คุม’14น.ศ.’ ไปศาลทหาร-ยันไม่ขอประกัน

จนท.ราชทัณฑ์ นำรถตู้รับ 14น.ศ. ออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพแล้ว ขณะที่ ศาลทหาร ตำรวจ,ทหาร ดูแลพื้นที่เข้ม ปิดทางเข้าออก หวั่นเกิดเหตุวุ่น ด้าน ทนายความ เผย 14น.ศ.ไม่ขอประกันตัว

บรรยากาศที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นสถานที่คุมตัว นักศึกษา 14 คน ที่ถูกจับกุม กรณีเคลื่อนไหวชุมนุมฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ นำรถตู้สีขาว ทะเบียน ฮม-2713 กทม มารับนักศึกษาชาย โดยเจ้าหน้าที่ได้ขับรถตู้ในลักษณะถอยหลังเข้าไปรับ บริเวณด้านในเรือนจำ

คุม'14น.ศ.'จากเรือนจำไปศาลทหาร

ขณะที่นักศึกษาหญิง เจ้าหน้าที่นำรถตู้ ฮม-2719 กทม. มารับโดยมีผู้คุมหญิงจำนวนหนึ่งดูแลอยู่ด้านใน โดยรถตู้ทั้ง 2 คัน ติดฟิล์มดำ แทบจะมองไม่เห็นความเคลื่อนไหว หรือบุคคลในรถตู้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาตั้งขบวนกันด้านในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มีรถ จยย.ตำรวจนำขบวนและรถตำรวจนครบาล ตามด้วยรถผู้ต้องขัง และปิดท้ายด้วยรถเจ้าหน้าที่ ออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มุ่งหน้าไปยังศาลทหารแล้ว

ศาลทหารจนท.ดูแลพื้นที่เข้มหวั่นเกิดเหตุวุ่น

บรรยากาศที่ศาลทหารกรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร กว่า 20 นาย ดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มพื้นที่ หลังวันนี้ พนักงานสืบสวนเตรียมฝากขังนักศึกษา 14 ราย กลุ่มดาวดิน ผลัดที่สอง และเพื่อนนักศึกษาและญาติจะมีการรวมตัวกันเพื่อให้กำลังใจ รวมทั้งมีการปิดเส้นทางเข้าออกบริเวณหน้าศาลทหาร ไม่ให้บุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งสื่อมวลชนเข้า เบื้องต้นขณะนี้ยังไม่มีญาติ หรือกลุ่มเพื่อนของนักศึกษาเดินทางมาแต่อย่างใด

ทนาย เผย 14น.ศ. ยันไม่ขอประกันตัว

นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของกลุ่ม 14 นักศึกษาที่ถูกจับกุมกรณีร่วมชุมนุมขัดคำสั่ง คสช. เปิดเผยก่อนเข้าร่วมฟัง พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ยื่นคำร้องขอฝากขังนักศึกษาทั้งหมดเป็นผลัดสอง ว่าเบื้องต้นนักศึกษาทั้งหมด ได้ให้การปฏิเสธ และยืนยันว่าจะไม่ขอยื่นประกันตัว แต่จะคัดค้านการฝากขัง ถ้าศาลยืนยันให้ฝากขังก็ฝากขังตามคำสั่ง แต่ถ้าพิจารณาให้ปล่อยตัว ก็สามารถกลับบ้านได้ อาจจะเนื่องจากเหตุผลที่ไม่มีเหตุที่ต้องคุมขังแล้ว เพราะนักศึกษาทั้งหมดไม่ได้มีเจตนาหลบหนี

ในส่วนของการหาหลักฐานพยานมาสู้คดีไม่ใช่หน้าที่เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะเป็นคนหามาเพื่อเอาผิด เนื่องจากนักศึกษา ยังไม่ได้กระทำผิดอะไร พร้อมยืนยันความพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจไปแล้ว

ขณะที่ นักศึกษาชาย 13 คน ยังกำลังใจดี ส่วนนักศึกษาหญิงที่ถูกคุมขังที่ทัณฑสถานหญิง มีอาการป่วยขาซีกซ้าย ยังไม่ทราบว่าจะสามารถเดินทางมาได้หรือไม่ ต้องรอดูอีกครั้ง

เพจดังยกกระบวนการทางเคมี โยงโลหิตลูกแก้ว ‘พระอาจารย์ชา’

เพจดังชี้กระบวนการทางเคมี ในการสร้างเลือดไข่ปลา หลังออนไลน์แชร์รูปพระอาจารย์อ้างว่ามีแผลเลือดไหลกลายเป็นลูกแก้วสีชมพู ชาวบ้านแห่เก็บลูกแก้วไปบูชา เชื่อเป็นพระธาตุมงคล

พระอาจารย์ชา,หัวแตก,บูชาเลือด,เลือดลูกแก้ว,กระบวนการทางเคมี

หลังจากที่ สมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ ‘Navaporn Srikaewnawan’ เผยแพร่ภาพพระรูปหนึ่งมีเลือดไหลบริเวณศีรษะ ซึ่งมีลักษณะผิดปกติจากโลหิตทั่วๆไป คือมีลักษณะคล้ายไข่ปลาขนาดเล็ก ส่งผลให้กลายเป็นประเด็นฮือฮาทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ทว่าเหล่าบรรดาลูกศิษย์ต่างพากันเข้าไปแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง

พร้อมกันนี้ผู้โพสต์ภาพดังกล่าว ระบุว่า พระที่อยู่ในรูปคือ พระอาจารย์ชา พระศุภกิจ มหิทธิโก ท่านเป็นพระอยู่ที่ วัดวังหอมวิปัสสนาราม ตำบลวังอ่าง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช

หลังจากกลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโซเชียลแล้ว เพจ ‘Drama-addict’ ได้ออกมาแสดงการผูกโยง วิเคราะห์ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติดังกล่าว กรณีของ ‘เลือดที่กลายเป็นลูกแก้ว’ ซึ่งปกติแล้วเลือดมนุษย์เมื่อแข็งตัว จะกลายเป็นลิ่มสีแดงเข้ม โดยการสร้างลูกแก้วสีแดงๆหรือชมพู สามารถใช้กระบวนการทางเคมีระหว่างสาร sodium alginate กับ calcium chloride เพื่อสร้างลูกแก้มกลมๆสารพัดสี

ทั้งนี้ทั้งนั้น กระบวนการดังกล่าว เป็นกระบวนการเดียวกับการนำไปใช้ในการปรุงอาหารแบบ molecular gastronomy ซึ่งสามารถนำไปใช้สร้างอาหารที่มีหน้าตาเหมือนไข่กุ้ง หรือไข่แซลมอน แต่มีรสชาติแตกต่างหลากหลาย

อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการโพสต์เรื่องราวดังกล่าว ได้มีลูกเพจออกมาแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง

MThai News
ที่มา DramaAdd

ด่ายับ! แม่ล้างก้นลูก บนอ่างล้างหน้าห้าง

ด่ายับ วีรกรรมมนุษย์แม่ ล้างก้นลูกบนอ่างล้างหน้าห้าง

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ เมื่อแฟนเพจ ลูกคุณไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน ได้โพสต์ภาพพร้อมเผยเหตุการณ์วีรกรรมของมนุษย์แม่ท่านหนึ่งที่ใช้อ่างล้างหน้าล้างก้นลูกที่เปื้อนอึ โดยเจ้าของเหตุการณ์เล่าว่า ตนได้ไปทานร้านชาบูบุฟเฟ่ต์ในห้างแห่งหนึ่ง โดยที่ข้างๆมีอีกครอบครัวมานั่งอยู่ด้วย ระหว่างนั้นลูกที่มากับครอบครัวดังกล่าวเกิดอุจจาระขึ้นมากลางร้าน ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วแต่คุณแม่ยังคงกินต่อหน้าตาเฉยพร้อมบอกว่าลูกใส่แพมเพิสอยู่ไม่เป็นไร

11214071_1637219076519584_8262258265124175482_n

แต่ในขณะที่กลิ่นฟุ้งไปทั่วอยู่นั้น เจ้าของเหตุการณ์ได้เตือนคุณแม่ว่าน่าจะไปล้างให้เรียบร้อยก่อน แต่กลับได้รับคำตอบกลับมาว่า “ลูกของพี่ พี่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร”  ซึ่งตนทนกลิ่นไม่ไหวจึงเช็คบิลออกจากร้านทั้งๆที่เพิ่งทานได้เพียง 45 นาทีเท่านั้น หลังจากนั้นตนได้เดินห้างเล่นและเข้าห้องน้ำจนไปพบกับมนุษย์แม่ท่านเดิม กำลังล้างก้นลูกที่บริเวณอ่างล้างหน้า ตนจึงเตือนว่าทำแบบนี้ไม่ได้เพราะมันเป็นพื้นที่สาธารณะและอ่างล้างหน้าไม่ได้เอาไว้ล้างก้น

ซึ่งตนได้ต่อคารมณ์กับมนุษย์แม่อยู่นานเพราะมนุษย์แม่อ้างว่า “เธอไม่ได้เป็นคนทำความสะอาดจะมาเดือดร้อนทำไม “จนเจ้าของภาพต้องยอมใจ เดินออกจากห้องน้ำ ซึ่งทันใดนั้นเองคุณป้าแม่บ้านที่ทำความสะอาดได้เข้ามาจัดการกับมนุษย์แม่ให้เช็ดคราบอึที่อ่างล้างหน้าให้หมด ไม่เช่นนั้นจะเรียกรปภ.มาจัดการ โดยแม่บ้านบอกว่า ตนมีหน้าที่ทำความสะอาดตามการใช้บริการของลูกค้าปกติ ไม่ได้มีหน้าที่ต้องมาเช็ดคราบอึของลูกใคร

MThai News