ระทึก!กราดยิงในโรงหนังที่สหรัฐฯ ทำคนดับ 3 ราย

เกิดเหตุกราดยิง ภายในโรงภาพยนตร์ ในเมืองลาฟาแยต รัฐหลุยเซียนา ทางตอนใต้ของสหรัฐฯ มิผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย ก่อนผู้ก่อเหตุจะยิงตัวตายในที่เกิดเหตุ

150723222203-02-lafayette-shooting-exlarge-169

วันนี้ (24 ก.ค.) สำนักข่าว ‘ซีเอ็นเอ็น’ รายงานเหตุการณ์สุดระทึก ที่เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 8.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย หลังจากสื่อท้องถิ่นในสหรัฐฯ รายงานเหตุการณ์ความไม่สงบ กรณีมือปืนบุกกราดยิงในโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่งในเมืองลาฟาแยต รัฐหลุยเซียนา ทางตอนใต้ของประเทศ เบื้องต้นมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บอย่างน้อย 9 คน ทว่ามือปืนได้ ปลิดชีพตัวเสียชีวิตในที่เกิดเหตุในเวลาต่อมา

ทั้งนี้จากรายงาน ระบุว่า มือปืนผู้ก่อเหตุสะเทือนขวัญ เป็นชายสูงวัย อายุ 58 ปี ผิวขาว พยานให้การว่า ขณะเกิดเหตุอยู่ดี ๆ เขาก็ลุกขึ้นยืนขึ้นกลางโรงภาพยนตร์แล้วลั่นไกปืนกราดยิงผู้คน อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย จากนั้น ผู้คนที่อยู่ภายในโรงภาพยนตร์ต่างพากันแตกตื่น และวิ่งหนีตายกันอย่างอลหม่าน ส่วนแรงจูงใจในการก่อเหตุนั้นยังไม่ได้รับการเปิดเผย

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai com

MThai News

ที่มา cnn

ครั้งแรกของโลก! พบฟอสซิล ‘งูสี่ขา’

นักวิทยาศาสตร์ ยืนยัน พบฟอลซิลงูสี่ขา อายุ 113 ล้านปี ในประเทศบราซิล ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

งูสี่ขา,ฟอสซิล,113 ล้านปี,วิทยาศาสตร์,จิ้งเหลนเรียวลาย,Riopa haroldyoungi Taylor

วันนี้ (24 ก.ค.) สำนักข่าว ‘บีบีซี’ รายงานเรื่องราวกรณีที่นักวิทยาศาสตร์ ออกมายืนยันว่า การพบฟอสซิลงูสี่ขา ที่เชื่อว่าน่าจะมีความเก่าแก่กว่า 113 ล้านปี ซึ่งพบในประเทศบราซิล ถือเป็นการค้นพบฟอสซิลงูในลักษณะดังกล่าวเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ทั้งนี้จากรายงานระบุว่า เมื่อครั้งที่ฟอสซิลความยาว 19.5 ซม.ชิ้นนี้ยังมีชีวิตอยู่ ขาทั้ง 4 ที่งอกออกมานั้น ไม่ได้มีไว้ใช้เพื่อใช้ในการเคลื่อนที่ หรือการเดิน แต่ทำหน้าที่ในการล่าเหยื่ออย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการขุดดิน ซึ่งสนับสนุนแนวคิดในการอาศัยอยู่บนดินมากกว่าในน้ำ

ทั้งนี้ทั้งนั้นหากพูดถึงสัตว์ประหลาด ลักษณะคล้ายงูมีขา เคยพบในประเทศไทยมาแล้ว ก่อนจะได้รับการเฉลยว่า คือจิ้งเหลนเรียวลาย (Riopa haroldyoungi Taylor) ซึ่งมีลำตัวยาวคล้ายงู ซึ่งถือเป็นสัตว์พันธุ์หายาก และถูกพบเพียงในจังหวัดทางภาคเหนือ และภาคอีสานของประเทศไทยเท่านั้น

งูสี่ขา,ฟอสซิล,113 ล้านปี,วิทยาศาสตร์,จิ้งเหลนเรียวลาย,Riopa haroldyoungi Taylor

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ที่มา BBC  herpetologynotes

ความจริง ภาพใช้เท้าปั๊มหัวใจ ที่แท้แค่สะกิด

โอละพ่อ ภาพใช้เท้าปั๊มหัวใจ แท้จริงแค่สะกิดดูว่ารู้สึกตัว 

จากกรณีที่บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพชายคนหนึ่งใช้เท้าปั๊มหัวใจช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ จนกลายเป็นข้อสงสัยว่าแท้จริงแล้ว ทำแบบนี้เป็นการช่วยเหลือได้จริงหรือ ?  ซึ่งล่าสุดแฟนเพจ TRC (Thai Resuscitation Council) ได้เผยความคืบหน้าของเหตุการณ์ดังกล่าวพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ในภาพไม่ใช่การปั๊มหัวใจด้วยเท้าแต่อย่างใด เป็นเพียงการสะกิดเท่านั้น

11237224_1104828489547086_3928741528845490627_n

โดยแฟนเพจนี้ระบุว่า  หลังจากข่าวนี้แพร่ออกไป ก็เป็นที่สนใจในสังคมวงกว้าง  ทาง Thai Resuscitation Council ในฐานะที่เป็นองค์กรด้านการช่วยชีวิตของประเทศไทย และเป็นตัวแทนประเทศไทยในกลุ่มองค์กรช่วยชีวิตระดับนานาชาติ จึงได้ทำการหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อนำมาแจ้งแก่สังคม ได้ข้อมูลมาดังนี้

ณ จุดเกิดเหตุ รถคันดังกล่าวประสบอุบัติเหตุเสียหลักชนกับต้นไม้ ได้มีคนเข้าไปช่วยเหลือ ณ จุดเกิดเหตุ 3 ท่าน คือ คนที่แหย่เท้าลงไปในรูป คนที่ขับรถตามมา(ผู้เล่าเหตุการณ์) และพลเมืองดีอีกท่านหนึ่ง พบว่า สภาพรถที่เกิดเหตุ กระจกหน้าได้แตกจากการชนต้นไม้ ประตูข้างด้านคนขับเปิดไม่ได้

ซึ่งผู้โดยสารอีกท่านที่นั่งมาด้วย สามารถเปิดประตูด้านคนนั่งออกมาจากรถได้อย่างปลอดภัย ส่วนคนขับนอนพิงเบาะเหมือนหลับ บุคคลในภาพจึงได้ใช้เท้าแหย่ลงไปเพื่อเขย่าตัวคนขับ ตรวจสอบดูว่ายังรู้สึกตัวอยู่หรือไม่ โดยไม่ได้ใช้เท้าเหยียบ หรือทำการกดหน้าอกแต่อย่างใด แล้วก็พบว่า คนขับยังรู้สึกตัวอยู่ จึงได้ช่วยกันนำคนขับออกมาจากรถทางประตูด้านคนนั่ง ซึ่งจะเห็นได้จากในรูปที่คนขับนั่งอยู่บนพื้นถนน

ทาง TRC ได้สอบถามไปยังแพทย์ของ รพ.เถิน รพ.สบปราบ และ รพศ.ลำปาง ไม่พบว่าคนขับได้เข้าไปรับการรักษาแต่อย่างใด และสอบถามไปทางตำรวจท้องที่ ก็ไม่ได้รับการแจ้งความในเรื่องนี้เช่นกันข้อมูลเหล่านี้ ได้มาจากคนที่ขับรถตามคันที่ประสบอุบัติเหตุและเข้าไปร่วมช่วยเหลือ ได้จากแพทย์ทั้งสามโรงพยาบาลข้างต้น และได้จากทางตำรวจท้องที่ แต่ทางผู้ให้ข้อมูลขออนุญาตไม่ให้เปิดเผยชื่อทางสื่อ

สรุปว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ คนขับที่ประสบอุบัติเหตุในภาพ ไม่ได้มีภาวะหัวใจหยุดเต้น และไม่มีการใช้เท้ากดหน้าอกเลย

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ที่มา  Thai Resuscitation Council