นายกรัฐมนตรี บอกรัฐบาล และ คสช. ไม่คิดสืบทอดอำนาจ คว่ำร่างรัฐธรรมนูญแค่ข่าวลือ ถอดยศทักษิณ ยึดกฎหมาย ขณะ ผบ.ตร. 1 ปี ไม่มีปัญหาในการทำงาน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ระบุภายหลังร่วมงานวันคล้ายวันเกิด และร่วมหารือกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า เดินทางมาวันนี้ในฐานะที่ พล.อ.ประวิตร เป็นพี่ที่รัก

ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ทั้งนี้ ยืนยันว่า การทำงานของรัฐบาล และคสช. ไม่มีความคิดสืบทอดอำนาจ และผลประโยชน์แอบแฝง รวมทั้งได้มุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่เพื่อแก้ปัญหาของประเทศ แต่คนไทยยังมีความแตกแยกอยู่ เปรียบเหมือนกับลูกโป่งที่ถูกปล่อยลมไปหมดแล้ว และใช้ความรู้สึกมาทำงานจนทำให้เกิดปัญหาอีกหลายด้านตามมา
นอกจากนี้ ย้ำว่าการหารือกับ พล.อ.ประวิตร ในวันนี้ ไม่ได้พูดถึงเรื่องการอยู่ต่อของรัฐบาล แต่มาพูดเรื่องการปฏิรูปในระยะต่อไปเพราะที่ผ่านมา 1 ปี ได้ทำตามโรดแมปแล้ว ขณะเดียวกันรัฐบาลขอย้ำว่าไม่ได้ต้องการรื้อทั้งระบบ แต่ปรับแก้ในส่วนที่สำคัญ และจำเป็นเท่านั้น เพื่อให้ประเทศชาติเดินต่อไปได้ และสื่อต้องให้ความร่วมมือ เพราะประเทศชาติจะอยู่ได้ต้องอาศัยศักยภาพทุกด้านโดยเฉพาะความมั่นคง จึงขอว่าไม่ควรทำลายขวัญ และกำลังใจของกำลังพลในกองทัพ
ส่วนที่ระบุว่า คสช. จะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อต่ออำนาจให้ คสช. นั้นเป็นแค่ข่าวลือ ซึ่งหากไม่รับข้อมูลจากโซเชียลมีเดียเลย จะกลายเป็นคนโง่แต่หากเชื่อมากเกินไปก็จะกลายเป็นบ้า
ส่วนการพิจารณาถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องพิจารณาตามข้อกฎหมาย เพราะกฎหมายของตำรวจในการลงโทษตำรวจที่กระทำความผิดมีข้อกำหนดไว้ชัดเจน ว่าหากทำความผิดในขณะที่ยังอยู่ในตำแหน่งได้กำหนดไว้ 7 ข้อ ซึ่งต้องพิจารณาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้กระทำความผิดในขณะที่เป็นตำรวจหรือไม่
นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้พูดถึง การแต่งตั้งโยกย้ายผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ ที่จะมีการแต่งตั้งในเร็ว ๆ นี้ ว่า การดูแลความเรียบร้อยของบ้านเมืองไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเพียงคนเดียว แต่ขึ้นกับระบบ
ดังนั้นหากสร้างระบบที่ดี ไม่ว่าใครจะมาเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก็จะทำงานได้ ทั้งนี้จะต้องไม่ทำลายเกียรติยศกัน อย่างที่ขณะนี้มีอดีตตำรวจที่ได้ทำลายเกียรติยศตำรวจด้วยกัน และรวมไปถึงทำลายเกียรติยศทหารด้วย แต่ไม่ขอเอ่ยชื่อ สำหรับคุณสมบัติของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ไม่ได้คำนึงถึงอายุราชการแต่อยู่ที่ความเหมาะสม โดยคำนึงถึงความสามารถเป็นหลัก
ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com
MThai News


