โฆษก กอ.รมน. เผย ผบ.ทบ. สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมเยียวยาและจับกุมผู้ก่อเหตุวางระเบิดสุไหงโก-ลก ขณะที่ ศชต.วางกำลังเข้มเฝ้าระวังเหตุชายแดนใต้
พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์ด้านความมั่นคงหลายจุด เมื่อคืนวันที่ 10 ก.ค. 58 ที่ผ่านมา ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก และเขตเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ เป็นเหตุให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บหลายราย และมีผู้เสียชีวิต โดย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก ได้รับทราบรายงานเบื้องต้นแล้ว และได้แสดงความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ พร้อมกับสั่งการ แม่ทัพภาค 4/ ผอ.รมน.ภาค 4 จนถึง ผบ.ฉก.จังหวัด ให้ควบคุมสถานการณ์ร่วมกับฝ่ายปกครอง ตำรวจ และกำลังประชาชนในพื้นที่เร่งคลี่คลายเหตุการณ์ ช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ เตรียมให้การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในเบื้องต้น รวมทั้งให้ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุโดยอาศัยวัตถุพยานต่าง ๆ ตามกระบวนการยุติธรรม โดยคาดว่าจะได้ตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ในที่สุด

ผบ.ทบ.เสียใจเหตุระเบิดสุไหงโก-ลก
พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบกล้อง CCTV หาตัวคนร้าย พร้อมระบุเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดจากความเชื่อผิด ๆ ในช่วง 7 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน ซึ่งจะต้องมีการชี้แจงทำความเข้าใจต่อไป รวมถึงต้องมีความเข้มงวดในเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นเพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำอีก ขณะเดียวกัน พ.อ.ปราโมทย์ กล่าวว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และกำชับให้เร่งคลี่คลายสถานการณ์ทำความเข้าใจผู้ประกอบการ ตลอดจนเฝ้าระวังสิ่งผิดปกติมากขึ้น
ศชต.วางกำลังเข้มเฝ้าระวังเหตุชายแดนใต้
พล.ต.ท.อนุรุต กฤษณะการะเกตุ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ผบช.ศชต. เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ว่า หลังจากเกิดเหตุระเบิดในหลายพื้นที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเพิ่มมาตรการในการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างเข้มงวด โดยได้ประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และอำเภอ เพื่อเดินลาดตระเวนตรวจในพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงขอความร่วมมือจากประชาชน และเจ้าของกิจการร้านค้าต่าง ๆ ให้ตรวจสอบคนเข้า-ออกให้ถี่ถ้วนยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ สำหรับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เป็นเพียงการสร้างสถานการณ์ และสร้างความสับสนวุ่นวายเท่านั้น ซึ่งในขณะนี้ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดในสถานที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามจับกุมผู้กระทำผิดต่อไป
อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังฝากถึงพี่น้องชายแดนภาคใต้ ว่าอยากให้ทุกคนช่วยกันตรวจสอบสถานการณ์ และสร้างความเข้าใจร่วมกัน เพื่อจะได้นำมาซึ่งความสงบสุขในพื้นที่


