เปิดคำ! น้องไนซ์ ปมดังส่งคำตอบข้อสอบเปล่า

“น้องไนซ์” นร.ม.6 แจง ปมส่งกระดาษเปล่าข้อสอบ วิชาพลเมือง ยัน ไม่ได้ป่วยตามที่กล่าวหา ชี้ ไม่มีเบื้องหลัง กระทำเองทั้งสิ้น เพราะไม่เห็นด้วย จึงอารยะขัดขืน

จากกรณีที่ น.ส.ณัฐนันท์ วรินทรเวช (ไนซ์) นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และเลขาธิการกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท ได้ส่งกระดาษเปล่าในการสอบวิชาหน้าที่พลเมือง จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง จนผู้บริหารโรงเรียน ออกมาระบุว่า น้องไนซ์มีอาการป่วยนั้น

วันที่ 23 ก.ค.58 น.ส.ณัฐนันท์ ออกมายืนยันว่า ไม่ได้ป่วย และพ่อแม่ไม่เคยพาไปรักษาที่โรงพยาบาลโรคจิตและไม่เคยกินยารักษาโรค อีกทั้งการส่งกระดาษเปล่าดังกล่าวนั้น กระทำด้วยตนเอง ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง ส่วนแปลเป็นภาษาอังกฤษโพสต์ขึ้นเฟซบุ๊ก ได้แปลเอง เพราะมีความรู้ภาษาอังกฤษดี ผ่านการสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ม.3 ได้ 100 คะแนนเต็มมาแล้ว

ณัฐนันท์ วรินทรเวช

ส่วนสาเหตุที่ส่งกระดาษเปล่าวิชาหน้าที่พลเมืองนั้น ส่วนตัวไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว เพราะก่อนเข้าสอบมีความกังวลถึงความไม่ปลอดภัยว่าจะใช้ชีวิตวัยเรียนอย่างไร หรือควรแสดงอารยะขัดขืนไม่ทำข้อสอบ แต่เมื่อเห็นคำถาม “คิดว่าการกระทำข้อใดที่สนับสนุนและส่งเสริมความเป็นไทย” โดยมีช้อยส์ข้อหนึ่งคือ การลงชื่อสนับสนุนการปล่อยตัวนักศึกษาที่มุ่งโจมตีและบ่อนทำลายความเป็นไทย

ข้อสอบปรนัยข้อนี้ เป็นจุดที่ทำให้ตนตัดสินใจเด็ดขาดที่จะอารยะขัดขืนด้วยการไม่ส่งชี้ตคำตอบทั้งแผ่น เพราะช้อยส์ข้อนี้เป็นคำตอบของคำถามนี้ และยังขัดแย้งกับความเชื่อของตนที่สนับสนุนให้มีการปล่อยตัวนักศึกษา

อย่างไร ตนได้พูดคุยกับอาจารย์ผู้สอนแล้วตกลงกันว่าให้ไปทำกิจกรรมอื่นแทนการทำข้อสอบดังกล่าว ด้วยการทำกิจกรรมเวียนเทียน ซึ่งเป็นกิจกรรมของโรงเรียนที่ทำร่วมกับเพื่อนนักเรียนในวันที่ 28 กรกฎาคม ตนยอมรับกิจกรรมนี้เพราะไม่ขัดความเชื่อและตนก็สนับสนุนกิจกรรมทางศาสนาอยู่แล้ว

“ก่อนโพสต์ทางเฟซบุ๊กก็คิดอยู่ว่าจะต้องมีทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย และฝ่ายไม่เห็นด้วยอาจจะวิจารณ์ด้วยถ้อยคำหยาบคาย ซึ่งได้ทำใจยอมรับล่วงหน้าอยู่แล้ว และส่วนหนึ่งก็ยอมรับว่าหวั่นเรื่องความปลอดภัยอยู่เหมือนกันแต่คาดหวังว่าจะไม่เกิดขึ้นกับดิฉัน ทั้งนี้ การวิจารณ์ด้วยถ้อยคำยังรับได้ แต่ถ้ามีการทำร้ายก็ถือว่าไม่ชอบธรรม รับไม่ได้” น.ส.ณัฐนันท์ กล่าว

ข้อมูล matichon

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

กำหนดเข้าพรรษานี้ วันงดดื่มสุราชาติ

เทศกาลเข้าพรรษานี้ คณะรัฐมนตรีกำหนดให้เป็นวันงดดื่มสุราชาติ ภายใต้แนวคิดพัฒนาเยาวชนและทรัพยากรมนุษย์ต้องหยุดเป็นทาสสุรา

วันนี้(23 ก.ค. 58) นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี เชิญชวนประชาชนงดดื่มสุราตลอดเทศกาลเข้าพรรษาเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเข้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถหลังคณะรัฐมนตรีกำหนดให้วันเข้าพรรษาของทุกปีเป็นวันงดดื่มสุราชาติ ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 31 กรกฎาคม 2558

กำหนด’วันงดดื่มสุราชาติ’ เทศกาลเข้าพรรษานี้!

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบคำขวัญวันงดสุราฯ ในปีนี้ว่า “พัฒนาเยาวชนและทรัพยากรมนุษย์ต้องหยุดเป็นทาสสุรา” เพื่อให้ทุกฝ่ายตระหนัก และร่วมมือกันปกป้องอนาคตของชาติ ไม่ให้ถูกมอมเมาด้วยสิ่งเสพติดโดยเฉพาะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่หาซื้อได้ง่าย

ขอบคุณข้อมูล voicetv

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

วิจารณ์แซด! ตร.ตั้งด่านไม่มีกรวย กระโดดโผล่ ทำรถล้ม

วิจารณ์แซด! ตร.ตั้งด่านไม่มีกรวย กระโดดโผล่ ทำรถล้ม

หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีดราม่าตำรวจเรียกตรวจในระยะประชิด ที่จังหวัดระยอง ล่าสุดได้เกิดเหตุการณ์คล้าย ๆ กัน ซึ่งกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์

11403109_940483099328194_1972909624613901268_n

เมื่อแฟนเพจ เรารักด่านตรวจ ได้เผยแพร่การตั้งด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ๆ โดยแฟนเพจดังกล่าวเผยว่า ได้รับแจ้งจากสมาชิกในเพจส่งภาพมาให้เมื่อหลายเดือนแล้ว

โดยในภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยอมตั้งกรวย และยืนดักเลยไฟแดงมา 300 เมตร จากนั้นก็กระโดดออกไป ในขณะที่รถออกตัวหลุดจากไฟแดงมาต้องเบรคกระทันหัน ส่งผลให้รถเกิดอุบัติเหตุ

“คิดว่าตนเองเป็นไอรอนแมนมั้งครับ. เบรคกันตัวโก่ง ล้มสิครับ  ถ้าไม่ล้ม ไม่เบรค เจ้าหน้าที่คง บาดเจ็บอีกสินะครับประชาชน ตายก็ช่างมันอย่างนั้นหรือ”

ทั้งนี้หลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์ลงบนโลกออนไลน์ได้มีสมาชิกเฟซบุ๊คเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยเรียกร้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจที่สังเกตง่าย

และเลิกซุ่มตามเสาไฟหรือข้างทางเพราะทำให้เกิดอุบัติเหตุ รวมถึงอยากให้มีการตั้งเป็นกฎของด่านตรวจแบบถูกกิจลักษณะ เพราะการตั้งด่านตรวจเช่นนี้เหมือนเป็นการตั้งด่านลอยเพื่อเรียกรับผลประโยชน์

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News