จริงซิ! ม.ดังประกาศ แต่งกายผิดระเบียบโทษไล่ออก

วิจารณ์แซด! ม.ดัง ประกาศแต่งกายผิดระเบียบ โทษหนักถึงไล่ออก 

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ เมื่อชาวเฟซบุ๊คได้แชร์ภาพประกาศของทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รณรงค์ให้นิสิตแต่งกายถูกระเบียบตามมหาวิทยาลัย หากแต่งกายไม่ถูกต้อง จะโดนทำโทษ

ซึ่งหากมีการตัดคะแนนความประพฤติครบสามครั้งจะมีการเชิญผู้ปกครองมาพบ และหากพบว่ามีการกระทำผิดอีก จะมีการลงโทษด้วยการพักการเรียน จนไปถึงพ้นสภาพนิสิต

จุฬา, แต่งการถูกระเบียบ

โดยหลังจากประกาศดังกล่าวถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ได้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ระบุว่ามาตรการดังกล่าวไม่ควรจะมาบังคับใช้กับนิสิตในสถาบันอุดมศึกษา เพราะการแต่งกายสะท้อนถึงสิทธิเสรีภาพ เอาแค่ความสุภาพ และเหมาะสมน่าจะพอแล้ว ไม่ควรมีโทษถึงพักการเรียน

ด้านนายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นกรณีดังกล่าวระบุว่า การทำแบบนี้ก็เป็น “เสาหลักปักขี้เลน” ที่ไม่ปล่อยให้ผู้คนคิดเอง ให้เขาพยายามโตในแบบของเขา แต่กลับยัดเยียดให้อยู่ในกรอบเดิมๆ

ถึงจะเป็นตัวอย่างที่ดี ไม่ต่างกับการปลูกฝังเด็กประถมมัธยมในเวลานี้เลย หักคะแนนกัน ชีวิตของเด็กไทยจะต้องอยู่ใต้กรอบแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน แล้วมันได้อะไร? ใครเคยถามบ้าง ใครกำหนดว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม

ขณะเดียวกันหลังข้อความและประกาศดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทำให้เกิดเป็นกระแสดราม่ามีข้อถกเถียงกันขึ้นในประเด็นดังกล่าวระหว่างนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อดีตอาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายเจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โดยนายสมศักดิ์ เห็นว่า เรื่องดังกล่าวสะท้อนถึงภาวะสังคมไม่รู้จักโต ที่ต้องบังคับให้ทุกคนทำอะไรเหมือนกัน เปรียบเทียบกับสังคมที่มีวุฒิภาวะแล้ว ที่รู้จักให้คนทำอะไรพร้อมๆ กัน หรือร่วมกัน โดยยังรักษาความเป็นปัจเจกบุคคลไว้ได้

ขณะที่นายเจษฎา มองว่าเรื่องนี้มันเป็นสิทธิของตัวเด็กเองที่จะเลือกเรียนที่จุฬาฯ ที่ธรรมศาสตร์ หรือที่อื่นๆ ที่มีระเบียบการแต่งกายในแบบที่เค้าชอบ ถ้าชอบแต่งตัวเป็นระเบียบแบบแผน ก็อาจจะมาเอ็นทรานซ์เข้าจุฬาฯ ถ้าชอบแบบสบายๆกว่านี้ ก็อาจจะเลือกไปธรรมศาสตร์

นี่คือสิทธิเสรีภาพที่คนมีสิทธิเลือกและทำตามข้อตกลงของสังคมที่ตัวเองเลือก ต่างจากระดับนักเรียนที่บังคับเรื่องเครื่องแบบเกือบทุกโรงเรียน ไม่มีทางเลือก … แต่ถ้ามหาลัยมาออกบังคับอะไร ที่เกินไปกว่ากฎเกณฑ์ที่ตั้งไว้หลังจากเด็กเข้าเรียนแล้วซิ อย่างนี้ค่อยน่าวิพากษ์”

จากนั้นนายสมศักดิ์ ก็ได้แสดงความเห็นตอบโต้ พร้อมตั้งคำถามว่า ก่อนอื่นเลย เราต้องถามกันว่า เราต้องการให้การศึกษาอุดมศึกษามีปรัชญาหรือแนวคิดในการศึกษาอย่างไร? ตามความเข้าใจหรือความเห็นของตน การศึกษาอุดมศึกษา (จริงๆ ควรจะทุกระดับแหละ แต่อันนี้จำกัดเน้นเฉพาะระดับนี้) ควรอยู่ที่การฝึกให้รู้จักคิด ให้รู้จักใช้เหตุใช้ผล

คำถามคือการออกระเบียบแต่งกายแบบนี้ และออกระเบียบการลงโทษแบบนี้ มันไปด้วยกันกับหลักการที่ว่าอย่างไร? ตนเห็นว่า ไปด้วยกันไม่ได้เลย อันที่จริง อย่างที่ตนเขียนไปในกระทู้ และในอีกหลายแห่ง สังคมไทยไม่รู้จักการเข้าสู่ความเป็นสมัยใหม่ในแง่ที่ว่า

ไม่รู้จักจัดการอยู่ร่วมกันในลักษณะที่ยังให้รักษาความเป็นตัวของตัวเองของแต่ละคน (“สามัคคี” บนพื้นฐานความหลากหลายเฉพาะ) ทีนี้ ประเด็นที่อาจารย์พูดถึงว่า ถ้าชอบแบบสบายๆ ก็ให้เข้า มธ. ถ้าจะเข้า จุฬา ก็ต้องยอมรับระเบียบพวกนี้ (หรือจุฬาสำหรับคนชอบระเบียบพวกนี้)

คำถามของผมคือ ทำไมจะต้องเป็นแบบนั้น in the first place หรือแต่แรกล่ะครับ? ดังที่กล่าวข้างต้น ถ้าเราต้องการให้การศึกษาอุดมศึกษามีไปเพื่อฝึกให้คนรู้จักคิด รู้จักมีเหตุผล และเป็นการเตรียมตัว และสร้างรากฐานให้กับสังคมสมัยใหม่ ระเบียบเช่นนี้ ก็ผิดโดยสิ้นเชิง

ขอบคุณภาพและที่มา Netiwit Ntw, Jessada Denduangboripant , Somsak Jeamteerasakul

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ผวาต่อ !! บันไดเลื่อนจีนพังอีกที่เซี่ยงไฮ้

ชาวเน็ตกระหน่ำแชร์ ภาพบันไดเลื่อนในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินเซี่ยงไฮ้พังยับเยิน เคราะห์ดีไร้ผู้ได้รับบาดเจ็บ

บันไดเลื่อน,รถไฟฟ้าใต้ดิน,จีน,เซี่ยงไฮ้

วานนี้ (18 ส.ค.) สำนักข่าว ‘เซี่ยงไฮ้อิสต์’ สื่อท้องถิ่นในประเทศจีน รายงานเรื่องราวสุดระทึกอีกครั้ง ในกรณีที่เกิดเหตุขัดข้องแบบกระทันหันของบันไดเลื่อน ภายในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินในเมืองเซี่ยงไฮ้ เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น สร้างความแตกตื่นให้กับผู้โดยสารอย่างมาก เนื่องจากภาพแสดงให้เห็นสภาพของบันไดเลื่อน ที่พังยับเยิน

ทั้งนี้รายงานระบุว่า ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมทั้งระบุด้วยว่า บันไดเลื่อนแห่งนี้ มีอายุการใช้งานค่อนข้างนาน จึงถูกถอดออกไปในเวลาต่อมา พร้อม ๆ กับบันไดในจุดอื่นๆอีก 2 แห่งภายในสถานี เพื่อความปลอดภัยของ
ผู้โดยสาร

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ จุดประกายความหวาดกลัวให้แก่ประชาชนอีกครั้ง หลังจากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ซึ่งมีบันไดเลื่อนมรณะเป็นชนวนเหตุ ทำให้ผู้ใช้บันไดเลื่อนบางราย เกิดความไม่เชื่อมั่น ซึ่งหนึ่งในเหตุการณ์ในกระแสความหวาดหวั่นต่อการใช้บันไดเลื่อน คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่หญิงรายหนึ่งกำลังขึ้นบันไดเลื่อนในห้างสรรพสินค้าของมณฑลหูเป่ย แต่เมื่อถึงด้านบน เกิดถูกดูดกลืนร่างเข้าไปติดอยู่ภายในเครื่องจักรบันไดเลื่อนและถูกพบเป็นศพในเวลาต่อมา โดยคลิปดังกล่าว เป็นจุดปัจจัยสำคัญ และแพร่กระจายจนกระทั่งโด่งดังไปทั่วโลก รวมถึงสร้างความหวาดผวาต่อการใช้งานบันไดเลื่อนให้ผู้ใช้บริการทั่วโลกไม่น้อย

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ที่มา  shanghaiist

ช่วยกัน! วอนผู้ติดกล้องหน้ารถ ส่งข้อมูลล่ามือบึ้ม

ชาวเน็ต วอน ผู้ติดกล้องหน้ารถ ส่งข้อมูลให้ทางการ เหตุระเบิดแยกราชประสงค์ 

บนโลกสังคมออนไลน์ได้มีการส่งต่อข้อความเพื่อช่วยให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับข้อมูลเหตุการณ์ระเบิดที่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า ในเหตุการณ์ดังกล่าวอาจจะมีผู้ที่ติดกล้องหน้ารถยนต์ ซึ่งขับรถผ่านบริเวณนั้นบันทึกภาพต่างๆ อยู่ในกล้อง

11885196_948228675243623_945603497382424613_n

โดยเฉพาะระเบิดลูกที่อยู่ใต้ BTS  ดังนั้นหากท่านใดที่ได้ขับรถผ่านตรงบริเวณนั้น ช่วงเวลาประมาณ 6 โมงเย็นเป็นต้นไป อยากให้รบกวนช่วยโหลดคลิปในกล้องหน้ารถของท่านเก็บออกมาก่อน

และอย่าเพิ่งบันทึกซ้ำเพราะกล้องมันจะบันทึกทับคลิปเก่าที่ได้บันทึกไว้ โดยข้อมูลดังกล่าวอาจจะรู้ได้ว่าระเบิดถูกวางเมื่อไหร่ หรืออาจเห็นแม้กระทั่งคนที่มาวาง  ถึงเวลาช่วยชาติหาคนร้ายทำลายชาติอย่างจริงจังกันแล้ว

ขอบคุณภาพจากสมาชิกเฟซบุ๊ค พฤฒิพล ประชุมผล

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News