การเคหะฯ เตรียมสร้างแฟลตดินแดงใหม่ปี 59

การเคหะแห่งชาติ เตรียมก่อสร้างแฟลตดินแดงโซนใหม่ ปี 59 พร้อมเปิดให้ผู้ถือสัญญาเก่ามีสิทธิ์ในการจองทุกคน

วันนี้ (21 ก.ค. 58) การเคหะแห่งชาติ แถลงภารกิจความคืบหน้าโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง โดยมีแผนรื้อถอนอาคารแฟลตดินแดงชุดแรก ที่มีอายุการใช้งานนาน 50 ปี และมีสภาพอาคารที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งโครงการฟื้นฟูดังกล่าว อยู่ในขั้นตอนระหว่างการผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี

บ้าน

ทั้งนี้คาดว่า จะสามารถเริ่มก่อสร้างได้ในปี 59 โดยจะเริ่มก่อสร้างอาคารโซน G ที่ตั้งสำนักงานเคหะชุมชน ซึ่งเป็นอาคารสูง 25 ชั้น จำนวน 334 หน่วย รองรับผู้อยู่เดิมจากโซน A จำนวน 3 อาคาร คือ แฟลต 18 – 20 จำนวน 168 หน่วย และโซน D จำนวน 2 อาคาร คือ แฟลต 21 – 22 จำนวน 112 หน่วย รวมเป็น 280 หน่วย

ด้าน ผู้ว่าการเคหะแห่งชาติ ยังยืนยันว่า ผู้อยู่อาศัยเดิมที่มีคู่สัญญากับการเคหะแห่งชาติโดยตรงจะได้สิทธิ์ในการจองอยู่อาคารใหม่ทุกคน ซึ่งอัตราค่าเช่าจะปรับเพิ่ม จากเดิม 300 บาท เป็น 1,000 บาท และจาก 600 บาท เป็น 1,500 บาท โดยจะทยอยสร้างและมีระยะการรื้อย้ายดำเนินการ 4 ระยะ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 8 ปี รองรับผู้อยู่อาศัยเดิมได้ทั้งสิ้น 6,546 หน่วย และที่พักอาศัยใหม่ 13,746 หน่วย

นอกจากนี้ การเคหะแห่งชาติ ได้สรุปผลการดำเนินการโครงการบ้านยั่งยืน เพื่อรองรับประชาชนผู้มีรายได้น้อย โดยรวบรวมอาคารที่ก่อสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ ที่เป็นโครงการเคหะชุมชนและโครงการบ้านเอื้ออาทร จำนวน 239 โครงการ กว่า 13,300 หน่วย

ในลักษณะอาคารชุดและบ้านพร้อมอยู่ ราคาเริ่มต้นที่ 230,000 – 670,000 บาท ในพื้นที่เขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูมิภาค โดยจะเปิดให้จองโครงการตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค. 58 – 6 ก.ย. 58 ณ สำนักงานใหญ่ การเคหะแห่งชาติ และสำนักงานขายที่มีโครงการบ้านยั่งยืนทุกพื้นที่

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ TNN24

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

รู้ไว้ก่อนหมดตัว ‘หนี้บัตรเครดิต’ ทีเด็ดมิจฉาชีพ!

หลังจากที่ MThai News ได้นำเสนอกลโกงของ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์”ไปแล้วทั้ง 4 ตอน ประกอบด้วย  “แอบอ้างสำนักงาน ปปง.” “โอนเงินให้เพื่อน..ออนไลน์” “คืนเงินภาษี” และ “ถูกอายัดบัตร” เพื่อแฉพฤติกรรมมิจฉาชีพที่เป็นภัยต่อสังคม พร้อมทั้งเป็นการกระตุ้นเตือนให้ประชาชนระวังภัยก่อนตกเป็นเหยื่อ!

ล่าสุดที่นำเสนอต่อไปนี้ เป็นตอนสุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับ “บัตรเครดิต”อีกเช่นกัน เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในยุคนี้..สมัยนี้ “บัตรเครดิต” นั้นเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่สำคัญต่อมนุษย์อย่างมาก เพราะแค่บัตรเล็ก ๆ ใบเดียว ก็สามารถเป็นได้ทั้งบัตรเอทีเอ็มไว้ใช้สำหรับกดเงิน และบัตรเครดิตไว้ใช้รูดซื้อสินค้าต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย

Photographer: Andrey Rudakov/Bloomberg via Getty Images

แต่ใครจะรู้ว่า..สิ่งเหล่านี้ อาจเป็นช่องทางให้เหล่ามิจฉาชีพเข้ามาหลอกลวงต้มตุ๋นให้เหยื่อหลงเชื่อ จนต้องสูญเงินมาแล้วหลายราย

ทั้งนี้  MThai News จึงนำเสนอการระวังภัย “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ในตอน “หลอกว่าเป็นหนี้บัตรเครดิต”ซึ่งถือเป็นตอนสุดท้าย โดยพฤติกรรมของมิจฉาชีพแก๊งนี้ จะโทรศัพท์มาหาเหยื่อผู้เป็นเป้าหมาย และแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

พร้อมระบุว่า “คุณเป็นหนี้จากการใช้บัตรเครดิตซื้อสินค้าที่ห้างสรรพสินค้า เป็นเงินจำนวนหลายหมื่นบาท หากต้องการตรวจสอบให้ดำเนินการผ่านตู้เอทีเอ็มตามขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่แนะนำ”

และเมื่อเหยื่อตกใจทำตาม มิจฉาชีพจะหลอกถามข้อมูลส่วนตัว เช่น หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด หมายเลขบัตรเครดิต บัญชีเงินฝากธนาคาร

หรือบางรายอาจจะโดนหลอกว่า “คุณถูกโจรกรรมข้อมูลส่วนตัวไปทำบัตรเครดิต หรือบัตรเอทีเอ็ม ขอให้ไปทำรายการแก้ไขรหัสที่ตู้เอทีเอ็ม เพื่อป้องกันมิจฉาชีพถอนเงินจากบัญชีเงินฝาก”

หากเหยื่อหลงเชื่อทำรายการตาม ก็เท่ากับว่าถูกหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชีของกลุ่มมิจฉาชีพที่เปิดบัญชีรอไว้แล้ว และเงินที่โอนไปก็จะถูกถอนออกไปทันที!!

ดังนั้น หากได้รับโทรศัพท์ในลักษณะดังกล่าว ให้ระมัดระวัง “อย่าหลงเชื่อ” ให้ข้อมูลส่วนตัว หรือไปทำรายการที่ตู้เอทีเอ็มเด็ดขาด เนื่องจากไม่มีเจ้าหน้าที่ธนาคารหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ หน่วยงานใดจะสั่งให้มีการทำธุรกรรมผ่านตู้เอทีเอ็ม

กรณีเกิดความเสียหายแล้ว ให้รีบแจ้งตำรวจหรือธนาคารที่ใกล้ที่สุด ซึ่งอาจจะสามารถอายัดบัญชีธนาคารของคนร้ายได้ทันเวลา โดยพยายามจดจำหรือรวมรวบหลักฐานต่าง ๆ ที่สำคัญ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวน

หากมีข้อสงสัยว่าอาจจะตกเป็นเหยื่อ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ให้โทรศัพท์สอบถามที่ Call Center ของธนาคารที่ท่านมีบัตรหรือบัญชีเงินฝากอยู่

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

อ่างทอง พบโรคมือปากเท้าเปื่อย ผอ.สั่งปิด รร.

อ่างทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดทำนบสั่งหยุดการเรียนการสอน 7 วัน หลังพบเด็กเป็นโรคมือเท้าปากเปื่อย

วันนี้ (21ก.ค.) นางสำเริง ยอดมิ่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดทำนบ ตั้งอยู่ที่ ม.5 ตำบลสี่ร้อย อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ได้สั่งให้หยุดการเรียนการสอนเป็นเวลา 7 วัน

เนื่องจากมีการพบเด็กนักเรียนที่โรงเรียน เป็นโรคมือเท้าปากเปื่อยแล้ว 2 คน ทางโรงเรียนได้ทำการหยุดการเรียนการสอน เพื่อทำความสะอาดและได้มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้ามาทำการพ่นยาฆ่าเชื้อ

633530-01

จากการสอบถามครูที่สอนอยู่ที่โรงเรียนวัดทำนบได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 58 ครูได้สังเกตเห็นเด็กนักเรียนเป็นแผลในปาก จำนวน 9 คน จึงพาเด็กนักเรียนที่เป็นแผลในปากไปตรวจโรคที่อนามัย ตำบลสี่ร้อย

หลังจากไปแล้ว ทางอนามัยได้ส่งตัวเด็กทั้ง 9 คน ไปตรวจอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ จากที่หมอตรวจพบว่า มีเด็กที่เป็นโรคมือเท้าปากเปื่อย จำนวน 2 คน คนแรก อยู่ ป.3 อีกคนอยู่ ป.2 ส่วนที่เหลือเป็นแค่แผลร้อนใน

ทางผู้อำนวยการจึงสั่งให้หยุดการเรียนการสอนเป็นเวลา 7 วัน ให้ครูทำความสะอาด และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมาพ่นยาฆ่าเชื้อต่อไป

633530-04

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com