

กรณีมีคู่สมรสแยกทางกัน
· ใบแจ้งความ กรณีคู่สมรสไม่จดทะเบียนมีบุตรด้วยกันแต่ปัจจุบันแยกทางกัน จำนวน 1 ชุด

ข้อมูลจาก…การเคหะแห่งชาติ

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News