’อาชีวะช่วยชาติ’ ขู่ แสดงพลัง หากยังต้าน คสช.

เพจกลุ่ม ‘อาชีวะช่วยชาติ’ เดือด! ออกแถลงการณ์ พร้อมแสดงพลังค้านนักศึกษา หากยังไม่หยุดต้าน คสช. ลั่น เลิกทำลายความสงบบ้านเมือง  

เฟซบุ๊กแฟนเพจกลุ่ม ‘อาชีวะช่วยชาติ’ มีการเผยแพร่แถลงการณ์ลงวันที่ 30 มิ.ย.2558 เรียกร้องให้กลุ่มนักศึกษาหยุดการเคลื่อนไหวต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หากไม่หยุดทำลายความน่าเชื่อถือและความมั่นคงของชาติ กลุ่มอาชีวะทั้งศิษย์ปัจจุบันและศิษย์เก่าจะออกมาแสดงพลังเพื่อสนับสนุนการทำงานของ คสช.

กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ

โดยข้อความระบุว่า

แถลงการณ์ฉบับที่ 2/2558
กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ ณ ราชดำเนิน 56

จากการที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้เข้ามาบริหารประเทศ ทำให้ประเทศสงบขึ้นเป็นอันมาก แต่ก็มีบุคคลบางกลุ่มที่เสียผลประโยชน์ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านการทำงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยอยู่เบื้องหลังให้การสนับสนุนนักศึกษาบางกลุ่ม (กลุ่มดาวดิน)

ดังนั้น ในนามนักศึกษาด้วยกัน จึงอยากให้กลุ่มนักศึกษาดังกล่าวหยุดการกระทำ หากยังมีนักศึกษาที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ออกมาทำลายความน่าเชื่อถือและความมั่นคงของชาติ ทางกลุ่มอาชีวะช่วยชาติที่ประกอบไปด้วยศิษย์ปัจจุบันและศิษย์เก่าจะออกมาแสดงพลังเพื่อสนับสนุนการทำงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เช่นกัน

กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ ณ ราชดำเนิน
30 มิถุนายน 2558

MThai News 

‘กำแพงเมืองจีน’ใกล้ทลาย เหตุธรรมชาติและมนุษย์

สมาคมกำแพงเมืองจีน เผยรายงาน กรณีที่กำแพงเมืองจีน หนึ่งในมรดกโลกที่มีความสำคัญ ถูกปัจจัยทางธรรมชาติ และ น้ำมือของมนุษย์ทำลาย ได้รับความเสียหายไปแล้วกว่า 30 เปอร์เซ็นต์

วันนี้ (1 ก.ค.) สำนักข่าว ‘ซีเอ็นเอ็น’ อ้างอิงการรายงานจากสำนักข่าว ‘ปักกิ่งไทม์ส’ รายงานข่าวประเด็นอันน่าใจหาย จากกรณีที่ มีรายงานระบุว่าขณะนี้พื้นที่ราวกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของ ‘กำแพงเมืองจีน’ หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก และสิ่งก่อสร้างที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ถูกทำลายได้รับความเสียหาย จากปัจจัยทางธรรมชาติและฝีมือมนุษย์

กำแพงเมืองจีน,จีน,ปัจจัยทางธรรมชาติ

ทั้งนี้สมาคมกำแพงมีรายงานออกมาว่า เมื่อปีที่แล้วทางการจีน ทำการสำรวจสาเหตุต่างๆที่ส่งผลทำให้เกิดความเสียหายขึ้นกับมรดกโลกแห่งนี้ เผยว่า ปัจจัยสภาพอากาศโดยทั่วไปอาทิ ลม ฝน หรือพายุแล้ว ต้นไม้ที่เลื้อยเข้ามาปกคลุมบนกำแพง ก่อให้เกิดความเสียหายในระดับโครงสร้าง หอคอยหลายแห่งเริ่มสั่นคลอนมากขึ้น และมีแนวโน้มว่าอาจพังลงมาได้หากต้องเผชิญกับพายุฝนรุนแรงในระยะเวลานาน

แต่ทว่า นอกจากปัจจัยทางธรรมชาติแล้ว การกระทำของมนุษย์ถือเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญ มีรายงานว่าคนยากไร้ในเขตหลูหลง ทางตอนเหนือของมณฑลเหอเป่ย ลักลอบนำอิฐจากกำแพงเมืองจีน ไปใช้เป็นวัสดุก่อสร้างบ้านของตนเอง และยังนำแผ่นหินที่มีรอยสลักอักษรจีนไปวางขายเป็นที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยวในราคาถูก

ถึงแม้ว่ากฎหมายในประเทศจีนจะระบุว่า ห้ามมิให้นำอิฐออกไปจากกำแพงเมืองจีน เพราะจะมีโทษปรับสูงสุด 5,000 หยวน (ประมาณ 27,550 บาท) แต่ยังมีผู้ฝ่าฝืนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากไม่มีหน่วยงานคอยดูแลโดยเฉพาะ

ประกอบกับการที่กำแพงเมืองจีนส่วนที่ยังไม่ได้รับการบูรณะ ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากขึ้น มีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก หลั่งไหลเข้าไปเที่ยวชมเกินกว่าที่สิ่งก่อสร้างจะสามารถรับไหว จึงทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงตามมา

อย่างไรก็ตาม ‘กำแพงเมืองจีน’ สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ เป็นกำแพงที่มีป้อมคั่นเป็นช่วง ๆ ของจีนสมัยโบราณ ทอดยาวจากมณฑลเหอเป่ยทางตะวันออก ไปจรดมณฑลกานซูในภาคตะวันตก มีความยาวโดยประมาณระหว่าง 9,000 – 21,000 กิโลเมตร

ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานจากพวก ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับอารยธรรมจีนในยุคต้นๆ เริ่มตั้งแต่ราว 400 ปี ก่อนคริสตกาล แต่ส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง รวมถึงกำแพงส่วนที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากนักท่องเที่ยวที่อยู่ทางตอนเหนือของกรุงปักกิ่งด้วย มีการสร้างต่ออีกหลายครั้ง จนภายหลังก็มีเผ่าเร่ร่อนจากมองโกเลียและแมนจูเรียสามารถบุกฝ่ากำแพงเมืองจีนได้สำเร็จ

MThai News

ที่มา CNN

โพลชี้ปชช. อยากให้ ‘บิ๊กตู่’ เร่งแก้ปัญหาปากท้อง!

นิด้าโพล เผยผลสำรวจชี้ บิ๊กตู่ ควรเร่งแก้ปัญหาราคาของแพง เศรษฐกิจปากท้อง ภัยแล้ง ราคาพืชผลทางการเกษตร

วันนี้ (1ก.ค.58) ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้าโพล) เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “พลเอกประยุทธ์ควรให้ความสำคัญกับเรื่องใดมากที่สุดในขณะนี้” โดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ 29 – 30 มิ.ย. 58 จากประชาชนทั่วประเทศ กระจายทั่วทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,252 หน่วยตัวอย่าง

ทั้งนี้จากการสำรวจ เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อเรื่องที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ควรให้ความสำคัญกับเรื่องใดมากที่สุดในขณะนี้ พบว่า

ร้อยละ 33.23 ระบุว่า เป็นการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าแพง เศรษฐกิจปากท้อง เพราะตอนนี้ค่าครองชีพแพง เศรษฐกิจตกต่ำมาก

ร้อยละ 29.95 ระบุว่า เป็นการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เพราะ เกษตรกรไม่มีน้ำใช้ทำการเกษตร ส่งผลให้พืชผลการเกษตรได้รับความเสียหาย สัตว์เลี้ยงไม่มีน้ำดื่ม

ร้อยละ 21.09 ระบุว่า เป็นการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร เพราะราคาต้นทุนการผลิตสูงแต่ราคารับซื้อต่ำมาก

ร้อยละ 4.31 ระบุว่า เป็นการร่างรัฐธรรมนูญ เพราะต้องการให้มีการเลือกตั้งเร็วที่สุด อีกทั้งมีคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

ร้อยละ 2.40 ระบุว่า เป็นการพิจารณาใช้มาตรา 44 กับข้าราชการที่ถูกร้องเรียนปัญหาทุจริต เพราะควรใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด และลงโทษให้เป็นตัวอย่าง

ร้อยละ 1.52 ระบุว่า เป็นการแก้ไขปัญหานักศึกษาบางกลุ่มออกมาต่อต้านรัฐบาลและ คสช. เพราะถือเป็นการขัดขวางการทำงานของรัฐบาล

ร้อยละ 6.48 ระบุว่า อื่น ๆ ได้แก่ การหาแนวทางป้องกันการระบาดของโรคเมอร์ส การตั้งบ่อนคาสิโนถูกกฎหมาย การแก้ไขปัญหาองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) การตรวจสอบมาตรฐานรักษาความปลอดภัยสนามบินสุวรรณภูมิจากกรณี พล.ต.ท. คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ปัญหาค่าแรงขั้นต่ำและแรงงานต่างด้าว การทุจริตคอร์รัปชัน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ร้อยละ 0.40 ระบุว่า ทุกฝ่ายต่างก็ให้ความสำคัญและกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ดีอยู่แล้ว

ร้อยละ 0.64 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

MThai News