เซ็ง!!กระแสต้านซื้อเรือดำน้ำ ซื้อทีไรต้านทุกที

‘ไกรสร’ โอด กระแสต้าน‘ซื้อเรือดำน้ำ’ ชี้ มีเหตุผล-คุ้มค่า อย่าด่วนตัดสิน วอนเชื่อใจหทารเรือ รอ ครม.อนุมัติ จะเผยรายละเอียด

วันที่ 8 ก.ค.58 พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวถึงกระแสคัดค้านจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือว่า กองทัพเรือได้ศึกษาอย่างดีที่สุด ส่วนเรื่องอื่นเป็นนโยบายรัฐบาล ไม่อยากให้วิจารณ์กันเสียหาย ควรฟังข้อมูลและเหตุผล ไม่ใช่ตำหนิอย่างเดียว เพราะโอกาสจัดหาแต่ละครั้งไม่ง่าย กว่าจะได้เรือดำน้ำอย่างน้อย 7 ปี

ซื้อเรือดำน้ำ

โดยเรือดำน้ำเป็นยุทธศาสตร์ในการป้องปรามและศักยภาพดีที่สุด ส่วนงบประมาณขึ้นอยู่กับ ครม.อนุมัติ ถ้าไม่ซื้อเรือดำน้ำก็ต้องซื้ออย่างอื่น อาจจะเป็นเรือผิวน้ำหรือเรือตรวจการณ์ลาดตระเวณแทน แต่กองทัพเรือไม่ได้มีแผนสำรอง หากไม่ได้เรือดำน้ำก็ต้องหยุด ขอให้ได้รับการอนุมัติก่อนแล้ว จึงจะขอชี้แจงรายละเอียด

“อย่าเพิ่งไปคิดว่าอะไรดีไม่ดี ทุกคนต้องทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด ต้องเชื่อใจกัน ถ้าให้กองทัพเรือรับผิดชอบในทะเล ก็ควรเชื่อใจทหารเรือ แต่ถ้ามาคิดว่า ตรงนี้ไม่ได้ ท่านก็มาเป็นทหารเรือเองก็แล้วกัน จะได้รู้ว่าเป็นยังไง

การเป็นทหารเรือไม่ง่าย ถ้าคนที่อยู่ในเรือและต้องดำน้ำ 21 วันโดยไม่โผล่มาเห็นเดือน เห็นตะวัน เขาเสียสละกันแค่ไหน พวกท่านมาบอกว่าซื้อแล้วจะใช้เงินมากมาย ก็เป็นเงินของผมเหมือนกัน ผมก็เสียดายเงิน ถ้าไม่ดีก็ไม่อยากซื้อ ต้องเข้าใจคนอื่นบ้าง อย่าคิดคนเดียว” ผบ ทร. กล่าว

ที่มา Wassana Nanuam

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News 

ไม่รอด ครูสาวเมาซิ่งชนจยย.ถูกจับแล้ว

ตำรวจบุรีรัมย์ แจ้งข้อหาครูสาวซิ่งฟอร์จูนเนอร์ ชนรถจักรยานยนต์ลากไปไกลกว่า 6 กม.แล้วหนี หลังกู้ภัยโพสต์คลิปตามไล่ล่าแชร์ว่อนเน็ต

วันที่ 8 ก.ค. จากกรณีในโลกสังคมออนไลน์ แชร์คลิปที่อาสาสมัครหน่วยกู้ภัย จ.บุรีรัมย์ ได้พยายามขับรถไล่ตามรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ที่ขับมาด้วยความเร็วบนถนนสายบุรีรัมย์ – สตึก พุ่งชนรถจักรยานยนต์บริเวณปากทางเข้าบ้านยาง ต.บ้านยาง อ.เมืองบุรีรัมย์ แล้วลากไปไกลกว่า 6 กิโลเมตร จนได้รับบาดเจ็บ

ฟอร์จูนเนอร์

ฟอร์จูนเนอร์ ชนแล้วหนี

โดยคนขับรถฟอร์จูนเนอร์คันดังกล่าว เป็นครูสาวของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งขณะเกิดเหตุอยู่ในอาการเมาสุราพูดจาไม่รู้เรื่อง ส่วนคนขับรถจักรยานยนต์ที่ถูกชน ได้รับบาดเจ็บมีพลเมืองดีช่วยเหลือส่งโรงพยาบาลบุรีรัมย์

ล่าสุดครูสาวคนดังกล่าว ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์นำตัวไปสอบสวน และวัดระดับแอลกอฮอล์ในร่างกาย พบว่ามีระดับแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงถึง 228 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เกินจากที่กฎหมายกำหนดไว้

จากการตรวจสอบสภาพของรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่นำมาเก็บไว้ที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ พบว่าบริเวณด้านหน้า มีร่องรอยความเสียหายบริเวณกันชนด้านหน้า ขณะที่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ ของผู้เสียหาย สภาพพังเสียหายไปครึ่งคัน เนื่องจากถูกลากถูไปกับพื้นถนนเป็นระยะทางไกลหลายกิโลเมตร

กู้ภัย

กู้ภัยไล่ล่ารถยนต์ ชนแล้วหนี

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ดำเนินคดีกับครูคนดังกล่าวในข้อหาขับรถโดยประมาท ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ เมาสุราขณะขับรถ และชนแล้วหนี โดยผู้ต้องหาได้ประกันตัวออกไปตามสิทธิ์แล้ว

นายไพรัตน์ แก้ววรรณา เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ซึ่งเป็นคนขับรถไล่ติดตามรถฟอร์จูนเนอร์ เปิดเผยนาทีระทึกว่า เหตุดังกล่าวเกิดเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา รถยนต์ซึ่งขับมาด้วยความเร็ว หลังจากชนจักรยานยนต์แล้วพยายามขับหลบหนี โดยมีซากรถลากติดล้อรถไป จึงได้ตัดสินใจขับรถไล่ติดตาม พร้อมตะโกนให้จอดรถ แต่คนขับก็ไม่ยอมจอดกลับเร่งเครื่องหนี จึงขับไล่ตามไปอีก เพราะเกรงจะเกิดอุบัติเหตุซ้ำ กระทั่งรถยนต์ดังกล่าวยางแตกไปต่อไม่ได้ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดำเนินการตามกฎหมาย

ที่มา TNN24

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ชาวเน็จจี้! ห้างจัดการพวกแย่งที่จอดรถคนพิการ

ชาวเน็ต จี้ ห้างออกมาตรการจัดการ พวกแย่งที่จอดรถคนพิการ

บนเว็บไซต์ change.org รณรงค์ผ่านทางสังคมออนไลน์ได้มีการจัดแคมเปญล่ารายชื่อให้ห้างสรรพสินค้าหามาตรการจัดการกับคนที่มาแย่งที่จอดรถคนพิการ

ที่จอดรถคนพิการ

โดยเผยว่า ห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่ได้มีการจัดเตรียมที่จอดรถสำหรับผู้พิการ ถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม แต่ห้างสรรพสินค้ายังขาดมาตรการจัดการจอดรถในที่จอดรถของผู้พิการอย่างเป็นระบบ มักจะเกิดปัญหาขึ้น จากลูกค้าที่มาใช้บริการไม่ได้เป็นผู้พิการจริง ๆ

ทั้งการลักลอบจอดรถโดยไม่ได้รับอนุญาต การรู้เห็นเป็นใจจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (ในบางกรณี) และการขาดจิตสำนึกที่ดีของตัวผู้ขับขี่เอง ถือเป็นการละเมิดสิทธิที่ผู้พิการควรได้รับในการอำนวยความสะดวก

ดังนั้น จึงขอเรียกร้องให้ผู้บริหารห้างสรรพสินค้า สร้างมาตรการและมาตรฐานในการจัดการกับการละเมิดสิทธิของผู้พิการดังกล่าว โดยทำป้ายในบริเวณที่จอดรถ หรือประกาศให้เห็นเด่นชัดถึงมาตรการการจัดการหรือบทลงโทษ เพื่อย้ำเตือนและป้องกันละเมิดสิทธิดังกล่าว รวมทั้งสร้างบรรทัดฐานที่ดีให้กับสังคมต่อไป

MThai News