ตะลึง! พบซากตัวประหลาดตาโบ๋ ชาวเน็ตลือเอเลี่ยน

หญิงอเมริกันโพสต์ภาพ หลังพบซากสัตว์หน้าตาประหลาดตัวใหญ่ในป่า ตาโบ๋ เขี้ยวยาว ไม่มีสองขาหน้า พร้อมถามตัวอะไร!?

วันนี้ (31 ก.ค. 58) เว็บไซต์เดลี่สตาร์ เผยภาพน่าสะพรึง โดย แชสซิตี้ นีล ได้ถ่ายแล้วโพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัวของเธอ เมื่อ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเผยให้เห็นภาพซากของสัตว์หน้าตาคล้ายสุนัขตัวหนึ่ง แต่ที่ประหลาดคือมันไม่มีขาหน้า ไม่มีดวงตา ไร้ขน และมีเขี้ยวยาวโค้ง นอนตายอืดอยู่บนหญ้า

ตะลึง! พบซากตัวประหลาดตาโบ๋ ชาวเน็ตลือเอเลี่ยน

ทั้งนี้ แชสซิตี้ ได้โพสต์ภาพดังกล่าว พร้อมข้อความระบุว่า “มีใครรู้บ้างไหมว่านี่มันตัวอะไร? มันมีขนหย่อมหนึ่งบนหลัง ไม่มีขาหน้า และตัวใหญ่มาก ลองดูภาพที่เทียบกับเท้าฉันดูสิ แต่ทั้งหมดทั้งมวล ฉันรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่พบกับมันเข้าตอนตายแล้ว ก็ดูสิ มันน่าเกลียดน่ากลัวสิ้นดี!”

ล่าสุดขณะนี้ภาพดังกล่าวถูกแชร์ส่งต่อกันมากกว่า 4 หมื่นครั้งแล้ว ส่งผลให้บรรดาชาวเน็ตต่างเข้าไปแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างล้นหลาม บ้างก็มองว่าน่าจะเป็นตัวมิงค์ หรือตัวนาก แต่บางส่วนคาดว่าอาจจะเป็นเอเลี่ยน

ตะลึง! พบซากตัวประหลาดตาโบ๋ ชาวเน็ตลือเอเลี่ยน

ตะลึง! พบซากตัวประหลาดตาโบ๋ ชาวเน็ตลือเอเลี่ยน

ขอบคุณภาพ Chasity Neal

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ดราม่า! 40 ปียังไม่จบ อเมริกาเคยส่งคนไปดวงจันทร์

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่งจะครบรอบ 46 ปีของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติที่ยานอะพอลโล11 ของสหรัฐอเมริกา และนีลอาร์มสตรอง มนุษย์คนแรกขึ้นไปเหยียบบนดวงจันทร์

ซึ่งต่อมาบนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อมูลทฤษฎีสมคบคิดว่าแท้จริงแล้วอเมริกาจัดฉากตบตาคนทั้งโลก จนกลายเป็นข้อสงสัยว่าเรื่องนี้ไปดวงจันทร์กันจริง ๆ หรือแค่แหกตา MThai ข่าวภาคซ่าส์ จะขอรวบรวมข้อมูลมาลองให้วิเคราะห์กัน

ที่มาของทฤษฎีสมคบคิด อเมริกาไม่เคยส่งคนไปดวงจันทร์

อันที่จริงกรณีนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด แต่มีการถกเถียงกันตั้งแต่ปี1970 โดยอ้างว่าภารกิจที่คนทั้งโลกเห็นนั้น มาจากการจัดฉากถ่ายทำ รวมถึงเป็นกระแสที่มาจากหนังเรื่องแคปปิคอร์นวัน ที่ว่าด้วยโครงการลวงของนาซ่าที่ส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร ก่อให้เกิดประเด็นนี้ขึ้นมา

ถึงแม้ต่อมาจะมีการพิสูจน์ได้จริง ๆ ว่า ยานอะพอลโล11 ไปดวงจันทร์มาแล้วจริง ๆ แต่ก็ยังมีข้อกล่าวหาที่ว่า ภาพที่เผยแพร่ขณะนีล ปักธงอเมริกานั้นถูกถ่ายทำขึ้นในสตูดิโอ เพื่อความสมบูรณ์แบบในการเป็นโฆษณาชวนเชื่อ

b

ทำไมต้องไปดวงจันทร์?

ในช่วงนั้นเป็นยุคสงครามเย็นระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซีย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้แสดงแสนยานุภาพทางด้านความล้ำหน้าของเทคโนโลยีด้วยการส่งยูริ  กาการิน มนุษย์คนแรกไปอวกาศ อเมริกาเลยโชว์เหนือกว่าด้วยการส่งคนไปดวงจันทร์ ซึ่งเป็นการประกาศให้โลกรู้ว่า อเมริกาเป็นเบอร์หนึ่งของเทคโนโลยีขั้นสูงสุด

รวมถึงเป็นจุดเบี่ยงเบนความสนใจจากสายตาชาวโลกที่เพ่งเล็งการบุกโจมตีในสงครามเวียดนามของสหรัฐด้วย โดยโครงการนี้ได้ทำการรวบรวมเงินได้กว่า 6 หมื่นล้านบาท จากประชาชนอเมริกา และองค์กรต่าง ๆ ร่วมใจบริจาคแต่หลายคนมองว่าส่วนหนึ่งเงินถูกนำไปใช้ในสงครามเวียดนามด้วย

b

จุดจับผิด และข้อโต้แย้ง

 1.ข้อสังเกตที่ว่าภาพที่ถูกนำมาเผยแพร่มีคุณภาพดีอย่างเหลือเชื่อ แม้ว่าจะถ่ายในอวกาศ

ข้อโต้แย้ง : ทางนาซ่าเผยว่าได้มีการเลือกภาพถ่ายที่ดีที่สุด นำไปคัดเลือกอีกทีก่อนนำมาเสนอต่อสื่อมวลชน โดยภาพส่วนใหญ่ถูกตัดกรอบ จัดวางองค์ประกอบภาพให้ดีขึ้น โดยภารกิจนี้ถ่ายด้วย กล้องฮัสเซลแบลดคุณภาพสูงด้วยเลนซ์ไซสส์ที่มีคุณภาพสูงเช่นเดียวกัน  เลยได้ภาพที่ออกมาสมบูรณ์แบบ

2.ข้อสังเกตสี และแสงเงาผิดปกติซึ่งเงาจากดวงจันทร์ ไม่ควรจะมีมุมเดียวกับเงาของวัตถุบนพื้นโลก

ข้อโต้แย้ง : ทางนาซ่าเผยว่าต้นแสงมาจากดวงอาทิตย์ และดาวอื่น ๆ ที่ส่องเข้ามาบนดวงจันทร์ ประกอบกับเกิดความกระเจิงเนื่องจากฝุ่นหินบนดวงจันทร์ ทำให้ได้สี และแสงเงาแบบดังกล่าว

3.ข้อสังเกตที่ว่าทำไมมีภาพถ่ายมากเกินไป แทบจะทุก ๆ 15 วินาทีของภารกิจ ซึ่งเกินกว่าคุณภาพของกล้องในยุคนั้นจะทำได้

ข้อโต้แย้ง : ทางนาซ่าเผยว่านักบินอวกาศได้รับการฝึกฝนให้ใช้เครื่องมือการถ่ายภาพเป็นอย่างดี นอกจากนี้อุปกรณ์การถ่ายภาพ ยังทำให้สามารถถ่ายภาพได้สะดวก ถึงขนาดที่ถ่ายได้สองภาพต่อหนึ่งวินาที ถ้าดูภาพที่ถ่ายมาจะพบว่า ภาพจำนวนมากถูกถ่ายต่อเนื่องกัน

c

ความเห็นนักวิชาการไทย

ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ได้แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ว่า ด้าน  ‘ยานอะพอลโล 11 ไปลงดวงจันทร์มาแล้ว’

แต่มีหลายคนเชื่อตามที่ตั้งข้อสงสัยกันแบบทฤษฎีสมรู้ร่วมคิด ว่าไม่จริง ยานอะพอลโลไม่ได้บินไปถึงดวงจันทร์ มันแค่หนังที่ฮอลลีวู้ดทำขึ้น หลักการแย้งของผมก็คือ ถ้ามันไม่จริง ป่านนี้ทั้งโซเวียต-รัสเซีย ทั้งประเทศ อื่น ๆ ที่มีความสามารถด้านอวกาศ เช่น ยุโรป ญี่ปุ่น จีน อินเดีย ฯลฯ ได้ออกมาแฉ มาถล่มกันเละไปแล้ว

สำหรับหลักฐานในการแย้งสำคัญ ก็คือ ภาพจากยาน LRO Lunar Reconnaissance Orbiter ที่โคจรรอบดวงจันทร์ พร้อมกล้องถ่ายภาพความละเอียดสูงมาก ได้ถ่ายภาพยานอะพอลโล 11 ลงดวงจันทร์ Lunar Module ได้ในปี 2012  ซึ่งหากสงสัยสามารถเข้าไปหาดูภาพได้ รวมถึงภาพของอะพอลโลลำอื่น ๆ

สำหรับข้อโต้แย้งอื่น ๆ พวกที่ว่าทำไมถ่ายภาพออกมา เงาคนดูผิดปรกติ หรือธงตั้งตรง ไม่ห้อยตก หรือรอยเท้านีล อาร์มสตรอง ชัดเกิน … พวกนี้ทางสมาคมดาราศาสตร์ประเทศไทย ได้อธิบายไว้หมดแล้ว สามารถติดตามอ่านได้ในรายงานพิเศษชื่อ ” เราไปมาแล้วจริงๆ : จับผิดคนจับโกหก” ซึ่งเขียนโดย วิษณุ เอื้อชูเกียรติ

MThai News

ผู้ค้นหาเริ่มมั่นใจชิ้นส่วนเครื่องบินที่พบคือ MH370

ออสเตรเลีย เริ่มมั่นใจมากขึ้นว่าเศษชิ้นส่วนเครื่องบินที่ค้นพบบนเกาะรียูเนียน บริเวณมหาสมุทรอินเดีย เป็นของ MH370

วันนี้(31 ก.ค. 58) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการสูงสุดออสเตรเลีย เผยว่า เริ่มมั่นใจมากขึ้นว่าเศษชิ้นส่วนที่ค้นพบบนเกาะรียูเนียน บริเวณมหาสมุทรอินเดีย เป็นของเครื่องบิน MH370 ที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย

ออสเตรเลีย เริ่มมั่นใจชิ้นส่วนเครื่องบินที่พบคือ MH370

ทั้งนี้ นาย Martin Dolan หัวหน้าการค้นหาเครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์ออสเตรเลีย กล่าวว่า เริ่มมั่นใจเพิ่มขึ้นว่าเศษชิ้นที่ค้นพบนั้น มาจากเครื่องบินโบอิ่ง 777  หลังจากที่ผ่านมามีการปฏิบัติการค้นหาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งพบชิ้นส่วนทางตอนใต้ของมหาสมุทร โดยซากที่ค้นพบเป็นส่วนหนึ่งของปีกเครื่องบิน ซึ่งส่งให้นักวิเคราะห์ฝรั่งเศส ก่อนหน้านี้

โดย มาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบินโบอิ่ง 777 เดินทางจากกัวลาลัมเปอร์ไปยังปักกิ่ง ในเดือน มีนาคม 2014 มีผู้โดยสารและลูกเรือ 239 ราย อย่างไรก็ตาม เศษชิ้นส่วนดังกล่าวค้นพบบริเวณ เกาะรียูเนียน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ห่าง 4,000 กิโลเมตร หรือ (2,500 ไมล์)

ที่มา BBC

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News