บ่อยครั้งที่ต้องเข้าร้านอาหาร ไม่ว่าจะอาหารคาวหรือหวาน สิ่งแรกที่ต่างโฟกัสไม่ใช่เพียงแค่คิดว่ารสชาติจะอร่อยถูกปากหรือไม่ ก่อนจะเอ่ยสั่งเมนูอะไรนั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าต้องหันไปเหลือบมองราคาเสียก่อน ถ้าเช็คดูแล้วสมเหตุสมผลไม่แพงเกินไปเมนูนั้นก็ได้ตกถึงท้องในมื้ออาหารแน่นอน เรียกได้ว่า ต้องอิ่มท้อง อิ่มใจ และต้องสบายกระเป๋าด้วย

สคบ.ช่วยได้ ทางออกบิลสุดโหด
แต่ถ้าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด อาหารที่สั่งแพงเกินกว่าเหตุ หลายคนคงแอบบ่นต่อว่าราคาในใจ แล้วก็จ่ายเงินค่าอาหารไป เพราะคิดว่าทำไงได้ เรากินแล้ว ก็ต้องจ่ายไปตามระเบียบ หลงลืมไปว่าขณะนั้นกำลังถูกเอาเปรียบอยู่ และหากเกิดเหตุดังกล่าว ทุกคนมีสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือสคบ. ที่สามารถร้องเรียนได้ตลอด
กรณีล่าสุดที่มีการแชร์อย่างล้นหลามในโลกออนไลน์ ร้านกาแฟดัง เก็บค่านั่งคุยธุรกิจ ชั่วโมงละ 1,000 บาท ระบุว่าได้ไปนั่งร้านกาแฟแต่เมื่อกำลังจะชำระเงิน พนักงานแจ้งขอเรียกเก็บค่าคุยธุรกิจเพิ่มอีก 2,000 บาท
เนื่องจากนั่งภายในร้านเพื่อคุยธุรกิจนาน 2 ชั่วโมง ซึ่งเงินส่วนที่เก็บเพิ่มเรียกว่า “open food” ไม่ได้ติดราคาไว้ที่หน้าร้านแต่ทำเป็นกระดาษแผ่นเล็กมาก ๆ วางไว้บนโต๊ะ ถ้าไม่สังเกตให้ดีจะมองไม่เห็น
ต่อมาไม่นาน ด้านผู้ประกอบการร้านกาแฟ ได้ออกมาชี้แจงว่า ได้มีป้ายเขียนติดไว้ชัดเจนว่าห้ามลูกค้านั่งคุยธุรกิจกันภายในร้านและขอเรียกเก็บค่าใช้จ่ายหากคุยธุรกิจชั่วโมงละ 1,000 บาท ทั้งนี้เป็นแค่การแจ้งเตือนเท่านั้นไม่ได้เรียกเก็บเพิ่มแต่อย่างใด ลูกค้าจ่ายเพียงค่ากาแฟเท่านั้น

สคบ.ช่วยได้ ทางออกบิลสุดโหด
อย่างไรก็ตาม สคบ.ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังผู้จัดการสาขาของร้านกาแฟดังกล่าว เข้าไปชี้แจงข้อเท็จจริง ในวันที่ 17 ก.ค.นี้ เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานสคบ. โดยประเด็นหลักคือ ทางร้านได้มีการติดป้ายเตือนให้ลูกค้าเห็นจริงหรือไม่ มีการกำหนดราคาแจ้งให้ลูกค้าเห็นอย่างชัดเจนด้วยหรือไม่
หากตรวจสอบแล้วไม่พบ อาจมีความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท คงต้องรอติดตามกันต่อไปว่าทางร้านผิดจริง หรือค่าใช้จ่ายสมเหตุสมผลไม่ผิดที่เรียกเก็บ
ซึ่งมีความคิดเห็นหนึ่งในเฟซบุ๊คที่ทำให้ชวนคิด จุดประสงค์ของทางร้านคือ พื้นที่ร้านมีเพื่อบริการอาหารและเครื่องดื่ม ไม่ได้มีพื้นที่ไว้ให้มาแสวงหาผลประโยชน์ และต้องเสียค่าโอกาสในการทำธุรกิจหรือขายสินค้า และคำถามคือ ผู้บริโภคมีสิทธิ์ร้องเรียน โดยไม่เคารพกฎร้านค้าได้ตามสบาย?
ทั้งนี้ ไม่ว่าบทสรุปของกรณีดังกล่าวจะลงเอยอย่างไร ผู้ประกอบการเก็บเงินลูกค้ามากเกินไป หรือพลิกล็อคลูกค้าเองที่ทำเกินเหตุ นำเรื่องราวแชร์ในสังคมออนไลน์ถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวาง ส่งผลให้ชื่อเสียงร้านเสื่อมเสีย ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงกรณีนี้จะเป็นบทเรียนสำหรับชาวโซเชียลได้เป็นอย่างดี
กรณีที่กล่าวข้างต้นทำให้หลายคนอาจเพิ่งรู้จักสคบ. มารู้จักให้มากขึ้นกันเถอะ

สคบ.ช่วยได้ ทางออกบิลสุดโหด
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) มี “ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ 1166” ตั้งขึ้นเพื่อบริการประชาชนผู้บริโภคในการให้คำปรึกษา และรับเรื่องร้องเรียนในกรณีเดือดร้อนจากการถูกละเมิดสิทธิ์จากผู้ผลิตสินค้าหรือผู้ประกอบการบริการ
สำหรับผู้บริโภค เพื่อให้ได้รับรู้มากขึ้น สรุปเป็นข้อ ๆ ดังต่อไปนี้
1. ผู้บริโภคสามารถร้องเรียนได้เลยโดยที่ไม่ต้องมีหลักฐาน ขอแค่ชี้เบาะแสให้ได้ทราบ แล้วทางเจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจสอบเอง
2. ผู้แจ้งไม่ใช่แค่แจ้งแล้วจบกัน แต่มีสิทธิ์ได้รับสินบนนำจับด้วย 25% จากยอดปรับ ของกรณีนั้น ๆ
3. ผู้แจ้งไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าทุกข์ อันนี้ผมว่าสำคัญมาก เพราะแต่ก่อนเราจะเข้าใจว่าคนที่มีสิทธิ์ร้องเรียนต้องเป็นผู้เสียหายเท่านั้น เวลาเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาคนทั่วไปก็จะคิดว่าถ้าผู้เสียหายไม่เอาเรื่องขึ้นมาก็จบ แต่ไม่ใช่เลย แค่เราเป็นเพื่อน คนรู้จัก หรือแค่คนหนึ่งที่รู้เรื่อง ก็สามารถโทรแจ้งกรมการค้าภายในได้เลย
-แมวนิลจักร-
ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com
MThai News