เสียงเปรี้ยง!! ดัง 1 ครั้ง ร่างเด็กสาววัย 16 ล้มลงนอนกองกับพื้น ขยับไม่ได้ไร้ความรู้สึก แต่ยังมีสติรับรู้ถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ก่อนหลับไหล ฟื้นตื่นขึ้นบนเตียงนอนของโรงพยาบาล กลับพบว่า ช่วงล่างของร่างกายเป็น “อัมพาต” ไปเสียแล้ว
MThai News ขอนำเสนอเรื่่องราวของน้อง เจนจิรา เทศจันทร์อายุ 16 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119/617 ซ.สายไหม 15 หมู่
บ้านอัมรินทร์ 3 ผัง 4 เขตสายไหม กทม. ซึ่งประสบอุบัติเหตุจากกระสุนปริศนาเจาะเข้ากระดูกไขสันหลังจนทำให้
ร่างกายเป็นอัมพาต จากฝีมือกลุ่มเด็กวัยรุ่นทะเลาะกัน เมื่อครั้งไปเล่นน้ำวันสงกรานต์ที่ผ่านมากับเพื่อนชายคนสนิท
และกลุ่มเพื่อนๆบริเวณซอยสายไหม 7

แต่เหตุไม่คาดฝันพลันเกิดขึ้น เมื่อน้องเจนและกลุ่มเพื่อนกำลังรีบกระโดดขึ้นท้ายกระบะเพื่อกลับบ้าน และน้องเจน
เป็นคนสุดท้ายที่กำลังก้าวขาขึ้นรถ จากนั้นเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ร่างของน้องเจนหงายหลังร่วงตกจากรถลงไปนอน
บนพื้นถนน โดยมีกลุ่มเพื่อนคอยประคองร่างขึ้นรถและพาหนีออกจากสถานการณ์ความรุนแรงตรงจุดนั้น
“ตอนที่วัยรุ่นกำลังทะเลาะกัน จำรูปร่างหน้าตาคนก่อเหตุได้แม่นยำ เพราะเห็นเหน็บปืนเดินไปมาตลอด และเมื่อตอนที่หนูถูกยิงร่างกายไม่รู้สึกอะไรแล้ว แต่มีสติเสมอมองเห็นและจำเหตุการณ์ในที่เกิดเหตุได้หมด แต่ไปหมดสติเมื่อถึง
โรงพยาบาล ตื่นขึ้นมาก็เห็นร่างกายท่อนล่างขยับไม่ได้แล้ว”
ด้านอาการรักษาตัวน้องเจนในขณะนั้น แพทย์ระบุ น้องเจนถูกยิงบริเวณกระดูกไขสันหลัง 1 จุด ซึ่งเป็นจุดสำคัญ
โดยมีลูกกระสุนฝังอยู่กลางหลังทั้งหมด 9 นัด และผ่าตัดออกมาได้เพียง 2 นัด ส่งผลให้ร่างกายเป็นอัมพาต
ยังสรุปไม่ได้ว่าจะอัมพาตถาวรหรือไม่ และยังถูกกระสุนยิงเฉียดหัวเข่าข้างซ้ายจนเกิดแผลฉกรรจ์

เจนจิรา เทศจันทร์ ผู้ประสบเหตุถูกยิงเข้าไขสันหลัง
ส่วนแผลเป็นขนาดใหญ่ที่บริเวณท้อง เกิดจากน้องเจนปวดท้องรุนแรงขณะนำส่งโรงพยาบาล แพทย์จึงทำการผ่าตัด
เพื่อวินิจฉัย แต่กลับไม่พบความผิดปกติใด ซึ่งอาการน้องเจนในภาพรวมขณะนั้นถือว่าโคม่า แพทย์จึงให้นอนรักษา
ตัวที่โรงพยาบาลกว่า 1 เดือน
หลังจากออกโรงพยาบาลน้องเจนมาพักรักษาตัวที่บ้าน โดยมีแม่เป็นเป็นผู้ดูแลรวมถึงต้องเลี้ยงลูกน้อยวัย 7 เดือน
ของน้องเจนที่คลอดก่อนเกิดเรื่องนี้ และโชคดีที่ลูกเลิกกินนมแม่หันมากินนมผงแทน เพราะในสภาพร่างกายน้องเจน
ขณะนี้อาจไม่สะดวกในการให้น้ำนม
ขณะที่แม่ต้องเลิกทำงานรับจ้างเย็บผ้า เอาทั้งหมดมาเลี้ยงลูกและหลาน ส่วนแฟนน้องเจนนั้นช่วงที่เกิดเรื่องยังไม่มาหาสู่อยู่บ้าง แต่พอมารักษาตัวที่้บ้านก็เริ่มตีตัวออกห่าง นอกจากสงสารตัวเองที่ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้แล้ว ยัง สงสารแม่ที่ต้องคอยดูแลทั้งลูกและหลานรวมถึงหาเงินรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในบ้านทั้หมด
ยอมรับ กำลังใจในแต่วันที่ทำให้สู้ และอยากกลับมาเดินได้ใหม่อีกครั้ง นั่นคือ “ความลำบากของแม่ และ รอยยิ้มของลูก”

“สงสารแม่ ที่ต้องมาแบกรับในชะตากรรมของหนู และยังต้องมาคอยเลี้ยงลูกให้หนู สงสารลูก ที่ไม่รู้อนาคตจะกลับมา
เดินได้ไหม และจะเลี้ยงลูกต่อไปได้อย่างไร น้ำตาแม่ – รอยยิ้มลูก ทำให้หนูสู้มาถึงวันนี้”
ส่วนเรื่องคดีความในการหาตัวผู้กระทำผิด น้องเจนได้ฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมและดำเนินคดีกับผู้ก่อ
เหตุให้ได้ ไม่ว่าเหตุครั้งนี้เป็นการจงใจ หรือ เหตุสุดวิสัย ก็ถือเป็นการกระทำที่ประมาทและผิดกฎหมาย และที่สำคัญ
ในเหตุการณ์ครั้งนั้น จำได้หน้าผู้ก่อเหตุได้แม่นยำ และเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถยึดอาวุธปืนในเกิดเหตุไว้ได้ แต่ไม่แน่
ใจจับผู้ก่อเหตุได้หรือไม่
ขณะที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เคยเรียกสอบหรือเข้ามาสอบสวนที่บ้านแต่อย่างใด ทั้งที่มีการแจ้งความและลง
บันทึกประจำวันไว้แล้ว ส่วนตัวอยากให้ผู้ก่อเหตุเข้ามาขอโทษและรับผิดชอบกับเหตุที่เกิดขึ้น

ด้านคุณ ภคพร จันทรเสนอายุ 45 ปี แม่น้องเจน กล่าวเพิ่มเติมในเรื่องคดีความว่า ได้แจ้งความไว้แล้วที่ สน.สายไหม
และเดินเรื่องสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตลอด แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถให้คำตอบได้ชัดเจนว่าแท้จริงแล้วจับผู้ก่อ
เหตุได้หรือไม่ และจะดำเนินการเรื่องนี้ต่อไปอย่างไร รวมถึงไม่เคยติดต่อหรือเข้ามาสอบปากคำ แต่สุดสัปดาห์ก่อน
ได้ติดต่อเข้ามาให้ไปให้ปากคำที่ สน. แต่ได้ปฏิเสธไป เพราะสภาพร่างกายน้องเจนยังไม่พร้อมที่จะเคลื่อนไหว
ลุกออกจากเตียงนอนได้เลย
ขณะที่สุขภาพของน้องเจนนั้น นอนไม่หลับเพราะรู้สึกปวดร้อนกระดูกทั่วร่างกาย พร้อมกับระบบการขับถ่ายที่ไม่สามารถควบคุมได้ต้องขับถ่ายผ่านสายยางที่แพทย์ผ่าตัดไว้ 2-3 ครั้งต่อวัน ต้องคอยเปลี่ยนแพมเพิส และหมั่นเช็ดอุจาระให้น้อง ซึ่งเชื่อว่ายังพอมีความหวังอยู่ เพราะแพทย์บอกว่า หากน้องเจนได้รับการรักษาที่ดี และทำหมั่นกายภาพ ก็อาจกลับมาเดินได้อีกครั้ง แม้ไม่สมบูรณ์ 100% แต่ก็ยังดีกว่าที่ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ยอมรับ ลำบากแค่ไหนก็ต้องดูแล และคอยให้กำลังลูก เพื่อผ่านพ้นความทรมานนี้ไปให้ได้

ภคพร จันทรเสน (แม่น้องเจน)
“สงสารลูก เห็นลูกเป็นแบบนี้ คนเป็นแม่ทรมาณยิ่งกว่า ไหนจะหลานที่โตมาต้องเห็นแม่ในสภาพนี้ จึงต้องดูแลและ
ให้กำลังใจ เป้าหมายหลัก คือ ให้ลูกได้รับการรักษาที่ดีจนเสามารถกลับมาเดินได้อีกครั้ง”
ส่วนความช่วยเหลือ ที่ผ่านมาอาศัยเงินช่วยเหลือจากญาติพี่น้องและชาวบ้านใจบุญในการประคองภาระครอบครัว
พร้อมกับสัปดาห์ก่อน “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” ได้เข้ามาช่วยเหลือมอบเงิน 25,000 บาท พร้อมซื้อที่นอนยาง แพมเพิส
และนมผงไว้ให้ หลังจากนั้นมีผู้ใจบุญทยอยบริจาคเงินเข้าบัญชี จึงทำให้ครอบครัวกำลังใจขึ้น
และยิ่งอุ่นใจมากขึ้นเมื่อมีสื่อมวลชนลงพื้นที่มาหา จึงฝาก MThai News เป็นอีกกระบอกเสียงในการนำเสนอเรื่องราว ให้เกิดกระแสในการให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามผู้ก่อเหตุมาลงโทษให้เร็วที่สุด
ระหว่างที่ MThai News พูดคุยอยู่กับครอบครัวน้องเจนอยู่นั้น ได้มีกลุ่มคนใจบุญเดินทางนำสิ่งของและเงินบริจาคมอบ
ให้กับน้องเจน พร้อมให้กำลังใจน้องเจนให้กลับมาเดินได้ และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินคดีนี้ให้เกิดความกระจ่าง ลดความเคลือบแคลงใจของสังคม ที่มองว่าเหตุดังกล่าวเกิดมากว่า 4 เดือนแล้ว แต่เหตุใดเรื่องคดียังไร้ความคืบหน้า

ขณะที่ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา โซเชียลเกิดกระแสจุดประเด็นน้องเจนขึ้นมา เพื่อหวังกดดันให้คดีมีความคืบหน้า และเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุตัวจริงได้ โดยเฉพาะเพจชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ที่ถึงขั้นตั้งรางวัลนำจับให้ พร้อมเผยผลวินิจฉัยแพทย์ ชี้ชัด เหตุชะตากรรมนี้ ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย ลูกหลง หรือ ปืนลั่น แต่ “เป็นจงใจ” เพราะวิถีกระสุนจากปืนลูกซองที่ผู้ก่อเหตุใช้นั้น เป็นการยิงในระยะประชิดตัว
ล่าสุด วันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา (ประมาณ 16.00น.) แม่ของน้องเจน ยืนยันกับ MThai News ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สายไหม ได้เข้ามาสอบปากคำน้องเจนที่บ้านแล้ว พร้อมยืนยัน ได้ตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้หลังเกิดเหตุดังกล่าว แต่ยังเปิดเผยรายละเอียดไม่ได้มาก เพราะอยู่ระหว่างการสอบสวนพยานข้อมูล และเจ้าหน้าที่ ย้ำชัด ผู้ก่อเหตุที่จับได้เป็นคนเดียวกันกับข้อมูลน้องเจนที่ได้แจ้งความไว้ คาด ไม่เกินวันที่ 20 ส.ค.นี้ จะสรุปสำนวนส่งอัยการได้
อย่างไร MThai News ก็ขอเป็นกำลังให้น้องเจนและครอบครัว และหากผู้ใจบุญท่านใดอยากให้ความช่วยเหลือน้องเจนจิรา เทศจันทร์ สามารถนำสิ่งของช่วยเหลือ โดยเฉพาะแพมเพิสและนมผงเด็ก เข้ามาได้บ้านเลขที่ 119/617 ซ.สายไหม 15 หมู่บ้านอัมรินทร์ 3 ผัง 4 เขตสายไหม กทม. หรือบริจาคเงินผ่านบัญชี 015-441-2743 ภคพร จันทรเสน ธนาคารไทยพาณิชย์

บาดแผลกระสุนไขสันหลัง ยังฝังอยู่อีก 7 นัด

บาดเเผลถูกยิงเฉียดหัวเข่า
น้องเจน เผย นาทีถูกลูกหลงกระสุนเจาะร่างจนเป็นอัมพาต
น้องเจนเรียกร้องขอความเป็นธรรม
ชัยพัฒน์ แกล้วทนงค์ รายงาน / ธเนตร พุทธิตระกูล ถ่ายภาพ
ติดตามสกู๊ปข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com
แจ้งเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ช่วยเหลือสังคม ได้ที่ news.mthai.com@gmail.com
MThai News