ฝนถล่มแม่ฮ่องสอน! ท่วมพัด ‘รีสอร์ทปาย’จมหาย

ฝนถล่ม อ.ปาย-เมืองแม่ฮ่องสอน น้ำในแม่น้ำไหลทะลักพัดรีสอร์ทดังจมหาย บ้านเรือนประชาชน-พื้นที่ไร่นาเสียหายกว่าพันไร่

วันที่ 14 ส.ค. นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายอำเภอปายและอำเภอปางมะผ้าว่า ได้เกิดเหตุน้ำท่วมอย่างหนักในพื้นที่ 2 อำเภอ หลังจากฝนตกหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา

14395332921439533575l

ทำให้น้ำในแม่น้ำปาย อ.ปาย แม่น้ำแม่สะงี แม่น้ำแม่สะงา อ.เมือง ได้เกิดไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตรเสียหายเป็นวงกว้าง

สำหรับพื้นที่อ.ปาย พบว่า แม่น้ำปายได้ไหลบ่าเข้าท่วมรีสอร์ทและที่นาของประชาชนตั้งแต่ บ้านเวียงเหนือ,หมู่บ้านป่าขาม,บ้านแม่เย็น,บ้านกุงแกง,บ้านทรายขาว,บ้านทุ่งยาว และบ้านโป่งร้อน มีพื้นที่ทำการเกษตรที่อยู่ติดแม่น้ำปาย ถูกน้ำไหลบ่าเข้าท่วม คิดเป็นเนื้อที่กว่า 1,000 ไร่

นอกจากนั้นยังมีสะพานไม้โครงเหล็ก ที่เชื่อมระหว่างบ้านป่าขามกับรีสอร์ทปายในฝัน (Pai Nai Fun) ถูกกระแสน้ำพัดหาย และสะพานสังฆประชาสามัคคี ซึ่งเป็นสะพานคอนกรีต ที่เชื่อมระหว่าง ต.แม่ฮี้ กับ ต.ทุ่งยาว เศษไม้และขยะลอยมาติดเสาสะพานช่วงกึ่งกลางสะพาน ส่งผลให้สะพานคอนกรีตทรุดตัวลงจนไม่สามารถใช้การได้

14395332921439533702l

ส่วนที่อ.เมืองแม่ฮ่องสอน น้ำป่าจากแม่น้ำแม่สะงี และน้ำแม่สะงา จากต.หมอกจำแป่และต.ห้วยผา ได้ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ส่งผลให้มีพื้นที่การเกษตรและนาข้าว ถูกน้ำท่วมเสียหายกว่า 1,000 ไร่เช่นกัน นอกจากนี้บ้านเรือนประชาชนที่บ้านหมอกจำแป่ หมู่ 1 ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง ถูกน้ำท่วมหลายหลัง รวมไปถึงสัตว์เลี้ยงได้ถูกน้ำป่าพัดพาสูญหายไปอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการสำรวจของเจ้าหน้าที่

ส่วนของสะพานซูตองเป้ สะพานชื่อดังในบ้านกุงไม้สัก ต.ปางหมู อ.เมือง ได้ถูกน้ำป่าไหลเข้าท่วมทำให้สะพานไม้ไผ่ ทรุดตัวลงกว่า 50 ซม. ทางสำนักสงฆ์ภูสมะ ได้สั่งห้ามพระสงฆ์และประชาชนในพื้นที่ เดินทางผ่านเข้า-ออกอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเกรงจะเกิดอันตรายและทรุดตัวลงมากขึ้นกว่าเดิม

นายจำรัส ตุ้ยดง หน.หน่วยวัดน้ำท่าโป่งแดง กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำในแม่น้ำปาย ที่บ้านท่าโป่งแดง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ได้เพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 10.20 น. วัดระดับน้ำได้ที่ 3.62 เมตร และความเร็วน้ำอยู่ที่ 254 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากปกติวัดได้ 50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ขณะที่ผู้ว่าราชการฯเปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย และปริมาณน้ำยังไม่ลดลง และมีทีท่าจะเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะน้ำปายจากอ.ปายกำลังไหลบ่ามาสมทบกับน้ำในอ.เมือง ซึ่งต้องรอดูสถานการณ์ ส่วนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำได้ย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงแล้ว

ที่มา ข่าวสด

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

สื่อเค้าลต.ล่ม! ทหารพม่าบุกปลดหัวหน้าพรรครบ.

ทหารและตำรวจเมียนมา นำกำลังเข้าควบคุมสำนักงานใหญ่ของพรรคสหภาพเอกภาพและการพัฒนา หรือ USDP ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลเมียนมา โดยผู้รู้เห็นเหตุการณ์เปิดเผยว่า เป็นผลมาจากความขัดแย้งภายในพรรคที่ปะทุรุนแรงขึ้น ก่อนหน้าการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้

ความขัดแย้งภายในพรรคระหว่าง ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ของเมียนมา และนายฉ่วย มาน ประธานรัฐสภาเมียนมา ก่อตัวขึ้นมาเป็นระยะเวลาหลายเดือนแล้ว โดยทั้งคู่แสดงท่าทีชัดเจนว่าสนใจการขึ้นเป็นผู้นำประเทศหลังการเลือกตั้ง

พรรค USDP จัดการประชุมภายใน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ที่สำนักงานใหญ่ในกรุงเนปิดอว์ เพื่อประกาศรายชื่อผู้ลงสู้ศึกเลือกตั้งที่จะจัดขึ้นในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้

77

ขณะที่เว็บไซต์อิรวดี รายงานว่า นายฉ่วย มาน ถูกปลดออกจากตำแหน่งประธานพรรค และแต่งตั้ง นายเตย์ อู รองประธานพรรคขึ้นดำรงตำแหน่งแทน สร้างความไม่พอใจให้แก่สมาชิกพรรคบางคน รวมถึงยังไม่เป็นที่แน่ชัดด้วยว่า เขาถูกปลดออกจากตำแหน่งประธานรัฐสภาด้วยหรือไม่

ทั้งนี้ นายฉ่วย มาน มีสายสัมพันธ์กับกองทัพมานาน แต่ก็ถูกมองเป็นนักปฏิรูป และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับนางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน ในระยะหลัง ๆ

สำหรับ เมียนมา เพิ่งจะเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงจากการปกครองแบบเผด็จการโดยทหารที่ใช้มานานครึ่งศตวรรษ มาเป็นประชาธิปไตย โดยการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้ ถือเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกนับจากที่มีการจัดตั้งรัฐบาลประชาชนขึ้นเมื่อปี 2554 แต่ทหารก็ยังคงมีอำนาจในการควบคุมอยู่ ทำให้เป็นที่จับตามองว่า การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นจะมีความโปร่งใสและยุติธรรมหรือไม่

ในขณะที่นางอองซาน ซูจี ที่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนจำนวนมาก แต่เธอไม่มีสิทธิ์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ดังนั้น เธอจึงมุ่งเป้าหมายไปที่จำนวนที่นั่งในรัฐสภาแทน

ด้าน ลูกชายของนายฉ่วย มาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ บิดาของเขาอยู่ในความควบคุมของทหารและตำรวจที่บ้านในกรุงเนปิดอว์ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าบิดาของเขาจะได้รับอนุญาตให้ออกมาข้างนอกหรือไม่

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ใครน๊าช่างกล้าคิด! เปิดแอร์-ทำทารกหน้าอัมพาต

อาจารย์เจษฎา ชี้เครื่องปรับอากาศ สาเหตุทำให้ทารกใบหน้าอัมพาต

วันนี้ (14ส.ค.) เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ ต่างพากันตกอกตกลงใจ หลังจากผู้คนบนโลกออนไลน์มีการส่งต่อข้อความที่ระบุว่า เครื่องปรับอากาศเป็นสาเหตุทำให้ทารกใบหน้าอัมพาต

11863296_673365966127374_6064905978262189787_n

ล่าสุด อาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการวิทยาศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “เปิดแอร์-ทำทารกหน้าอัมพาต ผมว่าไม่จริง”

คุณพ่อลูกอ่อนท่านนึงถามมาว่า มีบางเพจอ้างว่ามีเด็กทารกหญิง 1 ขวบ เกิดอาการปากเบี้ยวบนใบหน้า เพราะแอร์เป่าหน้าจนเส้นเลือดกระตุก เส้นประสาทบนใบหน้าขาดเลือด บวม กลายเป็นอัมพาต มันจะเป็นไปได้เหรอ ?

ผมเองอ่านเพจนั้นแล้ว ก็ไม่ได้ดูน่าเชื่อถืออะไร ไม่มีอ้างอิงว่า มาจากแหล่งข่าวไหน ลูกใคร หรือประเทศอะไร ลองถามเพื่อน ๆ หมอ ก็บอกว่าไม่น่าเป็นไปได้

อาการหน้าเป็นอัมพาตในเด็ก (ถ้ามีจริง) ก็อาจจะเป็น Bell’s palsy หรืออาการใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ มาจากการติดเชื้อไวรัสพวก herpes simplex virus, Ebstein-Barr virus เชื้อไข้หวัดใหญ่ และอุบัติเหตุ ทำให้เกิดปัญหากับเส้นประสาทคู่ที่ 7 ที่คุมกล้ามเนื้อใบหน้า

ส่วนการเปิดแอร์ให้เด็กทารกนั้น ในทางการแพทย์ไม่ได้ห้ามอะไร เพราะดีกว่าปล่อยให้เด็กเจออากาศที่ร้อนจัด แต่มีข้อควรระวังดังต่อไปนี้

– ปรับอุณหภูมิห้องให้เหมาะสม ไม่ร้อนไม่หนาวเกินไป อยู่ระหว่าง 23-26 องศาเซลเซียส
– อย่าให้ลมเย็นจากแอร์เป่าใส่เด็กโดยตรง เดี๋ยวจะหนาวเกิน อาจจะแต่งตัวเด็กด้วยเสื้อผ้า หมวก ถุงเท้า ที่ใช้ผ้าบาง ๆ
– หมั่นล้างแอร์ตามกำหนด เพื่อความสะอาดและได้อากาศเย็น
– คอยระวังไม่ให้ผิวเด็กแห้งจากลมแอร์ อาจจะวางอ่างน้ำไว้ในห้องเพื่อเพิ่มความชื้น
– อย่าพาเด็กไปในที่ที่อากาศร้อน ทันทีหลังจากออกจากห้องแอร์ ควรปิดแอร์แล้วรอซักครู่ก่อนพาเด็กออกไป
– ไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์ตลอด ถ้าอากาศไม่ร้อนไป ก็เปิดพัดลมแทนก็ได้ อากาศที่พื้นจะเย็นกว่าด้านบน อาจจะให้เด็กนอนกับเบาะที่พื้นแทน รวมทั้งควรปิดม่านบ้างเพื่อกันแดด

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก Jessada Denduangboripant