พลิกแผ่นดินล่า เอล ชาโป ราชาค้ายาแหกคุกซ้ำ!

ผวาทั้งแผ่นดิน ‘เอล ชาโป’ พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่ร่ำรวยที่สุดในเม็กซิโก แหกคุกหลบหนีออกจากเรือนจำสำเร็จเป็นครั้งที่สอง

เอล ชาโป,เม็กซิโก,พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่,ราชายาเสพติด,แก๊งค้ายาเสพติด

วันนี้ (13 ก.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวกรณีที่ นายโจควิน กัซแมน เจ้าพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ในประเทศเม็กซิโก หรือที่รู้จักภายใต้ฉายา ‘เอล ชาโป’ หลบหนีออกจากเรือนจำอัลติพลาโน ซึ่งเป็นเรือนจำที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุดแห่งหนึ่งของประเทศ

ทั้งนี้รายงานระบุว่า ราชายาเสพติดระดับพระกาฬ ใช้วิธีการแหกคุกด้วยการขุดพื้นห้องขังและหลบหนีผ่านอุโมงค์ใต้ดินความยาวกว่า 1.5 กม. ซึ่งอุโมงค์ดังกล่าว มีความลึกไปลงราว 10 ม. และมีบันไดอยู่ด้วย ทอดยาวไปสิ้นสุดที่บ้านหลังหนึ่งด้านนอกกำแพงเรือนจำ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางด้านเจ้าหน้าที่ ได้รีบเร่งระดมกำลังออกไล่ล่าตัวนักโทษรายนี้ และมีการสั่งเลื่อนเที่ยวบินหลายเที่ยวบินในสนามบินแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียง ทั้งยังมีคำสั่งสอบสวนว่า มีเจ้าหน้าที่ภายในเรือนจำมีส่วนรู้เห็นกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นหรือไม่

ทว่า ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สอง ที่ราชายาเสพติดอย่างโคเคน กัญชา และเฮโรอีน รายใหญ่ที่ร่ำรวยที่สุดอย่าง เอล ชาโป สามารถแหกคุกหลบหนีออกจากที่คุมขังไปได้ นอกจากนี้เขายังเคยติดสินบนเจ้าหน้าที่หลบหนีออกจากเรือนจำก่อนถูกจับกุมอีกครั้ง ในเดือน ก.พ. ปี 2014

MThai News

ที่มา  latimes

ใจหาย! ครูน้อย ปิดสถานเลี้ยงเด็กยากจน สิ้นเดือนนี้

ครูน้อยเปิดใจเตรียมปิดสถานรับเลี้ยงเด็กยากจนบ้านครูน้อย เนื่องจากไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายได้ หลังต้องเป็นหนี้กว่า 8 ล้านบาท โดยจะปิดตัวภายในสิ้นเดือนนี้

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ที่ผ่านมานางนวลน้อย ทิมกุล หรือครูน้อย เปิดเผยถึงสาเหตุที่ต้องตัดสินใจปิดสถานเลี้ยงเด็กยากจน มาจากเรื่องเงินที่ต้องใช้ดำเนินการถึงวันละ 6,500 บาท หรือ เดือนละประมาณ 200,000 บาท ซึ่งปัจจุบันมีเด็กอยู่ในความดูแล 65 คน แม้ว่าจะมีผู้ใจบุญมาช่วยบริจาคบ้างแต่ยังไม่เพียงพอจนทำให้เกิดปัญหาหนี้สิน และ ไม่อยากให้ลูกๆต้องมารับภาระต่อจึงได้ตัดสินใจปิดสถานรับเลี้ยงเด็กภายในสิ้นเดือนนี้

บ้านครูน้อย

สำหรับสถานรับเลี้ยงเด็กบ้านครูน้อย ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2523 เป็นระยะเวลากว่า 35 ปี ก่อนหน้านี้ครูน้อยเคยคิดจะปิดบ้านครูน้อยมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2553 โดยยอมรับว่ามีค่าใช้จ่ายสูงเกินกว่าจะรับภาระได้ ทำให้ในขณะนั้นมีหนี้สินนอกระบบสูงถึง 8 ล้านบาท จนหลายฝ่ายได้เข้าให้ความช่วยเหลือ

ส่วนการประกาศปิดตัวครั้งนี้ ทำให้เด็กๆและคนที่เคยอยู่ในการอุปการะของครูน้อย รู้สึกเสียใจ เพราะครูน้อยเป็นเหมือนคนที่ชุบชีวิต จึงอยากให้มีการดูแลเด็กๆ ได้ต่อไปในอนาคต

MThai News

ขอบคุณข้อมูล… รายการเรื่องเด่นเย็นนี้

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

ต้องชิม!Food Truck เทรนด์ใหม่ เอาใจคนเมือง

‘Food Truck’ หรือ รถขายอาหาร กำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากทั้งผู้ประกอบการร้านค้า และผู้บริโภคที่สัญจรผ่านไปมา อย่างเช่น ถนนราชพฤกษ์ มีร้าน Food Truck ที่เปิดขายเครื่องดื่ม กาแฟสด โดยนำรถตู้มาดัดแปลงเป็นร้านขายกาแฟในรูปแบบ เอเวอร์เทิร์น ซึ่งมีลูกค้าทั้งขาประจำและขาจรแวะเวียนเข้ามาซื้อเครื่องดื่มตลอดทั้งวัน

ft

ร้านกาแฟริมทาง (รถกาแฟโมบาย)

โดยคุณสราญจิต อันตระการ ผู้ประกอบการ ร้านกาแฟริมทาง (รถกาแฟโมบาย) เปิดเผยว่า ใช้เวลาศึกษาธุรกิจ Food Truck เพียงหนึ่งเดือน หลังจากนั้นก็เริ่มเก็บเงินพอได้จำนวนหนึ่ง จึงลาออกจากงานประจำมาเปิดร้าน ซึ่งใช้ทุนไม่มาก และมีจุดเด่นในด้านการบริการที่รวดเร็ว เหมือนการขายอาหารไดรฟ์ทรู โดยในหนึ่งวัน สามารถขายเครื่องดื่ม ในราคา 30-35 บาท ได้ถึง 200 แก้วต่อวัน ทำให้มีกำไรเดือนละกว่า 2แสนบาท

ft1

ร้านเบอร์เกอร์ Orn the road

ด้านคุณปาณิศา เกลล์ ผู้ประกอบการ ร้านเบอร์เกอร์ Orn the road กล่าวว่า ก่อนหน้านั้นเคยเปิดร้านอาหาร และมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ต้องจ่ายค่าเช่าสถานที่ถึงหลักแสนต่อเดือน ทำให้มีความคิดที่จะลดต้นทุน ประกอบกับต้องการนำสินค้าไปขายได้ในหลายๆสถานที่ จึงได้นำรถมาดัดแปลงเป็นร้านอาหาร ทำให้ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายถึงร้อยละ 70 และสามารถนำรถไปขายยังงานอีเว้นท์ หรือสถานที่อื่นๆได้อีก

สำหรับการทำร้าน ‘Food Truck’ ในประเทศไทยปัจจุบันมีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น เนื่องจากใช้ต้นทุนไม่มาก แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะทำธุรกิจใด จำเป็นต้องมีแนวคิดที่แปลกใหม่ ดึงดูดความสนใจกับผู้พบเห็น เพื่อให้ธุรกิจมีผลกำไรที่ดี และสามารถเติบโตต่อไปได้

ติดตามข่าวสาร 108 อาชีพ อื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ >>>>>>

MThai News