เชียงใหม่นิวส์ ขอโทษพาดหัวไบค์ฟอร์มัมผิด?

ผอ.เชียงใหม่นิวส์ ยันพาดหัว “ไบค์ฟอร์มัม” ผิดพลาดครั้งใหญ่ ขอน้อมรับผิด ยันไม่เกี่ยวกับการเมือง ขอทุกคนให้อภัย

จากกรณีที่ข่าวพาดหัวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์เชียงใหม่นิวส์ ของจังหวัดเชียงใหม่ ฉบับวันที่ 18 สิงหาคม 2558 พิมพ์เป็นคำว่า “ไบค์ฟอร์มัน” ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และแชร์ภาพส่งต่อกันในสื่อออนไลน์จำนวนมาก

640176-01

นายสราวุฒิ แซ่เตี๋ยว ผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ เชียงใหม่นิวส์ บริษัท เชียงใหม่รายวัน จำกัด เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นข้อผิดพลาดครั้งใหญ่ ที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งขณะก่อนที่จะตีพิมพ์ทางทีมงานได้เร่งงาน เพื่อให้ทันต่อการเผยแพร่งานกิจกรรมการปั่นจักรยานเพื่อแม่ bike for mom ในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้อ่านและชมภาพที่สวยงาม

แต่เนื่องจากต้องแข่งกับเวลา และใช้ความรวดเร็วในการตรวจทานคำผิด รวมทั้งมุ่งไปตรงเรื่องของภาพประกอบมากกว่า ทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการพาดหัวข่าวดังกล่าว

ล่าสุด เมื่อเวลา 09.00 น. เช้าวันนี้ (19 ส.ค.) ตนและบรรณาธิการข่าว รวมทั้งทีมงาน ได้เข้าพบ นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และ พล.ต.โกศล ประทุมชาติ ผบ.มทบ.33 โดยได้มีการชี้แจงข้อผิดพลาดดังกล่าวแล้ว

นอกจากนั้นตนยังได้เรียกประชุมทีมงานทั้งหมดเพื่อติเตียน ข้อผิดพลาดดังกล่าวแล้ว และไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นอีก โดยความผิดพลาดดังกล่าวเป็นเหตุสุดวิสัย ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น และโทษใครคนใดคนหนึ่งไม่ได้ เนื่องจากก่อนตีพิมพ์จะต้องมีการตรวจอย่างต่ำ 4 ขั้นตอน ทุกคนที่เกี่ยวข้องจึงมีความผิดเสมอกัน รวมทั้งตนด้วย

“ดังนั้น เหตุการณ์ดังกล่าว จึงถือเป็นความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง ตนและทีมงานทุกคนต่างเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และขออภัยอย่างยิ่ง สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นข้อผิดพลาดโดยไร้สิ่งเคลือบแฝง ขอให้ประชาชนอย่าเข้าใจผิด หรือนำไปโยงกับเรื่องของการเมืองหรือความจงรักภักดี

ตนและทีมงานยืนยันว่า ทุกคนมีความจงรักภักดีต่อสถาบันอย่างยิ่ง และเสียใจอย่างสุดซึ้ง ขอให้การเผยแพร่และทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมตลอดระยะเวลากว่า 24 ปี เป็นข้อพิสูจน์ ถึงความจริงใจในการทำเพื่อสังคม และความเคารพรัก ต่อชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์”

ฐปณีย์ แจงปมดราม่า รายงานข่าวบึ้มราชประสงค์

‘ฐปณีย์’ ชี้แจงปมดราม่า รายงานสดข่าวบึ้มราชประสงค์ขัดขวางการทำงานตำรวจ ยืนยันอยู่ในจุดสื่อมวลชน 

จากกรณีชาวเน็ตจำนวนมากวิพากษ์วิจารณ์ นักข่าวสาว ฐปณีย์ เอียดศรีไชย หลังเข้าไปรายงานข่าวเหตุการณ์ระเบิดที่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยชาวเน็ตมองว่าเป็นการรบกวนและขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

11222636_1013094038710507_4749657812015606481_n

ล่าสุดวันที่ 19 ส.ค. ฐปนีย์ ได้ออกมาชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก Thapanee Ietsrichai ถึงกรณีดังกล่าวแล้วโดยยืนยันว่า ตนไม่ได้ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพราะตนยืนอยู่บริเวณที่นักข่าว ช่างภาพ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยยืนอยู่รวมกัน ซึ่งในขณะที่รายงานข่าวอยู่นั้น เจ้าหน้าที่เตรียมขยายพื้นที่ และขอให้ทุกคนออกจากจุดเกิดเหตุ ตนก็รับทราบและเข้าใจ แต่ตนกำลังรายงานข่าวที่เป็นรายการสดอยู่ จึงขอเวลาสักครู่แล้วก็ได้รับอนุญาตรายงานต่อจนจบใช้เวลาไม่เกิน 3 นาที

“เหตุการณ์ที่นำมากล่าวถึงนั้นเกิดขึ้นในเวลา ประมาณ 20.30 น. ขณะรายงานสด 3 G.ทางช่อง 3SD 28 บริเวณ ถ.ราชดำริ ฝั่งโรงพยาบาลตำรวจ เลยมาทางธนาคารทหารไทย ตรงข้ามจุดเกิดเหตุศาลท้าวมหาพรหม โรงแรมเอราวัณ

ซึ่งแยมก็รายงานในจุดที่นักข่าว ช่างภาพ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัย ยืนอยู่รวมกัน แต่ขณะรายงานสดไปได้ประมาณ เกือบ 2 นาที เป็นช่วงเวลาที่ทางตำรวจและทหาร ได้รับคำสั่งให้ขยายพื้นที่ออกไปอีก เพื่อเก็บพยานหลักฐาน และเวลานั้นไม่มีการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บสาหัสแล้ว

เมื่อเจ้าหน้าที่มาขอให้ทุกคนออกจากจุดนั้น แยมก็รับทราบและเข้าใจค่ะ แต่ช่วงเวลานั้นกำลังรายงานสด ออกอากาศสดทางทีวี เมื่อเกิดสถานการณ์เฉพาะหน้า ก็ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของการรายงานสด ด้วยการบอกผู้ชมว่า เกิดอะไรขึ้น จึงต้องบอกเจ้าหน้าที่ว่า กำลังรายงานข่าวอยู่ค่ะ ขอเวลาสักครู่ค่ะ แล้วก็รายงานข่าวต่อจนจบ ใช้เวลาทั้งหมดไม่เกิน 3 นาที ระหว่างนั้นก็เดินออกจากจุดนั้นมาอยู่ในจุดที่เจ้าหน้าที่ให้อยู่ เจ้าหน้าที่ก็เข้าใจและอนุญาตให้พูดต่อจนจบ

ขอยืนยันว่าไม่ได้ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ขณะรายงานข่าวไม่ได้เข้าไปในจุดเกิดเหตุเลย และเข้าใจถึงการทำหน้าที่ในสถานการณ์เช่นนี้ดีค่ะ

สุดท้ายต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บทุกท่านด้วยค่ะ

ฐปณีย์ เอียดศรีไชย
19 สิงหาคม 2558

ข้อมูลจากเฟซบุ๊ก Thapanee Ietsrichai

………………………………………………………

ชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์นักข่าวสาว ฐปณีย์ เอียดศรีไชย หลังเข้าไปรายงานสดเหตุระเบิดราชประสงค์ ถูกตำหนิขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

กลายเป็นประเด็นดราม่าในโลกออนไลน์อีกแล้ว สำหรับนักข่าวสาว ฐปณีย์ เอียดศรีไชย หลังจากเมื่อคืนวันที่ 17 ส.ค. 58 ได้เกิดเหตุระเบิด บริเวณศาลพระพรหม แยกราชประสงค์ ซึ่งฐปณีย์ได้ไปลงพื้นที่ เพื่อรายงานสดถึงสถานการณ์ดังกล่าว

โดยภาพการรายงานข่าวของคุณฐปณีย์นั้น เจ้าตัวได้เข้าไปใกล้กับจุดเกิดเหตุ ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และหาหลักฐาน ซึ่งได้มีการกั้นเขตไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปเด็ดขาด แต่คุณฐปณีย์ และทีมข่าวกลับเข้าไปบริเวณดังกล่าว จนเจ้าหน้าที่ได้เดินออกมากันให้ออกจากพื้นที่ แต่ฐปณีย์กลับตอบว่า “กำลังรายงานข่าวอยู่นะคะ”

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ชาวเน็ตที่รับชมต่างตำหนิฐปณีย์กันอย่างล้นหลาม เพราะมองว่าเป็นการขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ควรรายงานข่าวอยู่นอกพื้นที่มากกว่า

ขอบคุณภาพ Supapich Hung

ชมคลิปรายงานข่าวสดเหตุระเบิดแยกราชประสงค์ ของคุณฐปณีย์ ได้ที่นี่ >>

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

จริงหรือไม่ ใช่หรือมั่ว? ความดัดจริตของสังคม ชอบมองคนจากภายนอก

อย่ามองคนแค่ภายนอก ประโยคนี้คงเคยได้ยินกันมาจนนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แต่กับบางคนที่ประเมินผู้อื่นจากการแต่งตัว คนไหนแต่งตัวดีใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมก็มักจะถูกมองว่า คนนี้รวย ฐานะดี น่าจะไว้ใจได้ หากเป็นเช่นนี้จะปฏิเสธได้อย่างไรว่า เราไม่ได้มองคนจากภายนอก MThai ข่าวภาคซ่าส์ วันนี้ จะมาพูดถึง ความดัดจริตของคนในสังคมกัน

ดัดจริต แปลว่าอะไร ? ดัดจริต ประกอบไปด้วยคำสองคำ คือ ดัด+จริต ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 และให้ความหมายไว้ดังนี้

ดัด เป็นกิริยา หมายถึง ทำให้คดหรือตรงตามประสงค์ เช่นดัดไม้ ดัดนิสัยฯ จริต เป็นนาม หมายถึง ความประพฤติ กิริยาหรืออาการ เช่น พุทธจริต เสียจริตฯ

เมื่อนำคำสองคำมารวมกันก็เป็นคำว่า “ดัดจริต” คำว่า ดัดจริต เมื่อแรกบัญญัติศัพท์นี้ ใช้ในทางที่ดี หมายถึง การดัดอุปนิสัยให้ดีให้งามขึ้น แต่ปัจจุบันคำว่า ดัดจริตใช้ในทางที่ไม่ดี กลายเป็น ดัดอุปนิสัยหรือดัดกิริยาท่าทางให้ดูเกินพอดีหรือเกินงาม

cats

แล้วอะไรบ้างที่เข้าข่ายคำว่าดัดจริต?

หากจะถามว่าอะไรที่เข่าข่ายคำว่าดัดจริตบ้าง หลายๆ ท่านคงมีคำตอบเป็นร้อยเป็นพัน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะอิทธิพลของโซเชียล และที่สำคัญคือปัจจุบันเรารับรู้สื่อกันมาก ซึ่งการรับอะไรมากๆ ก็จะส่งผลต่อพฤติกรรมได้เช่นกัน หากเรารับข้อมูลที่เป็นเป็นเรื่องดีๆ แล้วนำไปปฏิบัติตามก็คงไม่เกิดปัญหาอะไร

แต่ก็ต้องยอมรับด้วยว่า บางคนก็ขาดการกลั่นกรองแยกแยะไม่ได้ว่าอะไรควรเอาอย่าง อะไรควรรับรู้และมองข้ามไป ดังเช่นคำว่า ” อยู่เมืองดัดจริตชีวิตต้องป๊อป “ ที่เคยฮอตฮิตบนโลกโซเชียล ดูจะเป็นอีกหนึ่งประโยคที่เสียดสีคนในสังคมได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

vv

ยกตัวอย่าง พฤติกรรมที่เข้าข่าย คำว่าดัดจริต

– คนดี = คนที่แต่งตัวดี

– ขับรถหรู แต่ยังอยู่ห้องเช่า = รวย นั่งรถเมล์ แต่มีบ้านของตัวเอง = จน

เรื่องราวที่หยิบยกมานำเสนอก็เพียงแต่ต้องการเตือนสติทุกท่านว่า การมองคนจากภายนอกแล้ว คิดเองเออเองว่าเขาต้องเป็นอย่างนั้น เขาต้องเป็นอย่างนี้ เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เราจะประเมินคนๆ นั้น  ได้ ก็ต่อเมื่อรู้จักและศึกษาเรียนรู้นิสัยซึ่งกันและกันก่อน

อย่าประเมินคนแค่ว่า เขาทำพฤติกรรมเช่นนี้เขาเป็นคนดัดจริต โซเชียลถือเป็นโลกใบใหญ่ที่ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าไปอยู่ในโลกนั้นได้ การที่คนๆ หนึ่งโพสต์บางสิ่งบางอย่างลงในโซเชียล ก็ถูกมองหาว่าโอ้อวด แท้จริงเขาอาจต้องการเก็บสิ่งเหล่านั้นไว้เป็นความทรงจำ และส่งต่อความสุขไปให้เพื่อน ๆ แค่นั้นก็เป็นได้

กรณ์วิกา ชารับคำ : เรียบเรียง

MThai News