‘วิชา’ลั่น ประเทศชาติไปไม่รอดหากยังแบ่งสีเสื้อ

วิชา ระบุ ตราบใดประชาชนยังไม่เลิกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งสีเสื้อ ประเทศชาติคงไปไม่รอด เพราะยากที่จะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้

05-2

วันนี้ (3 ก.ค.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง “ประสานพลังการสื่อสารเพื่อขับเคลื่อนเครือข่ายต้านการทุจริตในระดับจังหวัด (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)” โดยมีนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. และนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. เข้าร่วมที่โรงแรมนภาลัย จ.อุดรธานี

ทั้งนี้ นายวิชา ได้กล่าวระหว่างการบรรยาย เรื่อง ‘พลังการสื่อสาร : แรงขับเคลื่อนสำคัญในการต่อต้านการทุจริต” ในตอนหนึ่งว่า ตราบใดที่ประชาชนยังไม่เลิกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย และคอยจับผิดคนอื่น ไม่ได้ว่าเสื้อสีอะไร แต่การที่เราไม่ใช้ความรู้ความสามารถเพื่อระดมสรรพกำลังทุกอย่างแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติ คิดว่าประเทศชาติคงไปไม่รอด ดูแล้วมันยากจริงๆ ในการที่จะทำให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน อย่างน้อยที่เราได้มาถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต่อไปภาคเหนือ เรารู้ว่าความคิดของผู้คนยังถูกครอบงำด้วยความรู้สึกว่า ป.ป.ช. สองมาตรฐานหรือไม่

“เราพูดตอนประชุม เราต้องติดตามคดีไม่ว่าฝ่ายไหน ต้องทำให้ปรากฏ และพยายามที่จะจัดการกับปัญหาความยุ่งยากต่างๆ ในการเผยแพร่ความรู้เพื่อที่จะเข้าไปถึงประชาชนทุกกลุ่ม” นายวิชา กล่าว

นายวิชา กล่าวอีกว่า ในการบริหารจัดการ ไม่ว่าเรื่องคดี หรือประชาสัมพันธ์งานของเรา ต้องเข้าถึงประชาชนทุกหมู่เหล่า ตอนนี้กำลังขายไอเดียในเรื่องของสามเหลี่ยมที่จะขับเคลื่อนพลังสำคัญของ ป.ป.ช. ไปสู่ชุมชน ทำให้ชุมชนตระหนักรู้ถึงภัยร้ายของการทุจริต เข้าสู่สงครามในห้วงเกือบจะตอนท้าย เนื่องจากในปี 2560 จะเป็นปีที่สิ้นสุดของยุทธศาสตร์ว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต

เพราะฉะนั้นการจะทำยุทธศาสตร์ในห้วงสุดท้ายให้ได้ผล จริงจัง ต้องรู้จักพื้นที่ วัฒนธรรม จิตใจผู้คนในพื้นที่เหล่านี้ว่าเขามีความคิดเห็นเป็นประการใด ต่อจากนี้หากเกิดคดีน้อยลง ก็ต้องป้องกันเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ไม่ใช่คดีน้อยลงแล้วจะอยู่สบายคงไม่ได้ ในเมื่อมีเวลามากขึ้น ก็ต้องให้ความรู้กับประชาชนให้มากขึ้น ป้องกันการทุจริตให้มากขึ้น เพื่อจะได้มีแกนนำมากขึ้น ให้มีคนรัก ป.ป.ช. ให้มากขึ้น

MThai News

สุริยะใส เตือน14น.ศ.อย่าเข้าทางทฤษฏีอำมหิต

‘สุริยะใส’ เตือน ปมจับ14 น.ศ. อย่าเข้าทาง ทฤษฏีอำมหิต ครอบงำ ชี้ อาจทำให้คนบริสุทธิ์ตายเปล่า

นายสุริยะใส กตะศิลา อาจารย์มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวแสดงความคิดเห็น ระบุถึงกรณีการจับกุม14นักศึกษา ว่า พึงระวัง! เหตุการณ์ 6 ตุลา มากกว่า 14 ตุลา

หลายคนอธิบายปรากฏการณ์การจับกุม นศ.กลุ่มดาวดิน ว่าอาจกลายเป็นการลุกลามเหมือนเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ที่นำไปสู่การชุมนุมใหญ่เรียกร้องประชาธิปไตยของนิสิต นักศึกษาและประชาชน

565

นักวิชาการบางคนก็วิเคราะห์แบบตัดตอนและฉาบฉวย หวังผลทางการเมืองมากเกินไป จนลืมไปว่าบริบทของสถานการณ์หน้ามือเป็นหลังมือและยากที่จะย้อนเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 กลับมาได้อีก

ในทางตรงกันข้ามผมกับเห็นว่าบริบทในปัจจุบันถ้าจะเทียบเคียงกับอดีต น่าจะเข้าใกล้เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ที่มีการปราบปรามนิสิต นักศึกษาที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์มากกว่า

ผมจึงคิดว่ากลุ่มเคลื่อนไหวทั้งที่เปิดหน้าและหลบอยู่หลังฉากพึงระมัดระวังให้มาก อย่าวิเคราะห์สถานการณ์แบบฉาบฉวยและตัดตอน

การเคลื่อนไหวในช่วงนี้หากมองข้ามความละเอียออ่อนและความซับซ้อนของสถานการณ์ไป ผลกระทบหรือปฏิกิริยาโต้กลับอาจมีมากกว่าทีคิด ที่ผมห่วงที่สุดคือทฤษฏีอำมหิตที่มองว่าสู้กับทหารต้องมีคนเจ็บคนตายถึงจะชนะได้นั้น

ต้องระวังอย่าให้ทฤษฏีนี้มาครอบงำและฉกฉวยในสถานการณ์แบบนี้ เพราะจะทำให้คนเคลื่อนไหวแบบบริสุทธิ์ใจ ต้องตกเป็นเหยื่อไปด้วย

ขอบคุณภาพจากTNews

MThai News

’ชูวิทย์’ ซัด ‘พระสุเทพ’ ตกต่ำ ถึงขั้น ซ้ำเติมเด็ก?

‘ชูวิทย์’ FB จวก ‘พระสุเทพ’ เอาใจทหาร ลืมใส่ใจศาสนา บอกบวชพระ ไม่ยุ่งการเมือง แต่กลับวิพากษ์ซ้ำเติม 14 น.ศ. ถาม ไม่ติดห่มเหลือง อาจก่อม็อบต้าน

จากกรณี พระสุเทพ ปภากโร หรือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส. ได้เผยกรณีการเคลื่อนไหว 14 นักศึกกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ว่า มีขบวนการที่อยู่เบื้องหลังของการปั่นกระเเส และสร้างสถานการณ์ เพื่อที่จะทำลายความน่าเชื่อถือ รัฐบาล-คสช.นั้น

วันที่ 3 ก.ค.58 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความลงยังเฟซบุ๊ก “ชูวิทย์ I’m No.5″ แสดงความคิดเห็นดังกล่าวว่า

ชูวิทย์ พระสุเทพ

พระสุเทพ อดีตแกนนำ กปปส. บอกการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษา 14 คน ที่ถูกจับดำเนินคดี เป็นการปั่นกระแส สร้างสถานการณ์ ทำลายความชอบธรรม ความน่าเชื่อถือ ของ คสช. และรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

โถ… อยากเอาอกเอาใจทหารยังพอเข้าใจ แต่นี่ถึงขนาดบวชเป็นพระ แล้วยังไปเหยียบย่ำซ้ำเติมเด็ก เบื้องหน้าเบื้องหลังยังไม่รู้ แต่ตอนนี้อยู่ในคุกอยู่ในตะรางกันหมด

เป็นถึงผู้ใหญ่ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี ไม่น่าเชื่อว่าเดี๋ยวนี้ตกต่ำถึงขนาดหาเรื่องเด็ก

อุตส่าห์โกนหัว บวชพระ เข้าโบสถ์ทุกเช้า แทนที่จะขอบิณฑบาตร ดันไปกระทืบเด็กซ้ำ นี่ถ้าไม่ห่มผ้าเหลือง ป่านนี้มิชวนกันก่อม็อบ ปิดถนน ประท้วงนักศึกษาไปเสียแล้วหรือ?

ช่างน่าซาบซึ้งในรสพระธรรมคำสอน ที่พระสุเทพอุตส่าห์ดื่มด่ำบวชเรียน แล้วยังสัญญิงสัญญาต่อหน้ามวลมหาประชาชน ว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกต่อไป

ผมสงสัยจริงๆว่า บัดนี้ พระสุเทพรู้จักบทสวดแผ่เมตตาแล้วหรือยัง?

MThai News