ผบ.ตร. ตั้ง 1 ล้าน รางวัลนำจับมือบึ้มวางระเบิด

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประชุมติดตามความคืบหน้าคดีระเบิดราชประสงค์ ปัดตอบกรณีออกหมายจับผู้ต้องหาจากภาพกล้องวงจรปิด

วันนี้(19 ส.ค. 58) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าติดตามความคืบหน้าการสืบสวนคดีระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์ พร้อมเปิดเผยว่า ในวันนี้จะเข้ารับฟังสรุป และแนวทางการสืบสวนจากชุดสืบสวนในคดีนี้ รวมทั้งนำข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ทั้งนี้ ได้กำชับให้ตำรวจเฝ้าระวังและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และจุดเสี่ยงต่าง ๆ ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

ด้านกรณีการออกหมายจับผู้ต้องหาตามภาพจากกล้องวงจรปิดนั้น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า ขอประชุมก่อน

นอกจากนี้ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โพสต์ทวิตเตอร์ @Dr_Prawut ระบุว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ ผบ.ตร. ตั้งรางวัลนำจับ 1 ล้านบาท ให้แก่ผู้ที่ให้ข้อมูลจนสามารถจับไปสู่การจับกุมคนร้ายวางระเบิดได้

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

เผยแล้ว! ภาพลำแสงปริศนา หลังถูกแชร์ว่อนเน็ต

อ.เจษฎา เจ้าของฉายา ‘นักสืบวิทยาศาสตร์’ ได้ออกมาไขปริศนาปรากฏการณ์ลำแสงลึกลับ ที่มีการแชร์ผ่านโซเชี่ยล พร้อมทั้งอ้างว่าเป็นปรากฏการณ์ ที่เกิดขึ้นในประเทศฝั่งตะวันตก

page01

หลังจากมีการแชร์ภาพ ปรากฏการณ์ลำแสงปริศนา เป็นเส้นตรงส่องจากท้องฟ้าจรดพื้นดิน พร้อมทั้งเขียนคำบรรยาย อ้างเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศ อิตาลิ รัฐฟลอริด้า ของสหรัฐฯ และเม็กซิโก จนทำให้เกิดความสงสัยในหมู่ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ว่าเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง หรือเป็นเพียงภาพที่ทำการดัดแปลง ตัดต่อขึ้นมาหรือไม่นั้น

ล่าสุด อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ได้รับฉายา ‘นักสืบวิทยาศาสตร์’ ได้ออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว @Jessada Denduangboripant โดยระบุว่า

ลำแสงดังกล่าวคล้ายกับข้อมูลที่ได้ชี้แจงไปก่อนหน้านี้ เกี่ยวกับลำแสงปริศนาเหนือปิรามิดมายัน หรือแหล่งโบราณคดีขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นโดยชาวมายาในเขตวัฒนธรรมเมโสอเมริกัน ซึ่งเหตุการณืดังกล่าวเกิดขึ้นจากความผิดปกติของกล้อง มีชื่อว่า ” rolling shutter artifact” หรือ อาการภาพล้มของกล้องที่อยู่ในมือถือเมื่อถ่ายแสงที่วาบสว่าง

อ.เจษฏา,นักสืบวิทยาศาสตร์,เทพเจ้าธอร์,แสงปริศนา,เม็กซิโก,อิตาลี่,สหรัฐฯ

“คำอธิบายลำแสงปริศนาเหนือปิรามิดมายัน .. มาจากภาพล้มเพราะ rolling shutter”

ช่วงที่ผ่านมา หลายคนน่าจะเคยเห็นภาพแชร์กันของลำแสงประหลาดที่สาดลงมาพร้อมกับฟ้าผ่า (คล้ายรูปทางซ้าย) ซึ่งบางคนก็พูดไปไกลถึงสัญญาณจากสวรรค์ไปโน้นเลย

แต่ ดร.ชิว บัญชา ธนบุญสมบัติ จาก สวทช. ได้หาคำอธิบายมาให้แล้ว จากเพจต่างประเทศ ซึ่งอธิบายรูปที่คล้ายๆ กันและดังมาก ของลำแสงประหลาดพุ่งขึ้นจากวิหารทางปิรามิดของชาวมายัน ที่หลายคนบอกว่าเป็นพลังยูเอฟโอ ส่วนผมเองดูตอนแรกยังนึกว่าเป็นภาพตัดต่อเลย (ดูลิงค์ด้านล่าง)

คำเฉลยก็คือ มันเป็นผลจาก ” rolling shutter artifact” หรือ อาการภาพล้มของกล้องที่อยู่ในมือถือเมื่อถ่ายแสงที่วาบสว่าง เช่น ฟ้าผ่าอย่างในรูป … ซึ่งเป็นเรื่องปรกติ ไม่ใช่ว่าเซนเซอร์ของกล้องเสีย หรือมีแสงสะท้อนในเลนส์กล้อง แต่อย่างไร

กล้องดิจิตอลราคาถูกอย่างในมือถือนั้น จะใช้กระบวนการบันทึกภาพแบบ rolling shutter ซึ่งภาพที่เราเห็นจะถูกเซนเซอร์ในกล้องแสกน บันทึกภาพไปทีละคอลัมน์ (หรือทีละแถว ถ้าถือกล้องในแนวนอน) ไม่ใช่บันทึกทั้งภาพ (global shutter) อย่างกล้องดิจิตอลราคาแพงหรือกล้องฟิล์ม

ดังนั้น เมื่อมีแสงวาบเข้ามาในช่วงเวลาสั้นๆ อย่างแสงฟ้าผ่าหรือแสงแฟลช เข้ามาที่กล้อง เซนเซอร์ของกล้องก็บันทึกภาพไปทีละคอลัมน์ … ทีนี้ก็ขึ้นกับโชคแล้วว่าเซนเซอร์ช่วงไหน

คอลัมน์ไหนที่จะบันทึกแสงที่พุ่งเข้ามาได้พอดี ลำแสงก็จะเกิดขึ้นตรงนั้นของภาพ (เช่น ภาพวิหารมายัน ที่เหมือนพุ่งขึ้นมาจากปิรามิดเลย) ถ้าเป็นฟ้าผ่า ก็มักจะได้เป็นสีชมพู ถ้าเป็นแสงแฟลช ก็มักจะเป็นสีขาว

สุดท้าย เค้าได้ลองถ่ายภาพด้วยมือถือ ไอโฟน5 ถ่ายแฟลชที่ยิงแสงถี่ๆ แบบสโตรบ (strobe) ซึ่งก็ได้ภาพแถบแสงสว่าง ออกมาเช่นกันอย่างที่เห็นด้านล่าง และอีกหลายๆ แบบครับ

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ที่มา jessada.denduangboripant metabunk

งานนี้มีหนาว! เสนอเพิ่มโทษผู้ไม่พกใบขับขี่ ปรับ 5 พัน คุก 3 เดือน

กองบัญชาการตำรวจนครบาล เสนอเพิ่มโทษผู้ไม่พกใบขับขี่เป็นปรับไม่เกิน 5 พันบาท จำคุกไม่เกิน 3 เดือน จากปัจจุบันปรับไม่เกิน 1 พันบาท จำคุก 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ

วันนี้ (19 ส.ค. 58)  นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการ ประสานการแก้ไขปัญหาจราจร และขนส่งระยะเร่งด่วนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ว่า ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้เสนอแก้ไขปัญหาผู้ขับรถไม่มีใบอนุญาตขับรถ และผู้มีใบอนุญาตขับรถแต่ไม่พกพาใบอนุญาต โดยเสนอให้แก้ไข พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 ให้เพิ่มโทษปรับเป็นไม่เกิน 5,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 3 เดือน จากปัจจุบันกำหนดปรับไม่เกิน 1,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือหรือทั้งจำทั้งปรับ

31

พร้อมให้ผู้ขอใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ทุกประเภทมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จากปัจจุบันกำหนดอายุไว้เพียง 15 ปี ก็สามารถขอใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราวได้ รวมทั้งกำหนดช่วงอายุให้มีความเหมาะสมกับขนาดเครื่องยนต์ของจักรยานยนต์

นอกจากนี้ จะเพิ่มโทษผู้ขับรถแท็กซี่กรณีที่เสพยาเสพติด พร้อมควบคุมการอายุการใช้งานรถแท็กซี่และประจำทาง ซึ่งเป็นข้อเสนอของ บชน. เช่นกัน โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเดือนกันยายนนี้

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News