3 จว.ใต้เฮ! ปั๊มน้ำมันเปิดแล้ว แห่เข้าคิวแน่น

ปั๊มน้ำมันใน 3 จังหวัดชายแดนใต้เปิดให้บริการปกติแล้ว หวั่นปชช.เดือดร้อน-กระทบเศรษฐกิจ ขณะผลเจรจายังไม่ได้ข้อสรุป ปชช.แห่เข้าคิวเติมแน่น 

ความคืบหน้าหลังจากปั๊มน้ำมันในพื้นที่ จ.ยะลา นราธิวาส และปัตตานี ปิดการให้บริการ เพื่อประท้วงอบจ.ทั้ง 3 จังหวัด กรณีสั่งเก็บภาษีน้ำมันจากผู้ประกอบการเพิ่มลิตรละ 5 สตางค์ ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน และส่วนใหญ่ต้องหันไปพึ่งพาน้ำมันขวดแบ่งขายตามริมถนน รวมถึงซื้อน้ำมันจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อใช้แก้ขัด

ปั๊มน้ำมันภาคใต้

ทั้งนี้หลังจากตัวแทนทั้งสองฝ่ายได้เข้าเจราจาเพื่อหาข้อยุติกันที่ ศาลากลางจ.นราธิวาส ล่าสุดมีรายงานว่า แม้การเจราจาจะยังไม่ได้ข้อสรุป รวมทั้งยังไม่มีผลออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ผู้ค้าปั๊มน้ำมันทุกแห่งที่สั่งปิด ได้ประสานให้พนักงานเปิดปั๊มและกลับมาให้บริการปกติแล้ว โดยให้เหตุผลว่า หากยังปิดต่อไป ประชาชนอาจได้รับความลำบากมากกว่านี้ ทั้งที่ไม่ใช่ต้นเหตุของเรื่องราวบานปลาย อีกทั้งยังกระทบไปถึงภาพรวมด้านเศรษฐกิจในพื้นที่ด้วย

โดยหลังจากปั๊มน้ำมันเปิดให้บริการ ประชาชนผู้ใช้รถ ต่างแห่กันไปเข้าแถวต่อคิวรอเติมน้ำมันเป็นจำนวนมาก ขณะที่บางรายเกรงจะมีการปิดปั๊มอีก จึงนำแกลลอนมาเติมน้ำมันเก็บไว้ยามฉุกเฉิน

ที่มา เดลินิวส์

…………………………………

ผู้ค้าน้ำมัน 3 จังหวัดชายแดนใต้ประท้วงอบจ.เก็บภาษีเพิ่ม 5 สตางค์ ปิดให้บริการกว่า 150 แห่ง ประชาชนเดือดร้อนบางรายต้องเติมน้ำมันเถื่อน

หลังจากวานนี้ (12 ก.ค.) ชมรมค้าน้ำมันใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ออกแถลงการณ์คัดค้านไม่เห็นด้วยกับกรณีที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วยจังหวัดยะลา นราธิวาส และปัตตานี ได้ออกข้อบัญญัติเกี่ยวกับการค้าน้ำมันและก๊าซปิโตรเลียมที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ เพื่อเก็บภาษีจากปั๊มน้ำมันทุกปั๊มใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

โดยให้ปั๊มน้ำมันบวกราคาขายหน้าปั๊มอีกลิตรละ 5 สตางค์ เป็นค่าภาษีส่งให้แก่อบจ. ส่งผลให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มใน 3 จังหวัดแพงขึ้นกว่าเดิม พร้อมขู่จะปิดบริการปั๊มน้ำมันกว่า 150 แห่งทั่ว 3 จังหวัด ในวันจันทร์ที่ 13 ก.ค.นี้ หากยังไม่รับฟังนั้น

@TichilaThaipbs

ความคืบหน้าล่าสุดตั้งแต่ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ปั๊มน้ำมันต่างๆในพื้นที่จ.ยะลา ทั้งรอบนอกและภายในเขตเทศบาลนครยะลา ส่วนใหญ่หยุดให้บริการแก่ประชาชน โดยแต่ละปั๊มจะนำแผงกั้นมาปิดไว้ แต่ไม่มีป้ายปิดประกาศว่าจะหยุดให้บริการกี่วัน

ประชาชนที่เดินทางมาเติมน้ำมันต้องผิดหวัง ไม่สามารถเติมน้ำมันได้ มีเพียงปั๊มคาลเท็กซ์ ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตเทศบาลนครยะลา ยังคงเปิดให้บริการแก่ประชาชนเพียงปั๊มเดียว ประชาชนต่างเดินทางไปเติมน้ำมันจนล้น ต้องใช้เวลาในการรอคิวกันเป็นเวลานาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองยะลา จึงได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจออกไปอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้แก่ประชาชน

ปั๊มน้ำมันภาคใต้

ทั้งนี้ จากการสอบถามไปยังชมรมผู้ค้าน้ำมัน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทราบว่า ได้มีการประสานขอความร่วมมือไปยังปั๊มน้ำมันทุกแห่งในพื้นที่ เพื่อหยุดให้บริการ ซึ่งก็ได้ให้ความร่วมมืออย่างดี แต่หยุดให้บริการเพียงช่วงเวลาเร่งด่วนเท่านั้น ประมาณ 2-3 ชั่วโมง และจะเปิดให้บริการตามปกติ ทั้งนี้ เกรงว่าประชาชนในพื้นที่จะได้รับความเดือดร้อน

ส่วนบรรยากาศในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส พบว่าทุกปั๊มปิดให้บริการทั้งหมด โดยมีรถของส่วนราชการ และประชาชนมาจอดอยู่บริเวณหน้าปั๊มน้ำเพื่อรอเติมน้ำมัน เนื่องจากยังไม่ทราบว่าจะมีการปิดให้บริการในวันนี้ ส่งผลให้หลายคนที่ออกมาเติมน้ำมัน เพื่อเตรียมเดินทางไกลต้องปรับแผน ซึ่งบางรายหันไปเติมน้ำมันของประเทศเพื่อนบ้าน แต่บางรายที่ไม่กล้าเสี่ยงเติม เพราะกลัวรถจะเสียหาย ก็ต้องยกเลิกกำหนดการที่วางไว้ ขณะที่ปั๊มน้ำมันในจ.ปัตตานี ก็ปิดให้บริการด้วยเช่นกัน

ด้านนายณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า ผู้ค้าน้ำมันและอบจ. จะมีการนัดเจรจาหาข้อยุติเรื่องราวทั้งหมดที่ศาลากลาง จ.นราธิวาส ในเวลา 15.00 น. เพื่อหาทางออกก่อนที่ประชาชนจะเดือดร้อนมากกว่านี้

ขอบคุณภาพ @TichilaThaipbs

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

เจ้าตูบยืนติดไฟแดง รอจนไฟเขียวค่อยวิ่งข้าม

โลกออนไลน์ชื่นชม เจ้าตูบยืนติดไฟแดง รอจนไฟเขียวค่อยวิ่งข้าม 

วันนี้ (13ก.ค.) ชาวสังคมออนไลน์ได้มีการส่งต่อคลิป สุนัขแสนรู้ตัวหนึ่งยืนรอสัญญาณไฟเขียว แม้ว่าบนท้องถนนที่ปรากฏอยู่ในคลิป จะมีรถแล่นไม่มาก แต่เจ้าตูบก็ไม่คิดเสี่ยงชีวิตข้ามถนน ขณะที่เป็นสัญญาณไฟแดง เมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว มันก็ค่อย ๆ วิ่งข้ามถนนไปยังจุดหมาย

คลิปดังกล่าวถูกนำมาเผยแพร่โดย สมาชิกเฟซบุ๊กชื่อ ถนน ทราย ผู้โพสต์ได้ระบุคำบรรยายคลิปว่า ” สุนัขยังรู้กฎจราจร ‎มันรู้จริง ๆ นะ”

vdsf

หลังจากเรื่องดังกล่าวถูกนำมาเผยแพร่ ผู้คนที่ได้ชมคลิปต่างชื่นชมเจ้าตูบในทำนองเดียวกันว่า มันคือสุนัขแสนรู้เพราะมันรู้จักสัญญานไฟจราจร

ปัจจุบันยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อย ไม่เคารพสัญญาณไฟจราจร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุและเป็นอันตรายต่อชีวิต หากเรารู้จักรอคอยเช่นเดียวกับเจ้าตูบแสนรู้ตัวนี้ เชื่อว่าอุบัติเหตุจะลดน้อยลงได้

MThai News

ขอบคุณคลิปจาก  สมาชิกเฟซบุ๊ก ถนน ทราย

รู้ยัง! วิธีประหยัดน้ำแบบง่าย ๆ ในช่วงหน้าแล้ง

10 วิธีการใช้น้ำอย่างประหยัดแบบง่ายๆ ที่ทุกคนก็สามารถช่วยกันได้ ในช่วงวิกฤตภัยแล้งในปีนี้ 

หลังจากในหลายพื้นที่ ทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาภัยแล้ง ซึ่งถือได้ว่าเป็นวิกฤตหนัก บางพื้นที่ไม่มีน้ำไว้ใช้ทั้งด้านการเกษตร และอุปโภค บริโภค วันนี้ทีมข่าว MThai News ได้จัดทำภาพ Infographics วิธีการประหยัดน้ำที่เราใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวันแบบง่ายๆ ดังนี้

น้ำประปา

1.การอาบน้ำ การใช้ฝักบัวจะสิ้นเปลืองน้ำน้อยที่สุด รูฝักบัว ยิ่งเล็ก ยิ่งประหยัดน้ำ และหากใช้อ่างอาบน้ำจะใช้น้ำถึง 110-200 ลิตร

2.การโกนหนวด โกนหนวดแล้วใช้กระดาษเช็ดก่อน จึงใช้น้ำ จากแก้วมาล้างอีกครั้ง ล้างมีดโกนหนวดโดยการ จุ่มล้างในแก้ว จะประหยัดกว่าล้างโดยตรงจากก๊อก

3.การแปรงฟัน การใช้น้ำบ้วนปากและแปรงฟันโดยใช้แก้ว จะใช้น้ำเพียง 0.5–1 ลิตร การปล่อยให้น้ำไหล จากก๊อกตลอดการ แปรงฟัน จะใช้น้ำถึง 20–30 ลิตรต่อครั้ง

4.การใช้ชักโครก การใช้ชักโครกจะใช้น้ำถึง 8–12 ลิตร ต่อครั้ง เพื่อการประหยัด ควรใช้ถุงบรรจุน้ำมาใส่ในโถน้ำ เพื่อลดการใช้น้ำ โถส้วมแบบตักราดจะสิ้นเปลืองน้ำน้อยกว่าแบบชักโครกหลายเท่า หากใช้ชักโครก ควรติดตั้งโถปัสสาวะและโถส้วมแยกจากกัน

5.การซักผ้า ขณะทำการซักผ้าไม่ควรเปิดน้ำทิ้งไว้ตลอดเวลา จะเสียน้ำถึง 9 ลิตร/นาที ควรรวบรวมผ้าให้ได้ มากพอต่อการซักแต่ละครั้ง ทั้งการซักด้วยมือและเครื่องซักผ้า

6.การล้างถ้วยชามภาชนะ ใช้กระดาษเช็ดคราบสกปรก ออกก่อน แล้วล้างพร้อมกันในอ่างน้ำ จะประหยัดเวลาประหยัดน้ำ และให้ความสะอาดมากกว่าล้างจากก๊อกโดยตรง ซึ่งจะสิ้นเปลืองน้ำ 9 ลิตร/นาที

7.การล้างผักผลไม้ ใช้ภาชนะรองน้ำเท่าที่จำเป็น ล้างผัก ผลไม้ ได้สะอาดและประหยัดกว่าเปิดล้างจากก๊อกโดยตรง ถ้าเป็น ภาชนะที่ยกย้ายได้ ยังนำน้ำไปรดต้นไม้ได้ด้วย

8.การเช็ดพื้น ควรใช้ภาชนะรองน้ำและซักล้างอุปกรณ์ใน ภาชนะก่อนที่จะนำไปเช็ดถู จะใช้น้ำน้อยกว่า การใช้สายยางฉีดล้างทำ ความสะอาดพื้นโดยตรง

9.การรดน้ำต้นไม้ ควรใช้ฝักบัวรดน้ำต้นไม้แทนการใช้ สายยางต่อจากก๊อกน้ำโดยตรง หากเป็นพื้นที่บริเวณกว้าง ก็ควรใช้ สปริงเกอร์ หรือใช้น้ำที่เหลือจากกิจกรรมอื่นมารดต้นไม้ ก็จะช่วย ประหยัดน้ำลงได้

10.การล้างรถ ควรรองน้ำใส่ภาชนะ เช่น ถังน้ำ แล้วใช้ผ้าหรือ เครื่องมือล้างรถจุ่มน้ำลงในถัง เพื่อเช็ดทำความสะอาดแทนการ ใช้สายยางฉีดน้ำโดยตรง ซึ่งจะเสียน้ำเป็นปริมาณมากถึง 150-200 ลิตร/ครั้ง หากสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นการใช้น้ำที่ควรใช้จริง อย่างถูกวิธี ไม่เปิดน้ำทิ้งระหว่างการใช้น้ำหรือปล่อยให้น้ำล้น จะ สามารถลดการใช้น้ำได้ถึง 20-50 % ทีเดียว

MThai News

ที่มา… การประปานครหลวง 

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com