ลมหายใจสุดท้าย ก่อนตาย ต้องได้ ‘บัตรประชาชน’

“เพราะไร้เอกสารใดๆ เท่ากับเป็นคนเถื่อน-ไร้สัญชาติ หากเขาเสียชีวิตไปจะทำอย่างไร จะนำศพออกไปได้ไหม และจะมีวัดไหนกล้ารับประกอบพิธีกรรม หนำซ้ำยังไม่มีเงินซื้อแม้กระทั่งโลงใส่ศพ”

คำกล่าวทั้งน้ำตาของลูกสาวคุณจำนงค์ สุมนดิษย์ อดีตนักพากย์หนัง สมาชิกสมาคมศิลปินแห่งประเทศไทย ที่ร้องขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือผู้เป็นพ่อ อายุ 78 ปี ซึ่งนอนป่วยด้วยโรคประจำตัวหลายโรครุ้มเร้าอย่างหนัก อยู่ภายในห้องเช่า 14/7 ม.2 ซอยคลองหลวง 9 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยไม่สามารถเคลื่อนไหวหรือช่วยเหลือตัวเองได้นานหลายปี

ขณะที่การรักษาอาการของผู้เป็นพ่อ ก็ไม่สามารถกระทำอะไรได้มาก แม้แต่ส่งตัวเข้ารักษาโรงพยาบาล ก็ยังถูกปฏิเสธ เพราะเจ้าตัวไม่มีเอกสารใดติดตัว แม้กระทั่ง “บัตรประชาชน”

คุณกิตติรัตน์ สุมนดิษย์ อายุ 48 ปี ได้เปิดใจกับ MThai News ถึงปัญหานี้ว่า พ่อเคยเป็นนักพากย์หนังทั่วราชอาณาจักร มีภรรยา คือ นางพเยาว์ พุ่มไม้ และมีลูกด้วยกัน 2 คน คือ ตนเอง และคุณนัฐวัฒน์ สุมนดิษย์ (พี่ชาย) ขณะที่พ่อตระเวนพากษ์หนังไม่เคยกลับมายังบ้านเกิดเลย จนมีผู้ไปแจ้งสำนักงานทะเบียนว่า พ่อได้เสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2547

ซึ่ง…ไม่ทราบเป็นใครแจ้ง? คาดว่า เป็นพี่สาวของพ่อที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว

ช่วยเหลือนักพากย์ จำนงค์ สุมนดิษย์

จากนั้น พ่อได้กลับมาอยู่กับแม่ที่บ้านอีกครั้ง เมื่อปี 2553 แต่สภาพร่างกายไม่สามารถเดินได้ ต้องนั่งรถเข็น พร้อมกับมีเพียงบัตรสมาชิกสมาคมศิลปินฯใบเดียวติดตัวมาเท่านั้น

ส่วนอาการป่วยของพ่อไม่สามารถรักษาตามสิทธิ์บัตรทอง 30 บาทได้ เพราะไม่มี “บัตรประชาชน” ซึ่งเคยแจ้งขอความช่วยเหลือไปยังเทศบาลเมืองคลองหลวง แต่ถูกปฎิเสธมาตลอดด้วยสาเหตุเดิมๆ คือ ไม่มีเอกสารสำคัญดังกล่าว

ทางครอบครัวจึงต้องดูแลกันเองด้วยเงินจากรายได้การทำงานของตนและเงินผู้สูงอายุและพิการทางหูช่วยเหลือพ่อไม่กี่ร้อยบาทต่อเดือน นำมาซื้อผ้าอนามัยเพื่อเปลี่ยนให้กับพ่อ และค่าใช้จ่ายอื่นๆในบ้าน ยอมรับขณะนี้ครอบครัวลำบากมาก

หลังจากเรื่องนี้ ได้ออกข่าวไปสัปดาห์ก่อน ก็มีเพียงไม่กี่หน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ โดยเฉพาะ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดปทุมธานีที่ได้คอยช่วยประสานเรื่องกับหน่วยงานอื่นๆ ในการนำตัวพ่อเข้ารักษาที่โรงพยาบาลปทุมธานี พร้อมกับประสานแก้ปัญหาเรื่องเอกสารต่างๆ ทั้งเรื่องบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน บัตรผู้พิการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการรักษาทั้งหมดของโรงพยาบาล

36779-0

ซึ่งผ่านมาหลายวัน ยังไม่มั่นใจว่า เรื่องทั้งหมดที่สำนักงานพัฒนาสังคมฯรับปากว่าจะช่วยเหลือนั้น จะได้ผลสำเร็จหรือไม่ เพราะขณะนี้อาการของพ่อทรุดหนักลงเรื่อยๆ แพทย์ให้ยารักษาโรคต่างๆไป ร่างกายไม่ตอบสนองแล้ว โดยเฉพาะยารักษาวัณโรค ตลอดเวลาทำได้เพียงพยายามให้แพทย์ช่วยยื้อชีวิตให้ถึงที่สุด มิเช่นนั้น ทุกเรื่องที่ทำมาทั้งหมด จะล้มเหลวสิ้นเชิง

“อาการของพ่อแย่มากจริงๆ หมอให้ยาอะไรไปก็เริ่มไม่มีความหมายแล้ว ทุกคนในครอบครัวพยายามทำใจแล้ว เพียงแต่ขอหมอให้ช่วยยื้อชีวิตไว้ให้นานที่สุด จนกว่าทุกเรื่องที่พยายามดิ้นรนจะสำเร็จ โดยเฉพาะเรื่องบัตรประชาชน ร้อนใจมาก หากไม่สำเร็จ พ่อเป็นอะไรขึ้นมา ก็นำศพออกโรงพยาบาลไม่ได้ เพราะไม่มีหลักฐานใดยืนยัน เท่ากับเป็นคนเถื่อน ไปวัดไหนก็ไม่รับประกอบพิธีกรรม ถามมาแทบทุกวัดแล้ว ปฏิเสธหมด เพราะกลัวเป็นปัญหาเรื่องศพไร้ญาติ ฉะนั้น บัตรประชาชน จึงเป็นความหวังเดียวของพ่อและครอบครัว” กิตติรัตน์  กล่าว

MThai News จึงติดต่อไปยังสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดปทุมธานีเพื่อสอบถามความคืบหน้าเรื่องเอกสารประจำตัวของคุณจำนงค์ โดยเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า ได้ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ จนสามารถจัดการให้คุณจำนงค์มีเอกสารเลข 13 หลักบัตรประชาชน และแจ้งชื่อย้ายเข้าทะเบียนบ้านเรียบร้อยแล้ว

พร้อมกับประสานงานให้มีการจัดทำบัตรคนพิการ เพื่อสามารถใช้สิทธิ์ต่างๆได้ รวมถึงเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวทั้งหมด ครอบครัวคุณจำนงค์ไม่ต้องรับภาระเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

และหากแพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตคุณจำนงค์ไว้ได้แล้ว ครอบครัวก็สามารถนำศพออกจากโรงพยาบาลแล้วไปประกอบพิธีกรรมได้ทันที ยุติปัญหากังวลใจทั้งหมดที่ผ่านมา

ช่วยเหลือนักพากย์ จำนงค์ สุมนดิษย์

อย่างไร ทางครอบครัวนี้ ได้รับข้อมูลการยืนยันยุติปัญหาความกังวลในทุกเรื่องแล้ว พร้อมกับสบายใจในระดับหนึ่งที่เรื่องพอคลี่คลายได้ ยอมรับหากปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ออกสื่อ การช่วยเหลือคงไม่ทันการณ์ แม้จะมีไม่กี่หน่วยงานยื่นมือเข้าช่วย แต่ก็สำเร็จผลได้ และ ยังต่อช่วยกระตุ้นลมหายใจให้กับ “พ่อ”

ชัยพัฒน์ แกล้วทนงค์ รายงาน/ภาพ

ติดตามสกู๊ปข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ยิงถล่มชุดคุ้มครองหมู่บ้านยะลาเจ็บกว่า10ราย

คนร้ายซุ่มโจมตีและวางระเบิดชุดคุ้มครองหมู่บ้าน ต.บาโร๊ะ อ.ยะหา จ.ยะลา ชาวบ้านและอาสาสมัครบาดเจ็บกว่า 10 ราย

เกิดเหตุคนร้ายซุ่มโจมตี และวางระเบิดชุดคุ้มครองหมู่บ้าน ต.บาโร๊ะ อ.ยะหา จ.ยะลา เป็นเหตุให้มีชาวบ้านและอาสาสมัคร ได้รับบาดเจ็บกว่า 10 ราย ซึ่งขณะนี้ผู้บาดเจ็บทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา และบางส่วนถูกนำตัวไปยังโรงพยาบาลศูนย์ยะลา

1

จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า คนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ได้ใช้อาวุธปืน M 79 ลอบยิงใส่ฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองหมู่บ้าน เป็นเหตุให้มีชาวบ้าน และอาสาสมัครรักษาดินแดน อ.ยะหา ได้รับบาดเจ็บ

นอกจากนี้ ยังมีผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ต.บาโร๊ะ ได้รับบาดเจ็บด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเข้าตรวจสอบจากชุดอีโอดี และชุดพิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

คิดว่าไง! จี้เลิกจัด TGT เหตุเน้นรักชาติ มองข้ามพรสวรรค์

แรง!! เพจดัง ซัดเละ TGT ไม่ได้คัดพรสวรรค์ แต่เน้นรักชาติ จี้ เลิกจัด

จากกระแสดราม่ารายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนท์ เกี่ยวกับผู้เข้ารอบ ซึ่งไม่เหมาะสมในสายตาชาวสังคมออนไลน์ รวมถึงมีประเด็นลอกเลียนแบบโชว์ของต่างชาติมาด้วยนั้น

11802573_1662528447296415_6056802834749010308_o

ล่าสุดแฟนเพจอวยไส้แตกแหกไส้ฉีก ซึ่งเป็นเพจวิจารณ์บันเทิงได้โพสต์แสดงความคิดเห็นกรณีนี้ว่า ตนรู้สึกว่ารายการนี้อยากได้แต่กระแส โดยไม่ค่อยคำนึงถึงกติกาสักเท่าไหร่ กรรมการใช้อารมณ์ ดราม่า ความรู้สึกมาใส่มากกว่าการตัดสินที่ตรงไปตรงมา

การแสดงที่ดราม่าล่าสุดของ จึ๋ง อนุรักษ์ กับ ไฮไลท์ ตนไม่ได้ติดใจอะไรหรอกที่กรรมการจะเลือกไฮไลท์ แต่ติดใจทัศนคติของคุณดี้ ที่มาบอกว่า “สิ่งที่ “จี๋ง” มี…ไม่ใช่ทาเลนต์ สำหรับตน จึ๋งมีความสามารถพิเศษ เพราะพระเจ้าให้มาทำแบบนั้นได้…ไม่ใช่การฝึกฝน”

ตนเริ่มสงสัยว่า TGT บ้านเรามันมีคนที่มีความสามารถจริง ๆ ไหม เราบอกว่าเราเลือกทีมที่ขยันซ้อม แต่มันก็ยังทำได้มาตฐานดีกว่าเลือกคนที่มีพรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานมาให้แต่กำเนิด

ไฮไลท์ฝึกหนักแต่ยังไม่เห็นว่าจะเก่งเลย และที่ทำให้แทบอาเจียนหลังจากชมจบคงจะเป็นเพลงสามัคคีชุมนุมที่มาพร้อมกับสัญลักษณ์ธงชาติ ทีมไหนอยากชนะก็ไปเอาเพลงที่เปิดตอนหกโมงเย็นมาใส่แล้วยัดเยียดให้คนรักคนสามัคคีเพื่อทำให้คนร้องไห้น้ำตาไหลมาก

ผมอยากเรียกของพวกนี้ว่าเป็นตัวช่วย แต่มันไม่ได้ส่งเสริมให้รู้สึกว่ามีความสามารถอะไรเลยสุดท้ายงานโชว์งานศิลปะบ้านเรา ก็ยังถูกล้อมด้วยโจทย์ด้วยกรอบ ด้วยท่าบังคับ และความเชื่อที่ว่า ถ้ามีแบบนี้กรรมการจะชอบ

กรรมการเป็นคนแต่งเพลงยังแยกพรสวรรค์กับพรแสวงไม่ออก โชว์ต่ำกว่ามาตฐานเน้นใส่ “พร็อพพาแกนดา” ลงไปเพื่อเรียกคะแนนจากกรรมการ ถ้ายังคิดอะไรไม่ออก เลิกทำรายการสักสองสามปี รอคนไทยคิดอะไรให้ตกตะกอนก่อน รอกรรมการไปหาอะไรดูก่อนเยอะ ๆ ค่อยมาจัดใหม่ตัดสินใหม่เถอะ

ที่มา แฟนเพจ อวยไส้แตกแหกไส้ฉีก

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com