แม่ถูกบันไดเลื่อนกลืนร่างดับแต่ช่วยลูกน้อยรอดตาย

สุดสะเทือนใจ คลิปเหตุการณ์แม่ชาวจีนถูกพื้นบันไดเลื่อนดูดร่างแหลก เสียชีวิตสยอง ก่อนตายช่วยชีวิตลูกน้อยในอ้อมกอดรอดหวุดหวิด

บันไดเลื่อน,ช่วยลูก,จีน,กล้องวงจรปิด,อุบัติเหตุ

วานนี้ (26 ก.ค.) สถานีโทรทัศน์ ‘ซีซีทีวี’ สื่อหลักของประเทศจีน เผยแพร่คลิปวีดีโอ สุดสะเทือนใจ ในเหตุการณ์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเมืองจิงซู มณฑลหูเป่ย์ ทางตอนกลางของประเทศจีน วานนี้

ทั้งนี้จากคลิปวีดีโอดังกล่าว แสดงให้เห็นภาพเหตุการณ์ขณะที่แม่ลูกคู่หนึ่งกำลังเดินขึ้นบันไดเลื่อน โดยผู้เป็นแม่ เป็นผู้อุ้มลูกอยู่ในอ้อมกอด แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อพื้นของบันไดเลื่อนเกิดแตกหัก และดูดร่างของผู้เป็นแม่ กลืนหายเข้าไปภายใน แต่ขณะนั้นเธอพยายามส่งลูกน้อยให้กับพนักงาน เพื่อไม่ให้เด็กเกิดอันตรายใดๆ จนกระทั่งหนูน้อยรอดชีวิตในที่สุด

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพนักงานจะพยายามดึงร่างของเธอออกมาแต่ไม่เป็นผล เนื่องจากเธอได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาพร้อมกันนี้รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ทำการงัดร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากบันไดเลื่อนหลังจากเกิดเหตุ ก่อนจะพบศพในเวลา 3 ชั่วโมงต่อมา

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News
ที่มา CCTV

บิ๊กแจ๊ด พบภาค1ปมพกปืนเข้าญี่ปุ่น ปัดเป็นเจ้าของ

“พล.ต.ท.คำรณวิทย์” พบ ผบช.ภ.1 แจงกรณีพกปืนที่ญี่ปุ่น ยืนยันไม่ใช่เจ้าของปืน ด้าน อัยการ เตรียมเรียกสอบอีกครั้ง

วันที่ 27 ก.ค. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางเข้าให้ข้อมูลตามคำเชิญของ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ถ.วิภาวดี-รังสิต กรณีถูกตำรวจญี่ปุ่นจับกุม ข้อหาพกพาอาวุธปืนขึ้นเครื่องบิน ที่สนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.

บิ๊กแจ๊ด

บิ๊กแจ๊ด เข้าให้ปากคำกรณีพกปืน

ซึ่งอัยการญี่ปุ่นไม่สั่งฟ้องก่อนปล่อยตัวเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อวันที่14 ก.ค.ที่ผ่านมา

โดยเมื่อเดินทางมาถึงกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้เข้ากราบสักการะศาลพระภูมิบริเวณด้านหน้ากองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ก่อนเดินขึ้นตึกบัญชาการ ซึ่งระหว่างทางเดินได้มีข้าราชการตำรวจ แม่บ้านตำรวจมารอให้กำลังใจพร้อมมอบดอกไม้เต็มพื้นที่ โดย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ก็ได้พูดคุยทักทายด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มเช่นทุกครั้ง

ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามที่จะสอบถามถึงกรณีดังกล่าว แต่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลใดๆ

ด้านพล.ต.ท.อำนวย กล่าวว่าได้ประสานไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขอให้ดำเนินการขอสำนวนคำให้การของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ที่ประเทศญี่ปุ่นแล้ว เพื่อมาประกอบสำนวนการสอบสวนของไทย

เบื้องต้นทาง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้ให้ข้อมูลบางส่วนแล้ว แต่ถึงอย่างไรต้องรอสำนวนคดีจากทางการญี่ปุ่นด้วย ทั้งนี้พอใจพนักงานสอบสวนทำงานได้รวดเร็ว สอบพยานไปแล้วกว่า 17 ปาก ด้านข้อมูลที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้ให้กับทางพนักงานสอบสวนยังไม่สามารถเปิดเผยได้ โดยข้อมูลของปืนนั้นยังรอการตรวจสอบว่ามีทะเบียนหรือไม่

แต่เบื้องต้นทราบว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ มีปืนแค่ 3 กระบอก ซึ่งกระบอกที่พบนั้นไม่ได้เป็น 1 ใน 3 กระบอกนั้น พร้อมยืนยันปืนกระบอกที่พบไม่ใช่ของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์แน่นอน หลังจากนี้ เมื่ออัยการมีการพิจารณาที่แน่ชัดแล้ว จะได้เชิญ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกครั้ง

CK5mLgHUEAAsZoA

ขอบคุณภาพ @AkaravutTv9

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

สุดระห่ำ มือปืนบุกกราดยิง กลางโรงพักในอินเดีย ดับ 5 ศพ

เกิดเหตุกราดยิงสถานีตำรวจในรัฐปัญจาบ ของประเทศอินเดีย มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย เจ้าหน้าที่คาด เกิดจากความขัดแย้งในรัฐแคชเมียร์ ระหว่างอินเดีย-ปากีสถาน

เหตุกราดยิง,การก่อการร้าย,โรงพัก,อินเดีย,มือปืน

วันนี้ (27 ก.ค.) สำนักข่าว ‘ซีเอ็นเอ็น’ รายงานเหตุการณ์สุดระทึก เมื่อกองกำลังความมั่นคงของอินเดีย นำกำลังเข้าต่อสู้กับคนร้ายรวม 4 คน ที่บุกกราดยิงภายในสถานีตำรวจในรัฐปัญจาบ ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 รายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 6 คน

รายงานระบุ เจ้าหน้าที่เผยว่าสามารถจับกุมคนร้ายได้แล้ว 2 คน ขณะที่อีก 2 คนหลบหนีไปได้และอยู่ระหว่างการติดตาม

ขณะที่มีรายงานด้วยว่า หลังจากเกิดเหตุ นายราชนาธ ซิงห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอินเดียได้สั่งเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ไปยังบริเวณแนวชายแดนที่อยู่ติดกับประเทศปากีสถานหลังเกิดเหตุ เนื่องจากเกิดเหตุโจมตีในเขตพื้นที่พิพาทรัฐแคชเมียร์ จุดแบ่งแยกระหว่างอินเดียและปากีสถานอยู่บ่อยครั้ง

อย่างไรก็ตาม การโจมตีในครั้งนี้นับว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุอันน่าสลดใจขึ้น เนื่องจากในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา มีการก่อการร้าย และการปะทะระหว่างผู้ไม่ประสงค์ดี และเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นหลายต่ิหลายครั้ง ซึ่งอาจเกิดจากปมความขัดแย้งระหว่างอินเดียและปากีสถาน แต่ขณะนี้ยังไม่สรุปว่า เหตุดังกล่าวเป็นฝีมือของกลุ่มใด

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ที่มา CNN