‘กฤษณา’ โคตรน้ำมันหอม..แพงที่สุดในโลก!?

หากพูดถึงเรื่องของไม้หอม หลายๆคนคงเคยได้ยินชื่อ ‘ไม้กฤษณา’ ถือได้ว่าเป็นพันธุ์ไม้หอมที่หายาก และมีมูลค่าการซื้อขายที่สูงมาก…

ชาวอาหรับนิยมนำไม้หอมมาเผาไฟเพื่ออบห้องให้มีกลิ่นหอม ทางฝั่งยุโรปนิยมนำมาปรุงเป็นน้ำหอมชนิดคุณภาพดี ผงไม้หอมใช้โรยบนเสื้อผ้าหรือบนร่างกายเพื่อฆ่าหมัดและเหา อีกทั้งเป็นยาพื้นบ้านของอินเดียและอีกหลายประเทศในทวีปเอเชียใช้เป็นส่วนผสมในยาหอม ยาบำรุง ยากระตุ้นหัวใจ และยาขับลม

ไม้กฤษณา จัดเป็นไม้หวงห้าม และไม่อนุญาตให้ทำการตัด (เฉพาะในป่าหวงห้าม) จึงมีการลักลอบตัดเพื่อนำแก่นไม้หอมมาขาย ทำให้ไม้กฤษณานั้นใกล้จะสูญพันธุ์ โดยไม้ในสกุล Aquilaria มีประมาณ 15 ชนิด และมีการกระจายพันธุ์ทั่วไปในแถบเอเชียเขตร้อน

ต้นกฤษณา

และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จนถึงฟิลิปปินส์ ฝั่งเอเชียใต้พบในประเทศอินเดีย ปากีสถาน ศรีลังกา ภูฐาน  สำหรับพันธุ์ไม้กฤษณาที่พบในประเทศไทยมีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิด คือ…

-Aquilaria crassna Pierre. พบได้ในป่าดิบชื้นและป่าดิบแล้งทางภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
-Aquilaria malaccensis Lamk. (ชื่อพ้อง Aquilaria agallocha Roxb.) พบได้ในเฉพาะทางภาคใต้ที่มีความชุ่มชื้น
-Aquilaria subintegra Ding Hau (ชนิดใหม่ที่ค้นพบโดย Dr. Ding Hau) ชนิดนี้จะพบได้เฉพาะทางภาคตะวันออก
-ส่วนชนิดอื่นๆ ที่อาจจะพบได้ คือ Aquilaria rugosa, Aquilaria baillonil, และ Aquilaria hirta

ไม้กฤษณาโดยทั่วไปที่ขึ้นตามธรรมชาติจะใช้เวลา 20-30 ปี ถึงจะมีกลิ่นหอมตามมาตรฐาน แต่ปัจจุบันได้มีการนำเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วย โดยการฉีดสารเร่งความหอมที่เหมาะกับการทำน้ำหอม โดยจะใช้เวลาปลูกเพื่อใช้งานได้ภายใน 6-8 ปี

ผลผลิตที่ได้จากไม้กฤษณา สามารถนำมาใช้ได้ตั้งแต่ ราก แก่นไม้ ผลกฤษณา ดอกกฤษณา ใบ ในเรื่องของสรรพคุณนั้นไม่ต้องพูดถึง ทั้งเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยบำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ ช่วยผ่อนคลายความเครียด แก้วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด และอื่นๆอีกมากมาย

และอีกผลผลิตหนึ่งที่นิยมนำมาใช้งานคือการสกัด ‘น้ำมันกฤษณา’ (agaroil) เป็นน้ำมันที่สกัดได้จากกฤษณา เนื่องจากการสะสมของสารกฤษณามีปริมาณน้อยกว่า ไม่สามารถนำไปขายเป็นชิ้นได้  หน่วยที่ใช้เรียกน้ำมันกฤษณา เรียกว่า โตร่า (Tora) มีปริมาณประมาณ 12 กรัม ราคาขายกันอยู่ที่ประมาณ 2,400-4800 บาทต่อโตร่าประโยชน์ของน้ำมันกฤษณา คือ นิยมใช้ทาตัวของชาวอาหรับเพื่อให้มีกลิ่นหอมเป็นส่วนผสมของเครื่องยา เป็นส่วนผสมของน้ำหอมและเครื่องสำอางบางชนิด

น้ำมันกฤษณา

เพราะเหตุนี้ไม้กฤษณาจึงมีราคาที่สูง ยิ่งนำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมแล้วราคายิ่งพุ่งสูงขึ้นไปอีก จากข้อมูลทางการตลาดซื้อขายน้ำมันหอมกฤษณาพบว่า ที่เป็นน้ำมันหอมชนิดเกรด A ซึ่งเป็นชนิดดีที่สุดของกฤษณา ราคาการซื้อขายกันต่อลิตร อยู่ที่ราวๆ 400,000-500,000 บาท !!!! ซึ่งถือได้ว่าเป็นน้ำมันหอมระเหยที่แพงที่สุดในโลก

อย่างไรก็ตามไม้กฤษณา ชนิดที่ดีที่สุดในโลก คือ “กฤษณาจากบ้านนา” (Agillah Bannah) ซึ่งในปัจจุบันอยู่ใน จ.นครนายก และพบมากในเขตกัมพูชา แต่ในปัจจุบันกฤษณาที่มีคุณภาพดีที่สุดจะหาได้จากที่เขาใหญ่

ทั้งนี้หากประชาชนที่สนใจอยากทดลองใช้น้ำมันกฤษณา และสินค้าเพื่อสุขภาพอีกมากมาย สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ในมหกรรม “เมืองสุขภาพดีวิถีชุมชน” บริเวณริมคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล ระหว่างวันที่ 7-26 กรกฎาคม 2558  โดย “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) จะเป็นประธานเปิดงานในวันที่ 7 กรกฎาคมนี้ เวลา 17.00 น.

MThai News

ขอบคุณข้อมูล วิกิพีเดีย

พ่อแม่ช็อค! อาบแดดเพลิน ลูกหายไปอยู่กลางทะเล

พ่อแม่ชาวตุรกี หวิดเสียลูกน้อยวัย 10 เดือน ขณะอาบแดดเพลินจนลืม ปล่อยลูกลอยไปกลางทะเล

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เกิดเหตุเด็กน้อยวัยเพียง 10 เดือน ลอยอยู่กลางทะเลห่างจากชายฝั่งเมืองอายวาซิคของตุรกี ประมาณ 1 กิโลเมตร ขณะที่พ่อแม่ชาวตุรกี นอนอาบแบบอยู่บนหาดดังกล่าว โชคดีที่ยามชายฝั่งเข้าช่วยเหลือทัน

ภาพของ ขณะลอยอยู่กลางทะเล

ภาพของ เมลดา อิลกิน ขณะลอยอยู่กลางทะเล

CANAKKALE, TURKEY - JULY 3: Turkish coast guard rescue 10 month-old baby Melda Ilgin as she drifts a kilometer out to sea on a sea buoy in Ayvacik district of Canakkale province, Turkey on July 3, 2015. (Photo by Hanife Erdinc/Anadolu Agency/Getty Images)

โดยหนูน้อยดังกล่าว ชื่อ เมลดา อิลกิน อายุ 10 เดือน ก่อนเกิเหตุ พ่อแม่ของหนูน้อยได้จับให้นอนบนเปลยาง และทั้งคู่จึงนอนอาบแดดใกล้ๆกัน แต่ดันลืมลูกของตัวเอง จึงไม่รู้ว่าลูกของตนได้ลอยไปกลางทะเล จนกระทั่ง มีคนเตือน จึงได้แจ้งให้หน่วยยามชายฝั่งเข้าช่วยเหลือ นำเด็กขึ้นฝั่งกลับสู่อ้อมกอดของพ่อและแม่ได้ในที่สุด

CANAKKALE, TURKEY - JULY 3: 10 month-old baby Melda Ilgin is seen on her mother's lap after being saved by Turkish coast guard when she drifted a kilometer out to sea on a sea buoy in Ayvacik district of Canakkale province, Turkey on July 3, 2015. (Photo by Hanife Erdinc/Anadolu Agency/Getty Images)  CANAKKALE, TURKEY - JULY 3: 10 month-old baby Melda Ilgin is seen in her mother's arms after being saved by Turkish coast guard when she drifted a kilometer out to sea on a sea buoy in Ayvacik district of Canakkale province, Turkey on July 3, 2015. (Photo by Hanife Erdinc/Anadolu Agency/Getty Images)

MThai News
ที่มา : mirror

สุดเถื่อน!เสี่ยตลาดพัทยายกพวกรุมตื้บตร.กองปราบน่วม

เร่งล่า! เจ้าของตลาดนัดแกรนด์ฮอล์พัทยา พาพ่อค้า-แม่ค้ากว่า40คน รุมทำร้าย “รองผกก.กองปราบ”และลูกน้องรวม7คนได้รับบาดเจ็บ ฉุนถูกบุกจับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ 

วันที่ 4 ก.ค. เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ุม่วง ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ถูกเจ้าของตลาดและกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าภายในตลาดนัดแกรนด์ฮอล์ ซอยบัวขาว ย่านพัทยาใต้ หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี รุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ และตกอยู่ในวงล้อมไม่สามารถออกมาได้ จึงรีบนำกำลังตำรวจอีกจำนวนหนึ่งไปตรวจสอบ

ทำร้ายตร.กองปราบ

พ่อค้าแม่ค้าตลาดพัทยารุมทำร้ายตร.กองปราบ

ที่เกิดเหตุเป็นตลาดนัดสินค้าขนาดใหญ่ พื้นที่ประมาณ 5 ไร่ พบกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าประมาณ 30-40 คน กำลังยืนล้อมกรอบ พ.ต.ท.ขวัญพิชัย มะโนเจริญทรัพย์ รองผู้กำกับกองกำกับการ2 กองบังคับการปราบปรามซึ่งทำหน้าที่หัวหน้าชุดสืบสวนปราบปรามปฏิบัติการพิเศษ ที่ยืนอยู่ในสภาพสะบักสะบอม ใต้ตาขวามีแผลแตกเลือดไหลอาบหน้า และ ร.ต.ท.ระพีพงษ์ สารตี รองหัวหน้าชุดฯ สภาพศีรษะแตกเป็นแผลฉกรรจ์ นอกจากนี้ยังพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นาย และสายลับอีก 2 คน มีรอยฟกช้ำดำเขียว ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ได้ฝ่าวงล้อม เพื่อนำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามทั้งหมด ออกจากจุดเกิดเหตุ แต่กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าบางส่วนไม่พอใจ ได้ตรงเข้ามาขวาง แล้วล้อมรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ไว้ พร้อมกับตะโกนด่าทอ จนเกิดเหตุการณ์ชุลมุนเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็สามารถนำทั้งหมดออกมาได้ ก่อนส่งตัวไปรักษาที่ รพ.บางละมุง

โดย พ.ต.ท.ขวัญพิชัย แพทย์ต้องทำการเย็บแผลให้ถึง 7 เข็ม ส่วน ร.ต.ท.ระพีพงษ์ เย็บ 3 เข็ม จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ พ.ต.ท.ขวัญพิชัย นำกำลังตำรวจนอกเครื่องแบบและสายลับรวม 7 คน บุกเข้าจับกุมเจ้าของร้านจำหน่ายแว่นตาและนาฬิกาละเมิดลิขสิทธิ์ 3-4 ราย ภายในตลาดนัดแกรนด์ฮอล์

ระหว่างนั้น นายศุภกฤช อรรคเลิศลาภ หรือ “เฮียจั้ว” อายุ 61 ปี เจ้าของตลาด เข้ามาสอบถามว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจากหน่วยไหน ทาง พ.ต.ท.ขวัญพิชัย จึงแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม แต่ไม่ได้โชว์บัตรประจำตัว ทำให้นายศุภกฤช คงเข้าใจผิดคิดว่า น่าจะเป็นการแอบอ้าง จึงใช้หมัดชกหน้าไป 1 ครั้งจนล้มคว่ำ ก่อนที่กลุ่มพ่อค้าประมาณ 10 กว่าคน ที่ยืนล้อมกรอบอยู่ จะเปิดฉากรุม พ.ต.ท.ขวัญพิชัย และลูกน้องจนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นกลุ่มผู้จำหน่ายสินค้าอื่นๆ ในตลาดอีกกว่า 30 คน ได้เข้ามาร่วมวงด้วย จนต้องขอความช่วยเหลือจากตำรวจภูธรเมืองพัทยา

ต่อมา พล.ต.ต.นิติพงศ์ เนียมน้อย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เดินทางมาสอบปากคำ พ.ต.ท.ขวัญพิชัย ด้วยตนเอง เพราะเป็นเรื่องที่ผู้บังคับบัญชา ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้ที่ถูกทำร้ายเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกำลังอยู่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่

ภายหลังพูดคุยนานกว่า 1 ชั่วโมง พล.ต.ต.นิติพงศ์ เผยว่า เบื้องต้นได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าว เพื่อติดตามตัว นายศุภกฤช อรรคเลิศลาภ หรือ “เฮียจั้ว” มาสอบสวน และจับกุมผู้ที่มีส่วนร่วมรุมทำร้ายตำรวจอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา เดลินิวส์

MThai News