ดร.ธรณ์ ชี้แมงกะพรุนกล่อง ต้นเหตุเกิดจากมนุษย์

ดร.ธรณ์ นักวิชาการด้านทะเลชื่อดัง โพสต์ชี้ปมปัญหาแมงกะพรุนกล่อง เกิดจากมนุษย์ทำลายสิ่งแวดล้อม แนะเร่งแก้ที่ต้นเหตุ

จากกรณีที่นักท่องเที่ยวชาวไทย ลงเล่นน้ำในทะเลชายหาดริ้น ต.บ้านใต้ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ถูกพิษแมงกะพรุนกล่องจนเสียชีวิต ส่งผลให้หลายฝ่ายต่างตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงได้มีการแชร์วิธีรับมือกับพิษของแมงกะพรุน และขั้นตอนการปฐมพยาบาลผู้ได้รับพิษ

ดร.ธรณ์ โพสต์ชี้ปมแมงกะพรุนกล่อง ต้นเหตุเกิดจากมนุษย์

ล่าสุด ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการทางทะเล และสมาชิก สปช. ได้โพสต์ภาพและข้อความลงในเฟซบุ๊คเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า

ปิดท้ายเรื่องแมงกะพรุนกล่องแบบสรุปครบวงจร ทั้งหมดนี้อย่าไปโทษแมงกะพรุน เราทำตัวเราเองทั้งนั้น ลูกแมงกะพรุนกินแพลงก์ตอน –> เราปล่อยน้ำเสีย –> แพลงก์ตอนเพิ่มขึ้น –> ลูกแมงกะพรุนรอดเยอะขึ้น

เต่าทะเลกินแมงกะพรุน –> เราทิ้งขยะ –> เต่ากินถุงพลาสติก –> เต่าทะเลตาย –> ไม่มีเต่ากินแมงกะพรุน –> แมงกะพรุนเพิ่มขึ้น

จากขั้นตอนง่ายๆ ที่ทำให้เพื่อนธรณ์ดู จะเห็นว่า ทุกอย่างมีต้นเหตุมาจากเรา เมื่อมนุษย์ทำให้ธรรมชาติเสียสมดุล มนุษย์ก็ต้องโดนธรรมชาติลงโทษเป็นธรรมดา เป็นอีกหนึ่งบทเรียนของการทำร้ายธรรมชาติแล้วย้อนมาทำร้ายตัวเองครับ รายละเอียดให้ชัดเจนตามนี้

สาเหตุที่แมงกะพรุนมีเยอะขึ้น

1) น้ำเสีย และน้ำจากภาคการเกษตรที่มีปุ๋ยเคมีมาก มีธาตุอาหารสูง แพลงก์ตอนบลูม (น้ำเปลี่ยนสี ขี้ปลาวาฬ เกิดประจำ) ลูกแมงกะพรุนมีอาหารมาก เพิ่มจำนวนอย่างเร็ว

2) เต่าทะเลที่กินแมงกะพรุนเป็นอาหาร ลดน้อยลงมากจากปัญหาขยะทะเล การประมง และพื้นที่วางไข่

3) ภาวะโลกร้อนทำให้กระบวนการในทะเลเปลี่ยนแปลง หลายประเทศรายงานว่าแมงกะพรุนกล่องเพิ่มมากขึ้น

แก้ไขที่ปลายเหตุ

1) ให้ความรู้เบื้องต้น (ผู้คนรู้เยอะมากแล้ว)  2) ติดตั้งจุดปฐมพยาบาลและน้ำส้มสายชู (หลายหน่วยดำเนินการ)
3) อบรมคนริมทะเลเรื่องการปฐมพยาบาลฉุกเฉิน ปรับปรุงระบบ (กำลังทำกันอยู่)
4) จัดทำแหล่งเล่นน้ำที่มีตาข่าย ฯลฯ (ต้องเลือกจุดที่เหมาะสมจริงจัง ไม่งั้นเปลืองงบ)

แก้ไขที่ต้นเหตุ

1) ทำให้เต่าในทะเลมีมากขึ้น (สนับสนุนเต่ามะเฟืองเป็นสัตว์สงวน เพื่อเป็นฮีโร่นำกลุ่มเต่าทะเลทั้งหมดให้ได้รับการอนุรักษ์จริงจัง เช่น รักษาพื้นที่วางไข่ แก้ไขปัญหาเครื่องมือประมง)

2) จัดการปัญหาขยะทะเลอย่างจริงจัง   3) จัดการปัญหาน้ำเสียให้สำเร็จ  4) จัดการกับปัญหาภาวะโลกร้อน

ตอนนี้เราแก้ไขปลายเหตุเกือบเสร็จแล้ว คิดว่าในไม่ช้าคงครบถ้วนกระบวนความ แต่ต้นเหตุที่แท้จริงยังไม่ได้รับการแก้ไข ก็คงได้แต่ฝากไปว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบคงต้องเริ่มเร่งมือ และฝากถึงเพื่อนธรณ์ช่วยกันแก้ไขด้วยตัวเอง แม้จะน้อยนิด แต่เราคงไม่เป็นคนที่ทิ้งขยะลงทะเลแล้ว ทำให้เต่าตาย และแมงกะพรุนเพิ่มขึ้นแล้วย้อนมาทำร้ายเรา และลูกหลานใช่ไหมครับ

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ Thon Thamrongnawasawat

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

น้ำตาไหล! เรื่องเล่าจากตร..ความสุขของแม่

สุดซึ้ง! เรื่องเล่าจากตำรวจ…ความสุขของคนเป็นแม่

บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวสะท้อนใจคนในสังคม จากแฟนเพจตำรวจไทยสู้ๆ ซึ่งเป็นเรื่องราวความสุขของผู้เป็นแม่ โดยเผยว่า

ย้อนไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตนยังจำความรู้สึกนั้นได้ถึงทุกวันนี้ มีคดีหนึ่ง เกิดขึ้นในท้องที่ คือ คดี ฆ่าคนตาย และหลังจากนั้นไม่นาน ก็จับคนที่ฆ่าได้ ทั้งหมด 3 คน ซึ่งปรากฏว่า ผู้ต้องหาทุกคนเป็นเพื่อนกับผู้ตายทั้งหมด สาเหตุเกิดจาก ไม่พอใจที่ผู้ตายไม่ยอมให้ยาบ้าจึงเกิดโทสะร่วมกันเอามีดแทงผู้ตาย

22

ขณะที่ตนควบคุมตัว เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ได้มีแม่ผู้ต้องหาคนหหนึ่ง ได้เดินเข้ามากอดลูก ขณะที่ลูกชายถูกควบคุมตัว และสวมกุญแจมืออยู่ และพูดกับลูกว่า “แม่ขอโทษ แม่เลี้ยงลูกไม่ดีเอง ให้อภัยแม่น่ะลูก” และผู้ต้องหาคนนั้นก็ลงก้มกราบ ที่เท้าแม่ และพูดคำว่า “แม่ ผมขอโทษ ผมผิดเอง” และหลังจากนั้นทั้ง 2 ต่างก็ร้องไห้ และโอบกอดกัน

คุณเชื่อไหมว่า ตำรวจทุกคนที่อยู่ที่นั้น รวมทั้งตน “น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว” ในฐานะตำรวจก็ได้แต่ปลอบเท่านั้น คนที่เป็นแม่ไม่ว่าลูกจะเลว จะชั่ว จะต่ำทรามขนาดไหน แม่ก็ยังรักลูกเสมอ

ต่างกับลูกบางคน เมื่อตัวเองได้ดีกลับเลี้ยงพ่อแม่ไม่ได้สิ่งที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนี้ ตนว่าความสุขของแม่ทุกคน ไม่ได้หวังที่จะให้ลูก เป็นคนใหญ่คนโต หรือร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐี แต่อย่างใด “แต่ความสุขของแม่ทุกคน อยู่ที่การได้เห็นลูกโตขึ้นมาเป็นคนดีของสังคม” เท่านั้น

แค่นี้แม่ก็ภูมิใจที่มีเจ้า….เกิดมาเป็นลูกของแม่แล้วปีนี้ เรามาทำอะไร ให้แม่มีความสุขกัน เดินเข้าไปใกล้ๆ บอกกับแม่ว่า “ผมรักแม่ ครับ” “หนูรักแม่ ค่ะ”

ขอบคุณที่มาจากแฟนเพจ ตำรวจไทย สู้ๆ

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

อึ้ง!สาวบราซิลป่วยประหลาด น้ำตาจับเป็นก้อน

หญิงชาวบราซิล ป่วยเป็นโรค ‘คริสตัลน้ำตา’ ทำให้น้ำตาตกผลึกกลายเป็นก้อนน้ำตาขนาดใหญ่ในดวงตา

คริสตัลน้ำตา,บราซิล,โรคตา,โรคประหลาด,จักษุ

Discovery/Barcroft

เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศ รายงานข่าวกรณีที่ ลอร่า พอนเซ วัย 35 ปี ที่มีอาการป่วยเป็นโรคประหลาด เกิดภาวะ ‘คริสตัลน้ำตา’ ( crystal tears) ซึ่งเป็นสภาพอันทุกข์ทรมาน นับตั้งแต่มีวัยได้เพียง 15 ปี

ทั้งนี้รายงาน ระบุว่า ภาวะ ‘คริสตัลน้ำตา’ เป็นภาวะที่น้ำตาของเธอ กลายเป็นของแข็งสีขาว ที่สร้างความเจ็บปวดภายในดวงตา และเธอจำเป็นต้องนำสารสีขาวเหล่านี้ออกจากดวงตาในทุกๆ วัน โดยหลังจากที่แพทย์นำก้อนน้ำตาจากดวงตาของลอร่า พบว่าดวงตาของเธอ ผลิตเคราตินในปริมาณที่มากเกินไป ทำให้น้ำตาตกผลึกกลายเป็นก้อนสีขาวขนาดใหญ่

ขณะที่ ดร.ราอูล เวส จักษุแพทย์ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งประเทศบราซิล ให้ความเห็นว่า เขาไม่เคยพบกรณีภาวะแปลกประหลาดเช่นนี้มาก่อน ทั้งในกรณีของคนไข้ และในตำราทางการแพทย์ นับตั้งแต่เป็นหมอมาตลอดระยะเวลา 25 ปี

Discovery/Barcroft

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ที่มา  unilad