ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่งจะครบรอบ 46 ปีของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติที่ยานอะพอลโล11 ของสหรัฐอเมริกา และนีลอาร์มสตรอง มนุษย์คนแรกขึ้นไปเหยียบบนดวงจันทร์
ซึ่งต่อมาบนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อมูลทฤษฎีสมคบคิดว่าแท้จริงแล้วอเมริกาจัดฉากตบตาคนทั้งโลก จนกลายเป็นข้อสงสัยว่าเรื่องนี้ไปดวงจันทร์กันจริง ๆ หรือแค่แหกตา MThai ข่าวภาคซ่าส์ จะขอรวบรวมข้อมูลมาลองให้วิเคราะห์กัน
ที่มาของทฤษฎีสมคบคิด อเมริกาไม่เคยส่งคนไปดวงจันทร์
อันที่จริงกรณีนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด แต่มีการถกเถียงกันตั้งแต่ปี1970 โดยอ้างว่าภารกิจที่คนทั้งโลกเห็นนั้น มาจากการจัดฉากถ่ายทำ รวมถึงเป็นกระแสที่มาจากหนังเรื่องแคปปิคอร์นวัน ที่ว่าด้วยโครงการลวงของนาซ่าที่ส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร ก่อให้เกิดประเด็นนี้ขึ้นมา
ถึงแม้ต่อมาจะมีการพิสูจน์ได้จริง ๆ ว่า ยานอะพอลโล11 ไปดวงจันทร์มาแล้วจริง ๆ แต่ก็ยังมีข้อกล่าวหาที่ว่า ภาพที่เผยแพร่ขณะนีล ปักธงอเมริกานั้นถูกถ่ายทำขึ้นในสตูดิโอ เพื่อความสมบูรณ์แบบในการเป็นโฆษณาชวนเชื่อ

ทำไมต้องไปดวงจันทร์?
ในช่วงนั้นเป็นยุคสงครามเย็นระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซีย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้แสดงแสนยานุภาพทางด้านความล้ำหน้าของเทคโนโลยีด้วยการส่งยูริ กาการิน มนุษย์คนแรกไปอวกาศ อเมริกาเลยโชว์เหนือกว่าด้วยการส่งคนไปดวงจันทร์ ซึ่งเป็นการประกาศให้โลกรู้ว่า อเมริกาเป็นเบอร์หนึ่งของเทคโนโลยีขั้นสูงสุด
รวมถึงเป็นจุดเบี่ยงเบนความสนใจจากสายตาชาวโลกที่เพ่งเล็งการบุกโจมตีในสงครามเวียดนามของสหรัฐด้วย โดยโครงการนี้ได้ทำการรวบรวมเงินได้กว่า 6 หมื่นล้านบาท จากประชาชนอเมริกา และองค์กรต่าง ๆ ร่วมใจบริจาคแต่หลายคนมองว่าส่วนหนึ่งเงินถูกนำไปใช้ในสงครามเวียดนามด้วย

จุดจับผิด และข้อโต้แย้ง
1.ข้อสังเกตที่ว่าภาพที่ถูกนำมาเผยแพร่มีคุณภาพดีอย่างเหลือเชื่อ แม้ว่าจะถ่ายในอวกาศ
ข้อโต้แย้ง : ทางนาซ่าเผยว่าได้มีการเลือกภาพถ่ายที่ดีที่สุด นำไปคัดเลือกอีกทีก่อนนำมาเสนอต่อสื่อมวลชน โดยภาพส่วนใหญ่ถูกตัดกรอบ จัดวางองค์ประกอบภาพให้ดีขึ้น โดยภารกิจนี้ถ่ายด้วย กล้องฮัสเซลแบลดคุณภาพสูงด้วยเลนซ์ไซสส์ที่มีคุณภาพสูงเช่นเดียวกัน เลยได้ภาพที่ออกมาสมบูรณ์แบบ
2.ข้อสังเกตสี และแสงเงาผิดปกติซึ่งเงาจากดวงจันทร์ ไม่ควรจะมีมุมเดียวกับเงาของวัตถุบนพื้นโลก
ข้อโต้แย้ง : ทางนาซ่าเผยว่าต้นแสงมาจากดวงอาทิตย์ และดาวอื่น ๆ ที่ส่องเข้ามาบนดวงจันทร์ ประกอบกับเกิดความกระเจิงเนื่องจากฝุ่นหินบนดวงจันทร์ ทำให้ได้สี และแสงเงาแบบดังกล่าว
3.ข้อสังเกตที่ว่าทำไมมีภาพถ่ายมากเกินไป แทบจะทุก ๆ 15 วินาทีของภารกิจ ซึ่งเกินกว่าคุณภาพของกล้องในยุคนั้นจะทำได้
ข้อโต้แย้ง : ทางนาซ่าเผยว่านักบินอวกาศได้รับการฝึกฝนให้ใช้เครื่องมือการถ่ายภาพเป็นอย่างดี นอกจากนี้อุปกรณ์การถ่ายภาพ ยังทำให้สามารถถ่ายภาพได้สะดวก ถึงขนาดที่ถ่ายได้สองภาพต่อหนึ่งวินาที ถ้าดูภาพที่ถ่ายมาจะพบว่า ภาพจำนวนมากถูกถ่ายต่อเนื่องกัน

ความเห็นนักวิชาการไทย
ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ว่า ด้าน ‘ยานอะพอลโล 11 ไปลงดวงจันทร์มาแล้ว’
แต่มีหลายคนเชื่อตามที่ตั้งข้อสงสัยกันแบบทฤษฎีสมรู้ร่วมคิด ว่าไม่จริง ยานอะพอลโลไม่ได้บินไปถึงดวงจันทร์ มันแค่หนังที่ฮอลลีวู้ดทำขึ้น หลักการแย้งของผมก็คือ ถ้ามันไม่จริง ป่านนี้ทั้งโซเวียต-รัสเซีย ทั้งประเทศ อื่น ๆ ที่มีความสามารถด้านอวกาศ เช่น ยุโรป ญี่ปุ่น จีน อินเดีย ฯลฯ ได้ออกมาแฉ มาถล่มกันเละไปแล้ว
สำหรับหลักฐานในการแย้งสำคัญ ก็คือ ภาพจากยาน LRO Lunar Reconnaissance Orbiter ที่โคจรรอบดวงจันทร์ พร้อมกล้องถ่ายภาพความละเอียดสูงมาก ได้ถ่ายภาพยานอะพอลโล 11 ลงดวงจันทร์ Lunar Module ได้ในปี 2012 ซึ่งหากสงสัยสามารถเข้าไปหาดูภาพได้ รวมถึงภาพของอะพอลโลลำอื่น ๆ
สำหรับข้อโต้แย้งอื่น ๆ พวกที่ว่าทำไมถ่ายภาพออกมา เงาคนดูผิดปรกติ หรือธงตั้งตรง ไม่ห้อยตก หรือรอยเท้านีล อาร์มสตรอง ชัดเกิน … พวกนี้ทางสมาคมดาราศาสตร์ประเทศไทย ได้อธิบายไว้หมดแล้ว สามารถติดตามอ่านได้ในรายงานพิเศษชื่อ ” เราไปมาแล้วจริงๆ : จับผิดคนจับโกหก” ซึ่งเขียนโดย วิษณุ เอื้อชูเกียรติ
MThai News