สื่อนอกตีข่าวไทยขายลูกเจี๊ยบหลากสี แถมจับยัดถุง

สื่อต่างประเทศตีข่าว การจำหน่ายลูกเจี๊ยบหลายสีในประเทศไทย แถมถูกจับยัดใส่ถุงพลาสติก ในสภาพอันน่าเวทนา

ลูกเจี๊ยบ,ลูกเจี๊ยบย้อมสี,ไทย,ของเล่นเด็ก

นับว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ ที่เราจะสามารถเห็นภาพการจับลูกเจี๊ยบตัวเล็ก มาเติมแต่งสีสันต่าง ๆ หลากหลายสี ให้เกิดความสวยงาม ดึงดูดใจ และวางจำหน่ายอยู่ตามหน้าโรงเรียนประถมทั้งในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด นับได้ว่าเป็นสินค้าหลอกเด็กตลอดกาล

ทั้งนี้สีสันสวยงาม เป็นสิ่งที่ดึงดูดใจเด็ก ๆ ได้มากอย่างหนึ่ง ถึงกับทำให้พวกเขาต้องยอมควักกระเป๋า นำเงินค่าขนมมาซื้อกลับบ้านกันอย่างง่ายดาย เพราะอาจมีความเข้าใจว่า สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ คือของเล่นอย่างหนึ่งที่สามารถสร้างความสนุกสนานให้ตนเอง

วานนี้ (20 ก.ค.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ ‘เดลิ เมล์’รายงานเผยแพร่คลิปวีดีโอ การจำหน่ายลูกเจี๊ยบหลากสีเหล่านี้ ถูกวางขายคล้ายกับเป็นของเล่นเด็ก ทั้งที่พวกมันยังคงมีชีวิตเหมือนสัตว์ทั่วไป ซ้ำร้ายยังถูกจับใส่ถุงพลาสติกที่ปิดปากเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้หนีไปไหน ซึ่งเป็นภาพที่ทำให้ผู้พบเห็น เกิดความเวทนายิ่งนัก

ทั้งนี้รายงานดังกล่าว ระบุว่า เหตุการณ์การจำหน่ายลูกเจี๊ยบหลากสีนี้ เกิดขึ้นที่เกาะลันตา ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดกระบี่ ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสามารถจับภาพ และนำเรื่องราวดังกล่าวไปเผยแพร่ พร้อมทั้งระบุว่า ลูกเจี๊ยบหลากสีเหล่านี้ ถูกจับย้อมสี และถูกขายเพื่อเป็นของเล่นให้กับเด็กในราคาถูก และถูกลำเลียงไปโดยไม่มีน้ำหรืออาหาร ในสภาพที่ทุกข์ทรมาน

อย่างไรก็ตาม จากรายงาน ระบุถึงเรื่องราวการเรียกร้องสิทธิสัตว์ในประเทศไทย หลายต่อหลายกรณี ไม่ว่าจะเป็น การคัดค้านการทรมานสุนัข เพื่อนำเนื้อมารับประทาน การกักขังหน่วงเหนี่ยว และค้าเนื้อเพื่อนำมารับประทาน รวมถึง การขู่เข็นให้สัตว์พวกนี้หาเงินจากนักท่องเที่ยวด้วยวิธีต่าง ๆ

ลูกเจี๊ยบ,ลูกเจี๊ยบย้อมสี,ไทย,ของเล่นเด็ก

ลูกเจี๊ยบ,ลูกเจี๊ยบย้อมสี,ไทย,ของเล่นเด็ก

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ที่มา  dailymail

ศิษย์ธรรมกายเดือด! บุกแจ้งวัฒนะร้องปมธัมมชโย

กลุ่มลูกศิษย์วัดธรรมกาย บุกศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ร้องขอความเป็นธรรมให้กับ ‘ธัมมชโย’ หลังผู้ตรวจการฯ เสนอให้ ‘บิ๊กตู่’ ใช้ ม.44 ดำเนินการ

เมื่อวันที่ 21 ก.ค. เวลา 13.30 น. ที่อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระภิกษุจากวัดธรรมกายกว่า 100 รูป พร้อมประชาชนร่วม 600 คน รวมตัวกันที่บริเวณประตูด้านทิศตะวันออก อาคารรัฐศาสนภักดี เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วย กรณีสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน มีข้อเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ดำเนินการกับพระธัมมชโยให้เป็นไปตามพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช

ม็อบธรรมกาย

โดยส่วนใหญ่เห็นว่าคดีดังกล่าวได้จบไปแล้ว และพระธัมมชโย ไม่มีความผิด จึงไม่ควรรื้อฟื้นคดีดังกล่าวขึ้นมาอีก โดยมีการนำเครื่องขยายเสียงมาปราศรัย และชูป้ายข้อความ

ทั้งนี้นายวิสุทธิ์ พึ่งประดิษฐ์ หนึ่งในแกนนำ เปิดเผยว่า ที่มาวันนี้ต้องการยื่นหนังสือเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับพระธัมมชโย ซึ่งยืนยันว่าที่ดินที่มีปัญหานั้น เป็นที่ดินที่มีการถวายให้พระธัมมชโย และมีการมอบให้กับวัดแล้ว ทั้งนี้หลักฐานเรื่องดังกล่าวมีอยู่ที่อัยการสูงสุดทั้งหมดแล้ว ส่วนจะเคลื่อนไหวต่อไปหรือไม่ ต้องดูท่าทีของผู้ตรวจการแผ่นดินก่อน

ขอบคุณ  เดลินิวส์

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

อย่าตกใจ! ภาพเด็กผิวเป็นปุ่มปม อ้างถูกแมลงหางกระดกต่อย

อาจารย์เจษฎาแจง ภาพเด็กผิวเป็นปุ่มปม อ้างถูกแมลงหางกระดกต่อย แท้จริงเด็กเป็นโรคพันธุกรรม

วันนี้ (21ก.ค.) เป็นเรื่องราวที่ชาวสังคมออนไลน์ต่างพากันตื่นตระหนก เมื่อมีผู้นำภาพเด็กอ่อนคนหนึ่งที่มีปุ่มปมตามใบหน้ามาเผยแพร่ ซึ่งผู้โพสต์ภาพระบุว่า เด็กถูกแมลงหางกระดกต่อย ทำให้ผิวหนังเป็นเช่นนี้

page

ล่าสุด อาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการวิทยาศาสตร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Jessada Denduangboripant” แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า

“เด็กในภาพเป็นโรคพันธุกรรม ไม่ได้โดนแมลงหางกระดกต่อยครับ ภาพน่ากลัวนี้ (ของจริงเป็นภาพสี) เตือนให้ระวังไม่ให้แมลงในรูปต่อย ไม่อย่างนั้นก็อาจจะเป็นอย่างเด็กในภาพ

ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่ แม้แมลงหางกระดกจะมีพิษแรง ต่อยทีแสบไปนาน และคนที่แพ้ก็อาจจะเป็นแผลอักเสบได้ แต่อาการมันไม่ได้รุนแรงแบบเด็กในรูป

โพสต์นี้จริง ๆ ถูกแปลมาจากการแชร์หลอกลวงกันในอินโดเนเซีย แต่รูปเด็กคนนี้จริง ๆ เป็นเด็กไทย ซึ่งมาจากเพจ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ตั้งแต่ 19 พ.ค. 57 ซึ่งเด็กเป็นโรคบางอย่างและคุณบิณฑ์ไปช่วย

ส่วนโรคที่เป็นนั้น ทางคุณหมอจากเพจในอินโดนีเซียวิเคราะห์ว่า เป็นโรคผิดปกติทางพันธุกรรม ที่ส่งผลต่อผิวหนัง ที่ชื่อว่า Linear Nevus Sebaceous Syndrome หรือไม่ก็โรคพันธุกรรมอีกโรคที่ชื่อ epidermodysplasia verruciformis ทำให้ผิวเป็นปุ่มปมได้ง่ายถ้าติดเชื้อไวรัส”

ดูรายละเอียดจาก http://www.rojakpot.com/did-rove-beetles-destroy-this-babys-face/

11755295_663048333825804_4897323687896241004_n

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ขอบคุณภาพจาก rojakpot