‘สมยศ’ เผยมั่นใจจับผู้ก่อเหตุได้ในเร็ววัน

ผบ.ตร. เผยหลังประชุมลับทีมสืบสวนคดีระเบิดกรุง 2 จุด ชี้คดีมีความคืบหน้า มั่นใจจับกุมผู้ก่อเหตุได้

วันนี้ (29 ส.ค. 58) พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผยหลังเรียกประชุมลับนายตำรวจระดับสูงและชุดคลี่คลายคดีระเบิด ที่ศาลท้าวมหาพรหม สี่แยกราชประสงค์ และบริเวณท่าเรือสาทร ว่า

2

“หลังส่งตำรวจนอกเครื่องแบบและอาสาสมัครที่มีความเชี่ยวชาญด้านภาษา แฝงตัวในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ตามแหล่งท่องเที่ยวและที่พักอาศัยของชาวต่างชาติ เพื่อหาข่าวและข้อมูลคนร้ายที่ก่อเหตุวางระเบิด โดยได้รายงานผลการลงพื้นที่ ตลอดจนสรุปความคืบหน้าการตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งของภาครัฐและเอกชน

การนำอุปกรณ์พิเศษที่ได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนจากต่างประเทศและบริษัทเอกชนต่าง ๆ ทำให้รู้ขบวนการและกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติร่วมกันก่อเหตุ และชัดเจนมากขึ้นว่ามีการก่อเหตุหลายคน โดยแบ่งหน้าที่กันทำเป็นกระบวนการ”

ทั้งนี้จึงสั่งการให้ชุดคลี่คลายคดี เร่งสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและชาวต่างชาติ มั่นใจว่าตำรวจจะสามารถจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุได้ในเร็ววันนี้

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ สำนักข่าวไทย

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

‘ประวุฒิ’ เผยผล DNA แบงก์ 20 นำไปสู่มือบึ้มไม่ได้

โฆษก ตร. เผย DNA แบงก์ 20 ใช้เป็นหลักฐานหากจับมือระเบิดได้ แต่นำไปสู่ตัวคนร้ายไม่ได้

วันนี้ (29 ส.ค. 58) พล.ต.ท. ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยภายหลังเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบแบงก์ 20 ของคนร้ายที่ก่อเหตุบริเวณราชประสงค์ว่า ผลตรวจสอบพบ DNA และลายนิ้วมือบางส่วนแล้ว ซึ่งหากเป็นคนในประเทศก็จะใช้วิธีเปรียบเทียบลายนิ้วมือได้ แต่หากเป็นต่างชาติจะไม่มีระบบเปรียบเทียบดังกล่าว

พล.ต.ท. ประวุฒิ ถาวรศิริ

พล.ต.ท. ประวุฒิ ถาวรศิริ

ส่วน DNA ประเทศไทยก็ไม่มีฐาน DNA ของแต่ละบุคคล ซึ่งผลตรวจสอบครั้งนี้จะไม่สามารถนำไปสู่ตัวคนร้ายได้ แต่จะใช้เป็นหลักฐานกรณีหากจับคนร้ายได้เท่านั้น ซึ่งขณะนี้การติดตามตัว ได้ตรวจสอบทุกช่องทางตามปกติยังไม่พบออกนอกประเทศ แต่อย่างไรก็ดีคนร้ายสามารถที่จะออกไปโดยเส้นทางอื่นได้ จึงยังไม่สรุปว่าคนร้ายอยู่ในประเทศหรือไม่ ทั้งนี้ ไทยได้ประสานร่วมกันกับประเทศสิงคโปร์เกี่ยวกับด้านการข่าว ยืนยันขณะนี้ยังไม่พบข้อมูลกลุ่มเคลื่อนไหว

ด้านเหตุระเบิดบริเวณท่าเรือสาทร หลังศาลได้ออกหมายจับชายเสื้อฟ้าตามภาพในกล้องวงจรปิดนั้น มีความชัดเจนแล้วว่าสิ่งที่คนร้ายโยนทิ้งไป คือ ระเบิด แต่ภาพลักษณะหน้าตาที่ปรากฏยังระบุตัวบุคคลยาก เนื่องจากมีความคมชัดน้อยมาก โดยจากนี้จะหาวิธีทางเทคนิคเพื่อทำให้ภาพชัดขึ้น ทั้งนี้ ยังไม่สรุปได้ว่าโยงเหตุที่ราชประสงค์หรือไม่

อย่างไรก็ตาม การเฝ้าระวังจุดเสี่ยงยังดำเนินการต่อเนื่อง โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญได้ส่งตำรวจและทหารนอกเครื่องแบบเฝ้าดูพฤติกรรมต้องสงสัย รวมถึงประสาน รปภ.ของห้างสรรพสินค้าในการดูแลความปลอดภัยร่วมกัน

นายกห่วง 21 จังหวัด ดินโคลนถล่ม จี้เจ้าหน้าที่ดูแล

พล.ต.สรรเสริญ เผย นายกรัฐมนตรี ห่วง 21 จังหวัด ฝนตกหนัก หวั่นดินโคลนถล่ม สั่งการให้ทุกหน่วยเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชน

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. แสดงความเป็นห่วงประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 21 จังหวัด ที่อาจได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก และดินโคลนถล่ม ในช่วงวันที่ 30 ส.ค. – 3 ก.ย. นี้

614

โดยได้กำชับให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชน รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง รับทราบข้อมูลล่วงหน้าให้เร็วที่สุด ซึ่งนายกรัฐมนตรี เป็นห่วงว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงหน้าฝนและดินอุ้มน้ำมานานพอควรแล้ว

หากเกิดพายุฝนหนักอีก อาจส่งผลให้บางพื้นที่เสี่ยงกับดินโคลนถล่ม จึงสั่งการให้ทุกหน่วยเตรียมพร้อมและมีมาตรการทำงานที่ชัดเจนรัดกุม ขณะเดียวกัน รัฐบาลอยากขอความร่วมมือประชาชน ได้ปฏิบัติตามประกาศเตือนของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อลดโอกาสความสูญเสียด้วย

ขอบคุณภาพ Wassana Nanuam