ฟิลิปปินส์ยันพบคนไข้จากดูไบ ติดเมอร์สรายที่2

กระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์ยืนยันการ พบผู้ติดเชื้อ ‘เมอร์ส’ ในประเทศฟิลิปปินส์รายที่ 2 ซึ่งเป็นชาวดูไบที่เดินทางเข้ามาในประเทศ

เมอร์ส,ดูไบ,ฟิลิปปินส์,ติดเชื้อ,ผู้ป่วยเมอร์ส,ทางเดินหายใจตะวันออกกลาง

วันนี้ (6 ก.ค.) สำนักข่าว ‘บีบีซี’ รายงานความเคลื่อนไหวของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสเมอร์ส ว่ากระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์ได้ออกแถลงการณ์ พบผู้ติดเชื้อไวรัสเมอร์ส รายที่ 2 ในประเทศ โดยเป็นชายชาวต่างชาติ วัย 36 ปี ที่ได้เดินทางมาจากประเทศดูไบมาถึงกรุงมะนิลา เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยขณะนี้คนไข้รายนี้ ได้ถูกย้ายไปรักษาตัวที่สถาบันวิจัยการแพทย์เขตร้อน เมื่อวันเสาร์ที่ 4 ก.ค. หลังผลตรวจเชื้อไวรัสเมอร์สออกมาเป็นบวก

ส่วนทางด้านโฆษกกระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า คนไข้ชายผู้นี้ซึ่งเดินทางไปซาอุดีอาระเบียด้วย ได้ถูกกักตัวเพื่อรอดูอาการเป็นเวลา 14 วัน ดังนั้นจึงเป็นไปได้ยากที่ชายคนนี้จะเป็นพาหะแพร่กระจายเชื้อไวรัสเมอร์สให้แก่ผู้โดยสารรายอื่นๆ ที่โดยสารมากับเที่ยวบินเดียวกัน

ทว่า ทางกระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์ ได้มีการกักตัวคนที่ใกล้ชิดกับชายคนไข้ติดเชื้อเมอร์ส แล้วจำนวน 8 คน ซึ่งในจำนวนนี้ คนหนึ่งมีอาการไอ และถูกนำไปกักกันรอดูอาการที่สถาบันวิจัยเวชศาสตร์เขตร้อนในเมืองMuntinlupa ทางตอนใต้ของมะนิลาเมืองหลวงของประเทศแล้ว

อย่างไรก็ตาม คนไข้ที่ติดเชื้อเมอร์สรายแรกในฟิลิปปินส์ เป็นพยาบาลชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งไปทำงานอยู่ในประเทศซาอุดีอาระเบีย และตรวจพบว่าติดเชื้อหลังเดินทางกลับมายังประเทศฟิลิปปินส์เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และได้รับการรักษาพยาบาลจนหายจากอาการป่วยแล้ว ในขณะที่รายงานจาก บีบีซี ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสเมอร์สแล้วกว่า 500 รายการแพร่ระบาดอย่างหนักเริ่มขึ้นเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา รวมถึงยังแพร่ระบาดไปอีกหลายประเทศ เช่น จีน มาเลเซีย และไทย

ทั้งนี้ทั้งนั้น องค์กรอนามัยโลกเปิดเผยว่า นับตั้งแต่เดือน ก.ย. ปี 2555 มีผู้ได้รับเชื้อไวรัสเมอร์สกว่า 1365 ราย จากทั่วโลก แต่มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 487 ราย

MThai News

ที่มา BBC

‘ดาบตำรวจ’โร่แจงปมเมาตั้งด่าน ‘สมยศ’สั่งคาดโทษ!

ดาบตำรวจจราจรเข้าพบโฆษกตร. แจงปมคลิปคล้ายเมาขณะตั้งด่านตรวจ เพื่อนยืนยันเสียงคล้ายคนเมา ขณะผบ.ตร.สั่งสอบ หากผิดจริงไม่มีการละเว้น

วันที่ 6 ก.ค. ความคืบหน้ากรณีปรากฏคลิปตำรวจจราจรนายหนึ่งมีอาการคล้ายเมาสุราขณะปฏิบัติหน้าที่ และมีการใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างแพร่หลายในสังคมออนไลน์นั้น

ซึ่งพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่าได้สั่งการให้ตรวจสอบกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการเผยคลิปลักษณะนี้

ด.ต.เมาตั้งด่าน

ด.ต.จักรวาล วงศ์ไชย ผบ.หมู่งานจราจร

และจากการตรวจสอบเบื้องต้น เชื่อว่าน่าจะเป็นตำรวจจริง พร้อมมอบหมายให้ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด หากตรวจสอบแล้วพบว่า มีการกระทำผิดจริง ยืนยันว่าจะดำเนินการโดยไม่ละเว้น เพราะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม

ล่าสุด พ.ต.ท.ภาษิต ไพรัตน์ รองผกก.สน.วังทองหลาง นำดาบตำรวจจักรวาล วงศ์ไชย ผบ.หมู่งานจราจร ซึ่งเป็นตำรวจที่ปรากฏในคลิป เดินทางเข้าพบพล.ต.ท.ประวุฒิ เพื่อชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว

โดยพล.ต.ท.ประวุฒิ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่าเหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.ของวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม ซอยลาดพร้าว 86 กรณีนี้มีการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า ดาบตำรวจจักรวาล มึนเมาสุราขณะปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ แต่จากการสอบถามเพื่อนของดาบตำรวจจักรวาลทราบว่า ลักษณะและน้ำเสียงของดาบตำรวจจักรวาล จะคล้ายคนเมาสุราอยู่แล้ว

และต้องยอมรับว่าดาบตำรวจจักรวาล มีการใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมกับประชาชนจริง ทั้งนี้ได้พยายามติดต่อผู้ถ่ายและผู้เผยแพร่คลิปดังกล่าว มาให้ข้อมูลที่เกิดขึ้น โดยจะสอบถามถึงการพูดคุยขณะขอตรวจค้นว่า มีการใช้คำพูดรุนแรงทั้งสองฝ่ายหรือไม่

ซึ่งในเบื้องต้นทราบว่าผู้ถ่ายคลิปขับรถแทรกรถคันอื่นที่กำลังรอกลับรถ ดาบตำรวจจักรวาลซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณดังกล่าว จึงเรียกมาพูดคุย และมีการใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม ส่วนผลการสอบสวน ต้องรอคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาตรวจสอบเสียก่อน

ข้อมูลเพิ่มเติม/ภาพจาก สำนักข่าวไทย

MThai News

‘วิษณุ’ เตรียมสรุปฟ้องแพ่งจำนำข้าว

‘วิษณุ’ เตรียมคุย ปธ. ตรวจสอบข้อเท็จจริงจำนำข้าว สรุปยื่นฟ้องคดีทางแพ่งเรียกค่าเสียหาย – ใช้ ม.44 นิรโทษต้องคำนึงถึงผลกระทบ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงความคืบหน้าของกระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ จะยื่นฟ้องคดีทางแพ่ง เรียกค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่า ล่าสุดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็รายงานความคืบหน้าเป็นระยะ

22

โดยในวันนี้ตนจะเชิญรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และกำหนดจำนวนค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวมาพูดคุย เพราะการรายงานครั้งสุดท้ายนั้นยังไม่ได้ตัวเลขที่ชัดเจน แต่ตัวบุคคลนั้นได้มาพอสมควรแล้ว ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับบุคคลในหลายรัฐบาล มีปะปนกันทั้งข้าราชการประจำและข้าราชการการเมือง

นอกจากนี้ นายวิษณุ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีบางกลุ่มเรียกร้องให้ใช้คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ตามมาตรา 44 ว่า การใช้มาตรา 44 หรือออกพระราชกำหนด พระราชบัญญัติ เพื่อนิรโทษกรรม เป็นเพียงวิธีการเท่านั้นแต่ต้องคำนึงถึงความจำเป็นที่จะทำ และต้องคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดตามมา หากยังไม่ตกผลึกก็ไม่สามารถทำได้