เพจดัง สวน หมอปลาย ปมปลุกเสกสบู่น้ำมนต์

เพจดัง สวน หมอปลาย ไม่มีความรู้อวิชชา หลังปลุกเสกสบู่น้ำมนต์

จากกรณีที่แฟนเพจ “หมอปลาย ณวรชา” นักทำนายชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความว่า ตนได้ปลุกเสกน้ำมนต์สบู่ ซึ่งอ้างว่าเป็นการรับพลังจากยมบาลทำให้ใช้สำหรับล้างอวิชชา ไสยศาตร์ มนตร์ดำ ได้นั้น

11222445_395557897304739_675208731882601419_o

ล่าสุดแฟนเพจ FuckGhost ฟักโกสต์ : สมาคมต่อต้านสิ่งงมงาย ได้แสดงความคิดเห็นตอบกลับประเด็นนี้ว่า หมอปลายไม่มีความรู้เกี่ยวกับอวิชชาที่แท้จริง

โดยระบุว่า อวิชชา ในทางพระพุทธศาสนาหมายถึง ความไม่รู้แจ้ง คือ ความไม่รู้ความเป็นจริงของสิ่งต่างๆ โดยถูกต้องแจ่มแจ้ง มิได้หมายถึงความไม่รู้ศิลปะวิชาการต่างๆ และอวิชชา ยังหมายถึง “ความรู้ผิด” อีกด้วย

รู้มากๆ แต่รู้อะไรผิดๆ นี่ก็เรียกว่าเป็นอวิชชาอย่างหนึ่งเหมือนกัน เปรียบได้เหมือน “เห็นกงจักรเป็นดอกบัว” การที่จะขจัด อวิชชาได้ คือการต้องมี วิชชา หรือสัมมาทิฎฐิ การแก้อวิชชา ไม่ใช่มาฟอกสบู่ล้างมนต์ดำ ล้างอวิชชา มันแก้ไม่ได้ ต้องใช้ความรู้ มาแก้ความไม่รู้ตะหากถึงจะถูก

สิ่งที่เป็นสิ่งตรงข้ามกับไสยศาสตร์ ก็คือ พุทธศาสตร์
ไสยะ แปลว่า นอนหลับ
ไสยศาสตร์ แปลว่า ศาสตร์แห่งการหลับ ไม่ตื่น ไม่รู้
พุทธะ แปลว่า ผู้ตื่น
พุทธศาสตร์ แปลว่า ศาสตร์แห่งการตื่น
ดังนั้น พุทธศาสตร์กับไสยศาสตร์จึงเป็นสิ่งตรงข้ามกัน

หากเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้ว การใช้สบู่ล้างอวิชชา ก็คือเรื่องเหลวไหล

ขอบคุณที่มาจากแฟนเพจ FuckGhost ฟักโกสต์ : สมาคมต่อต้านสิ่งงมงาย และขอบคุณภาพจาก แฟนเพจ หมอปลาย ณวรชา

วันนี้รู้ผล! ชะตาชูวิทย์ ‘คดีรื้อบาร์เบียร์’

ศาลอาญาใต้ นัดอ่านฎีกา ‘คดีชูวิทย์รื้อบาร์เบียร์’ สุขุมวิท ซ.10 ปี 2546 ขณะเจ้าตัวมาพร้อมขันอาบน้ำ-สบู่ ลั่น เพื่อเตรียมความพร้อม ไม่ได้ประชด  

วันที่ 13 ส.ค.58 เวลา 9.00 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีรื้อบาร์เบียร์ สุขุมวิท ซ.10 ที่พนักงานอัยการ ฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย,

พ.ท.หิมาลัย ผิวพรรณ นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา พ.ต.ธัญเทพ ธรรมธร กับพวกรวม 131 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ บุกรุกในเวลากลางคืนและกักขังหน่วงเหนี่ยวข่มขืนใจให้บุคคลอื่นปราศจากเสรีภาพ

คดีรื้อบาร์เบียร์

จากกรณีเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 26 ม.ค. 2546 จำเลยได้สั่งกลุ่มชายฉกรรจ์ไปรื้อบาร์เบียร์ 60 ร้าน ในซอยสุขุมวิท 10 จนได้รับความเสียหาย ซึ่งคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 8 เดือน นายชาญเวทย์ มาลัยบูชา จำเลยที่ 49

ซึ่งเป็นทนายความ ที่นำเอกสารสิทธิ์การครอบครองที่ดินไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ให้ลงบันทึกประจำวันให้คนอื่นเข้าใจว่าการรื้อถอนของกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวถูกต้องตามกฎหมาย

ส่วนจำเลยอื่นยกฟ้อง แต่ในชั้นศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับสั่งจำคุก นายชูวิทย์ กับพวกอีก 2 คน ที่เป็นนายทหาร คนละ 5 ปี โดยไม่รอลงอาญา ส่วนจำเลยอื่น ให้ยกฟ้อง

ที่มา   matichon

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

สุหฤท โพสต์เจาะหู-สักลาย ดีกว่าพวกใส่สูท

โต้ สุหฤท โพสต์ เจาะหู-สักลาย ยังดีกว่าพวกใส่สูทจอมปลอม

จากกระแสข่าวนโยบายที่ภาครัฐออกกฎมองว่าการสัก และเจาะระเบิดหู เป็นกลุ่มคนไม่ดีของสังคม และอาจจะไม่รับเข้าเรียน หรือการทำงานข้าราชการในอนาคตด้วยนั้น

01

ล่าสุดที่แฟนเพจของนายสุหฤท สยามวาลา ดีเจชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว ระบุว่า “การสัก เจาะหู ระเบิดอะไรก็ตามในร่างกาย อย่าละทิ้งความดี ความซื่อสัตย์ การดิ้นรนสู้ชีวิต ทำตามฝัน และเป้าหมายของตัวเอง อย่างตรงไปตรงมา

ถ้าจิตใจชั่ว มัวหมอง ทุจริต จอมปลอม อย่ามากลบเกลื่อนด้วยการใส่สูท แต่งตัวเรียบร้อย แล้วไล่คนอื่นให้ไปอยู่ไกลๆ แล้วก่นด่าผู้อื่น เป็นปรกติที่จะมีคนไม่ชอบคนสัก คนเจาะหู แลดูไม่ดี

และก็ยังมีคนอีกมากที่แฝงการแต่งตัวที่เรียบร้อย ใสซื่อด้วยการแสร้งทำเป็นคนดี ตัวเราเองต่างหาก ที่จะพิสูจน์ฝ่ากฎเกณฑ์บ้าๆ พวกนี้ ‎สักไม่ได้ชั่ว และร่างกายใสสะอาดไม่ได้หมายความว่าใจบริสุทธิ์‬”

ที่มาแฟนเพจ DJ Suharit Siamwalla