นักวิทย์ฯเผยน้ำมหาสมุทรเสี่ยงความเป็นกรด

นักวิทยาศาสตร์เตือน กรณีที่สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล เสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบ จากการสูญเสียออกซิเจน และมีกรดเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

วันนี้ (3 ก.ค.) สำนักข่าว ‘บีบีซี’ รายงานข่าวกรณีที่ นักวิทยาศาสตร์ออกมาประกาศเตือนว่า สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล เสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบ จากการสูญเสียออกซิเจน และมีกรดเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ซึ่งอุณหภูมิใต้ท้องทะเลจะสูงขึ้น ส่งผลต่อสภาพภูมิอากาศโดยรวม จนน่าวิตก

มหาสมุทร,กรด,คาร์บอนไดออกไซด์,วิกฤต,ทะเล

ทั้งนี้รายงานระบุว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์ทางทะเล ในระดับชั้นนำของโลก ได้ร่วมมือกันจัดทำบทความ ที่จะมีการเผยแพร่ลงในวารสารวิทยาศาตร์ ที่ระบุถึงอันตรายที่อาจจะเกิดจากคาร์บอนไดออกไซด์

ทั้งนี้ทั้งนั้นมูลเหตุที่ทำให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ เพิ่มมากขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการเผาไหม้ การปล่อยผลผลิตจากเชื้อเพลิง พลังงานที่ได้จากฟอสซิล ซึ่งจากปัจจัยต่างๆที่กล่าวมาข้างต้น อาจเป็นต้นตอของเหตุกลียุคทางธรรมชาติได้ในอนาคตได้

อย่างไรก็ตาม ทีมนักวิทยาศาสตร์ดังกล่าว เผยด้วยว่า มหาสมุทรดูดซึมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ที่มาจากการปล่อยโดยฝีมือของมนุษย์นับตั้งแต่ปี 2293 และส่งผลกระทบถึงสภาพภูมิอากาศในท้องทะเลโดยรวมอย่างมากนับตั้งแต่นั้น

MThai News
ที่มา BBC

‘ดร.ปื๊ด’แนะปฏิรูปสื่อ ชี้ สื่อโซเชียลอิสระเกินไป?

‘บวรศักดิ์’ วาง3กรอบ‘ปฏิรูปสื่อ’ในร่างรธน.ใหม่ แก้เสรีภาพซับซ้อน-สร้างสมดุล-รับผิดชอบ อัดข้อคิด‘สื่อโซเชียล’อิสระเกินไป แนะ หมั่นตรวจสอบข้อมูล

วันที่ 3 ก.ค.58 นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงเสรีภาพสื่อมวลชนว่า เป็นเรื่องที่ซับซ้อน เพราะเกี่ยวพันกับเสรีภาพหลายด้าน  ประกอบกับยุคสมัยเทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะสื่อโซเชียลเข้ามาเกี่ยวข้อง กระทบต่อการทำงานสื่อฯที่เปลี่ยนไปในเรื่องเสรีภาพและความเร็ว การสร้างความสมดุล คือ สิ่งสำคัญที่สื่อฯควรคำนึงและปฏิบัติได้

'บวรศักดิ์' วาง3กรอบ'ปฏิรูปสื่อ'ในร่างรธน.ใหม่

ขณะที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้วางหลักการทำหน้าที่สื่อฯไว้ 3 ประเด็น คือ 1.สิทธิการได้รับข้อมูลข่าวสารของประชาชนกับสื่อมวลชน ซึ่งอยู่ในมาตรา48 กำหนดการนำเสนอข้อมูลข่าวสารถูกต้องครบถ้วน และห้ามถือครองสิทธิข้ามสื่อ และมาตรา50 วรรคสอง และวรรคสาม ว่าด้วยการกำกับกิจการสื่อโทรทัศน์-วิทยุฯ ที่ต้องคำนึงถึงประชาชน การมีส่วนร่วม และผู้ด้อยโอกาส

2.ความเป็นอิสระของสื่อมวลชนที่ต้องมีความรับผิดชอบ โดยประเด็นความเป็นอิสระนั้น ร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นอิสระจากรัฐ อาทิ ห้ามนักการเมืองเข้ามาถือหุ้นในกิจการสื่อมวลชน และกำหนดกรอบของการซื้อโฆษณาจากสื่อมวลชน พร้อมทั้งการกำกับหรือการควบคุมกันเอง มาตรา49 ได้เขียนไว้ให้มีองค์กรกลางขึ้นมาทำหน้าที่ดังกล่าว

3.การปฏิรูปสื่อสารมวลชน จะถูกเขียนไว้ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฎิรูป เพื่อป้องกันปัญหาและการแก้ไขสิ่งที่ทำได้ยาก อาทิ จัดให้มีกลไกส่งเสริมผู้ประกอบวิชาชีพให้มีเสรีภาพและรับผิดชอบ มีหลักประกันในอิสระในการทำหน้าที่โดยไม่ถูกครอบงำจากรัฐและทุน พร้อมตั้งข้อเสนอในการมีกฎหมายให้กิจการสื่อฯจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และกำกับการถือหุ้นให้บุคคลถือหุ้นได้ไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้ ยังฝากข้อคิดสำหรับสื่อโซเชียลมีเดีย ว่าควรทำอย่างไรกับจริยธรรมการนำเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริง และตรวจสอบแหล่งที่มาข่าวให้ชัดเจน เพื่อป้องกันต้นทางก่อนเผยแพร่ข้อมูลให้ผู้บริโภค ความมีอิสระเกินไป จึงเป็นเรื่องท้าท้ายต่อความรับผิดชอบของสื่อดังกล่าว

ที่มา komchadluek

MThai News

แฉ! ลงทะเบียนซิมฟรี แต่เสียค่าบริการ 20 บาท

ชาวเน็ตแฉลงทะเบียนซิมการ์ดต้องฟรี  แต่ถูกคิดค่าบริการ 20 บาท หลังถูกวิจารณ์หนัก ล่าสุดเจ้าตัวแจง 7-11 ออกมาขอโทษและไล่พนักงานคนดังกล่าวออกแล้ว

ก่อนหน้านี้เกิดกระแสในโลกออนไลน์ เมื่อมีสมาชิกเว็บไซต์พันทิปได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความระบายถึงเหตุการณ์ หลังจากที่พ่อของตนไปใช้บริการในเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาหนึ่ง ซึ่งไปลงทะเบียนซิมการ์ดฟรีแต่กลับต้องจ่ายค่าบริการ 20 บาท

แฉลงทะเบียนซิมฟรี แต่เสียค่าบริการ 20 บาท

โดยสมาชิกพันทิปชื่อว่าจิ๊กโก๋ ไซเบอร์ ได้ตั้งกระทู้ชื่อว่าเซเว่นครับ เอาเงิน 20 บาท ของพ่อและพี่น้องร่วมชาติคืนมาเถอะครับ พร้อมเล่าเรื่องราวระบุว่า พ่อของเขาได้ไปลงทะเบียนซิมการ์ดที่เซเว่น อีเลฟเว่น สาขาหนึ่ง

ซึ่งตามประกาศของ กสทช. นั้นไม่เสียค่าบริการ แต่พ่อของตนกลับโดนคิดค่าบริการ 20 บาท จากนั้นได้เข้าไปสอบถามเซเว่นสาขานี้ให้คำตอบว่าคือค่าบริการ

หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวโซเชียลต่างตั้งข้อสงสัยอย่างมาก บางความคิดเห็นสังเกตจากภาพใบสลิป ระบุว่า พนักงานคีย์รับเงิน 20 บาทและทอน 20 บาท แต่ลูกค้าไม่ได้เงินทอน แสดงว่าพนักงานจงใจขโมยเงินดังกล่าว

ล่าสุด เมื่อกระทู้นี้กลายเป็นกระแสที่ชาวโซเชียลต่างพูดถึงและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เจ้าของกระทู้ได้โพสต์ชี้แจงอีกครั้งว่า ตนได้รับการติดต่อกลับจากเซเว่น อีเลฟเว่น โดยระบุว่า ทางบริษัทขอโทษ รวมถึงทางสาขาที่เกิดเหตุนั้นไล่พนักงานคนดังกล่าวออกแล้ว

ขอบคุณภาพ pantip

MThai News