ภาพหลุด ‘อัศวินอังกฤษ’ มั่วโสเภณี เสพโค้กว่อน

ลอร์ด จอห์น ซีเวิล ซึ่งเป็นขุนนางที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในเครือจักรภาพ ยื่นจดหมายลาออกจากสภาขุนนางอย่างเป็นทางการ หลังภาพหลุดนัวโสเภณี เสพโคเคนว่อน

สภาขุนนาง,อังกฤษ,ภาพหลุด,ท่านลอร์ด,ขุนนางอังกฤษ,ลอร์ด จอห์น ซีเวิล,เที่ยวโสเภณี,เสพโคเคน

วันนี้ (28 ก.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่ ลอร์ด จอห์น ซีเวิล วัย 69 ปี สมาชิกวุฒิสภาอังกฤษ หรือ สภาขุนนาง ซึ่งเป็นขุนนางที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในเครือจักรภาพ ยื่นจดหมายลาออกจากสภาขุนนางอย่างเป็นทางการ เมื่อวันอาทิตย์ ที่ผ่านมา หลังตกเป็นข่าวอื้อฉาว ทั้งในเรื่องการเสพสารเสพติด และการซื้อบริการทางการค้าประเวณี

ลอร์ด จอห์น ซีเวิล ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีต่างประเทศสกอตแลนด์จากนั้น ได้ครองเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรในรัฐบาลของนาย ‘โทนี่ แบลร์’ หัวหน้าพรรคแรงงาน ทั้งยังมีบทบาทในฐานะ อัศวิน ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร  ตกเป็นข่าวอื้อฉาวตั้งแต่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อหนังสือพิมพ์ ‘เดอะซัน’ ตีพิมพ์ภาพลอร์ดซีเวิล ในสภาพสวมชุดชั้นในผู้หญิง นั่งคุยกับหญิงขายบริการทางเพศ 2 คน พร้อมทั้งเสพสารเสพติด ‘โคเคน’

การเปิดโปงดังกล่าวส่งผลให้หน่วยตำรวจสกอตแลนด์ยาร์ด ตั้งชุดสอบสวนเฉพาะกิจขึ้นเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริง ส่วนนายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ออกมาตั้งคำถามว่า ลอร์ดซีเวล ควรทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติต่อไปหรือไม่ ซึ่งถือว่า ลอร์ดซีเวล ต้องตกอยู่ในสถานการณ์บีบบังคับให้ออกจากตำแหน่งในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ลอร์ดซีเวิล ได้ออกมากล่าวขอโทษต่อสาธารณะชน ต่อเรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งยังสร้างความอับอายให้แก่สถาบัน และว่ายื่นจดหมายขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาขุนนางอันทรงเกียรติแล้ว

14380792731438079393l

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ที่มา metronews

คนไทยรักหมาแบบไร้วุฒิภาวะ สวนกลับดราม่าจับหมา ม.ดัง

คนไทยรักหมาแบบไร้วุฒิภาวะ สวนกลับ ดราม่าจับหมาใน ม.ดัง

จากกรณีที่บนโลกออนไลน์มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดการกับสุนัขภายในมหาวิทยาลัยด้วยการจับไปยังสถานกักกันสัตว์ เขตประเวศ เพื่อเตรียมพื้นที่รับงานกิจกรรม Bike For mom ซึ่งชาวสังคมออนไลน์มองว่าเป็นการจัดการที่ไม่เหมาะสม และอยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปลี่ยนวิธีการ รวมถึงมองว่าเป็นการทำเพื่อผักชีโรยหน้าของหน่วยราชการเท่านั้น

11698514_867873786594599_6679788550423733652_n

ล่าสุดบนเว็บไซต์พันทิปได้มีอีกกระแสคิดต่างออกมาสวนกลับดราม่าดังกล่าว โดยมองว่า การจำกัดสุนัขจรจัดเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว จะมาคร่ำครวญกันไปทำไม ? โดยเจ้าของกระทู้เผยว่า คนไทยรักหมาแบบไม่มีวุฒิภาวะ ซึ่งตนเห็นกระทู้โจมตีคนจับหมาไปกักไว้ แล้วมาอ้อยสร้อยคร่ำครวญ ผู้ที่สงสารหมาทั้งหลายได้คิดไตร่ตรองหรือไม่หมาจรจัดทั้งหลายเป็นพาหะนำโรคกลัวน้ำ สมควรจะถูกจัดการหรือกำจัดเป็นสิ่งที่ทำถูกต้องแล้ว

คนสงสารหมาทั้งหลาย ไม่ต้องมาโพสคร่ำครวญหรอก ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่เอาไปเลี้ยงให้ถูกวิธีทั้งหมด ฉีดวัคซีน ให้อาหาร ทำหมัน ถ้าไม่สามารถทำได้จะมาต่อว่าคนจัดการทำไม สงสารให้มันถูกต้องมีเหตุมีผลหน่อย ประเทศที่เจริญแล้วทั้งหลายไม่มีอย่างนี้หรอก

ทั้งนี้หลังจากประเด็นดังกล่าวถูกสวนกลับได้มีชาวสังคมออนไลน์จำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยกับความคิดของเจ้าของกระทู้ และมองว่ามีวิธีที่จัดระเบียบสัตว์ได้ดีกว่านี้ รวมถึงมองว่าการเปิดประเด็นนี้ไม่ได้ช่วยเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาได้เลย เพียงแต่ใช้อารมณ์มาเหน็บคนที่รักสุนัขเท่านั้น

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

อ.เจษฎาไขปม เด็กตาบอด เพราะใช้แฟลชถ่ายรูป

อาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ชี้การใช้แฟลชถ่ายรูป ไม่ได้ทำให้เด็กตาบอดเฉียบพลัน

วันนี้ (28ก.ค.) เป็นเรื่องราวที่ชาวสังคมออนไลน์ตื่นกลัวกันเป็นอย่างมาก เมื่อมีข่าวออกมาว่า ทารกน้อยวัยเพียง 3 เดือน ต้องสูญเสียการมองเห็น หลังจากเพื่อนของพ่อแม่ใช้กล้องถ่ายรูป ถ่ายทารกในระยะใกล้ เพียงแค่ 25 เซนติเมตรและลืมปิดแฟลช

b1

ภายหลังเรื่องดังกล่าวถูกนำมาเผยแพร่ ผู้คนต่างพากันตื่นกลัวและตั้งข้อสงสัยว่า มันเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ล่าสุด ทางด้านอาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการวิทยาศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า

“การใช้แฟลชถ่ายรูป ไม่ได้ทำให้เด็กตาบอดเฉียบพลัน แต่อย่าบ่อย เดี๋ยวจะเป็นต้อได้”

มีข่าวลงในเว็บไซต์ Dailymail ของอังกฤษ เตือนให้ระวังการถ่ายรูปเด็กทารก โดยยกกรณีหนึ่งที่มีเพื่อนของครอบครัวถ่ายรูปเด็กทารกไม่ทราบชื่อวัย 3 เดือน โดยลืมปิดแฟลช ในระยะ 25 เซนติเมตร แล้วต่อมาเกิดอาการผิดปกติขึ้นกับการมองเห็น จนต้องพาไปพบแพทย์ และตามข่าวก็บอกว่าแสงแฟลช ทำให้ตาของเด็กคนนั้นเสียหายอย่างถาวร

เรื่องนี้ ถึงจะฟังดูน่ากลัวก็จริง และก็น่าเชื่อถือเพราะมาจากสำนักข่าวดัง แต่ถ้าอ่านดูก็จะมีพิรุธแปลก ๆ ว่าไม่ได้ระบุถึงชื่อและที่อยู่ของเด็กเลยแม้แต่น้อย จากประเทศไหนยังไม่บอกเลย มีแค่ตอนท้ายข่าวที่อ้างอิงถึงสำนักข่าว People’s Daily Online ในจีน

เมื่อเข้าไปในเพจสำนักข่าวจีน เมื่อแปลแล้ว ก็ไม่พบแหล่งที่มาของข่าวเหมือนกัน แถมอ้างอิงต่อไปเรื่อย ๆ จนไม่ค่อยเหลือความน่าเชื่อถือแล้วว่า เรื่องจริงหรือนี่

ที่นี้ ถ้าถามคุณหมอต่าง ๆ ว่าการใช้แฟลชถ่ายรูป จะทำให้เด็กทารกตาบอดจริงหรือ คำตอบคือ ไม่จริง ครับ ตัวอย่างเช่น

Q: แสงแฟลชจากกล้อง จะทำอันตรายดวงตาของเด็กทารกหรือไม่?

A: คุณหมอ Don Bienfang ตอบว่า ไม่ จริง ๆ แล้วเด็กทารกนั้นได้รับการปกป้องจากแสงแฟลชยิ่งกว่าผู้ใหญ่เสียอีก เพราะเด็ก ๆ จะไม่ค่อยสนใจในการถ่ายรูป และจะไม่จ้องตรงไปที่กล้อง ยิ่งกว่านั้น ดวงตาของเด็กทารกจะมีม่านตาที่แคบกว่าของผู้ใหญ่ และทำให้แสงเข้าไปยังเรติน่าน้อยกว่า

Q: แสงแฟลชจากกล้อง จะทำให้สายตาของเด็กทารกเสียหรือไม่?

A: คุณหมอ Leann M. Lesperance ตอบว่า แสงแฟลชจากกล้อง ถึงจะถ่ายหลาย ๆ ครั้ง ก็ไม่ได้ทำอันตรายกับสายตาของเด็ก ถึงมันจะดูเหมือนว่าจ้ามาก แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ได้มากไปกว่าแสงแดดธรรมดาเลย

Q: แล้วมันจะมีความเสี่ยงในระยะยาวหรือไม่กับการถ่ายรูปเด็กทารกแค่ 2 เดือนด้วยแสงแฟลช?

A: คุณหมอ John C Hagan III ตอบว่า ไม่มีหรอก ยกเว้นมันจะตกใส่หัวเด็ก

อย่างไรก็ตาม ทางเพจของศิริราช ได้ให้คำแนะนำในการถ่ายรูปเด็กด้วยแสงแฟลชไว้ว่า ควรจะถ่ายห่างจากตาของเด็กพอสมควร และไม่บ่อยมาก ก็จะไม่มีอันตรายต่อตา ถ้าถ่ายใกล้มากและบ่อย ๆ จะเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจก จุดรับภาพเสื่อมเร็วกว่าปกติ

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Jessada Denduangboripant