โจรเหิมบุกเดี่ยว ปล้นเซเว่นคืนเดียว 3 ร้าน

ลำปางโจรชุม บุกเดี่ยว ปล้น 7/11 คืนเดียว 3 ร้านรวด กวาดเงิน-เหล้าต่างประเทศไปเพียบ เผยใช้สนับมือเป็นอาวุธ เลือกเวลาปลอดคนในช่วงดึกและเช้ามืด

วันนี้ (20 ส.ค.) เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ต.ต.ต.ไกรสร ไชยวงค์ พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองลำปาง ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้าย ปล้นเซเว่นฯ สาขาบุญวาทย์ ถนนสนามบิน อ.เมืองลำปาง จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สายตรวจ ชุดสืบสวน สภ.เมืองลำปาง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบพนักงานเซเว่นฯ เป็นหญิงอยู่ในอาการตระหนก โดยให้รายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ว่า

2

ได้มีชายวัยรุ่น สูง ผอม แต่งกายเสื้อยึดแขนสั้นสีน้ำเงิน กางเกงยีน สวมหมวกกันน็อคเต็มใบปิดใบหน้า ได้ใช้สนับมือเป็นอาวุธ เข้ามาขู่จะทำร้าย และเดินเข้ามาลิ้นชักที่เก็บเงิน ก่อนจะคว้าเงินไปประมาณ 3,000 บาท เหล้าต่างประเทศ 4 ขวด บุหรี่ต่างประเทศ 4 ซอง รวมค่าเสียหายประมาณ 6,000 บาท ก่อนขับ จยย.ที่จอดอยู่หน้าร้านหนีไปอย่างรวดเร็ว

ต่อมาเวลา 05.14น. เจ้าหน้าที่ร้อยเวรคนเดิมได้รับแจ้งอีกว่า มีคนร้ายได้ปล้นเซเว่นฯ ภายในปั๊ม ปตท.สาขาศรีหมวดเกล้า ได้บุหรี่ต่างประเทศไป 2 ซอง และเวลาห่างกันแค่ 6 นาที ได้รับแจ้งมีเหตุปล้นเซเว่นฯ สาขาบ้านฟ่อน อ.เมืองลำปาง ซึ่งห่างจากจุดเซเว่นฯ สาขาศรีหมวดเกล้า ประมาณ 3 กม. คนร้ายได้เงินสด 3,000 บาท สุราต่างประเทศ 2ขวด บุหรี่ต่างประเทศ 2 ซอง

1

จากการสอบสวนพนักงานเซเว่นฯ ทุกสาขารวมกัน ทราบว่าคนร้าย รูปร่าง ลักษณะแต่งกาย เหมือนกันหมด ซึ่งคาดว่าคนร้ายที่อุกอาจปล้นเซเว่นฯ คืนเดียวถึง 3 สาขา น่าจะเป็นคนคนเดียวกันอย่างแน่นอน โดยลักษณะการใช้อาวุธ ก็เป็นสนับมือ ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเวลาตีสี่กว่า ของคืนวันที่ 17ส.ค.

ก็มีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นหนึ่งคน ใช้สนับมือเป็นอาวุธ บุกปล้นเซเว่นฯ สาขากาดเมฆ และสาขาสนามบิน โดยใช้เวลาที่ปล้นห่างกันแค่ 20 นาที ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้รวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

MThai News

หวิดย่างสด! รถพ่วงพุ่งชนท้ายสิบล้อไฟลุกท่วม

เกิดเหตุรถพ่วงเสียหลักพุ่งชนท้ายรถสิบล้อบรรทุกโซดา เป็นเหตุให้ไปลุกท่วม คนขับต้องคลานหนีตายออกจากรถ

วันนี้ (20 ส.ค. 58) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูบางหลวง ได้รับแจ้งเกิดเหตุรถพ่วงชนรถบรรทุกโซดาจนเกิดไฟไหม้ ทำให้รถติดยาวกว่า 5 กิโลเมตร บริเวณแยกบ่อทอง ถนนปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว หมู่ 1 ต.คูขวาง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จึงเดินทางเข้าไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิปอเต็กตึ๋ง เจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลคูขวาง และรถดับเพลิง จำนวน 3 คัน

41

ทั้งนี้ จากจุดเกิดเหตุพบรถพ่วง ทะเบียน 86-0785 นครปฐม ลูกพ่วงทะเบียน 88-1623 นครปฐม ใช้แก๊สเอ็นจีวี สภาพไฟลุกไหม้อยู่กลางแยกไฟแดงบ่อทอง ใกล้กันพบรถสิบล้อบรรทุกโซดา หมายเลขทะเบียน 70-9234 พระนครศรีอยุธยา จอดอยู่ริมถนน สภาพรถด้านท้ายได้รับความเสียหาย และขวดโซดาหล่นแตกบนพื้นถนนจำนวนมาก เจ้าหน้าดับเพลิง จึงช่วยกันฉีดน้ำเพื่อป้องกันถังแก๊สระเบิด

จากการตรวจสอบคนขับรถพ่วง ทราบชื่อคือ นายมานะ ศรีสวัสดิ์ อายุ 26 ปี ชาว จ.ราชบุรี ได้คลานออกมาจากรถ บาดเจ็บบริเวณขา และแขนทั้งสองข้าง พร้อมกับมีอาการจุกหน้าอกจากแรงกระแทก ส่วนคนขับรถสิบล้อบรรทุกโซดา ทราบชื่อคือ นายเจษฎา คนชุม อายุ 32 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด พร้อมยืนให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

43

โดย นายเจษฎา คนชุม คนขับรถสิบล้อบรรทุกโซดา เล่าว่า ตนเองขับรถรับโซดามาจากย่านวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อไปส่งที่ จ.ราชบุรี เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุตนจอดติดไฟแดงอยู่ จากนั้นมีรถพ่วงมาชนท้ายรถของตน พร้อมกับเกิดไฟลุกขึ้นมาทันที ตนเองจึงรีบขับรถเพื่อเคลื่อนย้ายออกห่างจากรถพ่วงที่ไฟกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรช่วยระบายรถติด เนื่องจากเมื่อเกิดเหตุรถไม่สามารถผ่านได้ จึงทำให้รถติดยาวกว่า 5 กิโลเมตร เบื้องต้นจราจรคลี่คลายแล้ว และเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุรวมถึงสอบถามคนขับรถพ่วงถึงสาเหตุพร้อมแจ้งข้อหาภายหลัง

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ ข่าวสด

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ศาลออกหมายจับ ผู้ต้องสงสัยบึ้มแยกราชประสงค์

ศาลฯ อนุมัติหมายจับ ผู้ต้องสงสัยบึ้มแยกราชประสงค์ ตั้ง 6 ข้อหาหนัก คาดมีผู้ร่วมก่อเหตุอีก 2 เร่งล่าตัว พร้อมเปิดเส้นทางหนี 

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้อนุมัติหมายจับ ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดแยกราชประสงค์ ตามภาพสเก็ตซ์ และคำบอกเล่าของพยาน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,

ระเบิดราชประสงค์, ภาพสเก็ตซ์คนร้าย, แขกขาว,

ร่วมกันทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส, ร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธ (วัตถุระเบิด) ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และร่วมกันทำให้เสียทรัพย์

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คาดว่าการก่อเหตุในครั้งยังมีผู้ร่วมขบวนการอีก 2 ราย คือชายที่สวมเสื้อสีแดง และชายที่สวมเสื้อสีขาว ที่ปรากฏในภาพจากกล้องวงจรปิด โดยมีพฤติกรรมเข้าข่ายการกระทำผิดร่วมในลักษณะยืนบัง ขณะที่ชายต้องสงสัยตามหมายจับ ปลดกระเป๋าสะพายเป้วางไว้บนม้านั่งก่อนเดินออกจากพื้นที่ และเกิดเหตุระเบิดตามมา

ส่วนเส้นทางการหลบหนี หลังจากผู้ต้องสงสัยเดินออกจากศาลพระพรหมเอราวัณแล้ว ได้ขึ้นรถจักรยานยนต์รับจ้าง มุ่งหน้าไปทางถนนสีลม ก่อนจะลงบริเวณแยกศาลาแดง ซึ่งขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างละเอียดเพื่อหาเส้นทางการหลบหนี และจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ขณะที่จักรยานยนต์รับจ้าง เปิดเผยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ชายที่ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิด เป็นชาวต่างชาติไม่ได้พูดภาษาไทย หรืออังกฤษ ลักษณะคล้ายแขกขาว ขณะที่เดินมาขึ้นจักรยานยนต์ชายรายนี้ได้ยื่นกระดาษที่มีข้อความเขียนว่า “ลุมพินีปาร์ค” และระหว่างทางที่อยู่บนจักรยานยนต์ ได้คุยโทรศัพท์และพูดภาษาที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News