นายกฯ ยันทำไม่ได้ให้มารักษาความสงบตลอดชาติ ย้ำถึงเวลาก็ต้องไป

พล.อ.ประยุทธ์ ขอสื่อ-ประชาชน ร่วมด้วยช่ยกันแก้ไขปัญหาบ้านเมือง นายกฯ ยันทำไม่ได้ให้มารักษาความสงบตลอดชาติ วอนอย่าวิตก สปช. คว่ำร่างรธน. ขอปล่อยเป็นไปตามธรรมชาติ

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (5 ส.ค. 58) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้ออกมากล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช. ) บางส่วนเสนอให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ว่า

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

คงไม่ถึงขนาดนั้น เชื่อว่าทุกคนมีความคิด เพราะเป็นผู้ใหญ่ถ้าไม่ผ่านก็เป็นเรื่องของตัวบุคคล และคิดว่าเราวิตกกังวลมากเกินไป บางคนก็หวังดีพูดอะไรออกมาก็เป็นประเด็น จึงต้องระมัดระวัง

ทั้งนี้ตนถือว่าอะไรที่ยังไม่เกิดก็ยังไม่เกิด ส่วนกรณีที่มีการโยงว่าการที่สปช.โหวตคว่ำร่างเพื่อให้รัฐบาลได้มีเวลาทำการปฏิรูปจนสำเร็จนั้น ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะถ้าไม่ผ่านก็คือไม่ผ่าน ถ้าผ่านก็ต้องไปตามเวลาของตน เรื่องการร่างรัฐธรรมนูญรัฐบาลจะปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติอย่าคิดว่าตนจะไปบังคับ เพราะทำไม่ได้

พร้อมกันนี้นายกฯ ยังได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงความเป็นห่วงเป็นใยภายหลังลุกจากเก้าอี้ แต่งานหลายอย่างยังแก้ไม่แล้วเสร็จ ว่า ก็ไม่ใช่เรื่องแล้ว เป็นเรื่องของประชาชนทุกคน รวมถึงสื่อมวลชนที่ต้องไปช่วยกันทำให้ทุกอย่างมันสงบไม่ใช่ให้มานั่งรักษาความสงบตลอดชาติถ้ามันจะต้องฆ่ากัน เพราะตนไม่อยู่ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วเพราะถึงเวลาก็ต้องไป

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ภาพรำลึก 70 ปี โศกนาฏกรรม ฮิโรชิมา

พิธีรำลึกเหตุการณ์ เครื่องบินของกองทัพสหรัฐฯทิ้งระเบิดนิวเคลียร์โจมตีเมืองฮิโรชิมาครบรอบ 70 ช่วงความขัดแย้งในสงครามโลกครั้งที่สอง

ฮิโรชิมา,ญี่ปุ่น,สหรัฐฯ,สงครามโลกครั้งที่สอง,นิวเคลียร์

Photo by Popperfoto/Getty Images

วันนี้ (6 ส.ค.) สำนักข่าว ‘ซีเอ็นเอ็น’ รายงานจากเมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น กรณีที่ นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศญี่ปุ่น เป็นประธานในพิธีรำลึกเหตุการณ์ เครื่องบินของกองทัพสหรัฐทิ้งระเบิดนิวเคลียร์โจมตีเมืองฮิโรชิมาครบรอบ 70 ช่วงความขัดแย้งในสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งมีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้นกว่า 200,000 คน

ทั้งนี้รายงานระบุว่า พิธีดังกล่าว จัดขึ้นที่อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา และมีการยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เมื่อเวลาราว 08.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นเวลาที่ระเบิดลูกใหญ่ ตกลงสู่พื้น พร้อมทั้งเกิดเพลิงลุกไหม้ครั้งใหญ่

จากเหตุการณ์ในอดีต เครื่องบินรบแบบ บี-29 ซูเปอร์ฟอร์เทรส ชื่อ “อีโนลา เกรย์” ของกองทัพสหรัฐ ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ชื่อ ‘ลิตเทิล บอย’ ใส่เมืองฮิโรชิมา ทางตะวันตกของญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2488 ผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นพลเรือนเสียส่วนใหญ่ สังเวยชีพราว 200,000 ศพ เกือบทั้งหมดเป็นพลเรือน

ฮิโรชิมา,ญี่ปุ่น,สหรัฐฯ,สงครามโลกครั้งที่สอง,นิวเคลียร์

Photo by Eiichi Matsumoto/The Asahi Shimbun via Getty Images

อย่างไรก็ตาม จากประวัติศาสตร์อันโหดร้ายที่เกิดขึ้นในอดีต มีการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ในอดีต และจุดประกายแนวคิดการรักษาสันติภาพ ด้วยการไม่แพร่ขยายอาวุธสงครามร้ายแรง

เนื่องจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นเป็นการสร้างบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่ ที่ทำให้ย้อนนึกถึงโครงการการขยายแสนยานุภาพทางด้านอาวุธสงคราม เช่น นิวเคลียร์ในอิหร่าน อาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ การข่มขู่เพื่อนบ้านด้วยการเปิดตัวขีปนาวุธ

และการเข่นฆ่าประหัดประหารกันอย่างเลือดเย็น ในขณะที่สหรัฐฯ ผู้เป็นตัวกลางในการรักษาสันติโลก ได้เคยเป็นประเทศที่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ทำสงคราม และคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์เป็นจำนวนมากเช่นกัน

ฮิโรชิมา,ญี่ปุ่น,สหรัฐฯ,สงครามโลกครั้งที่สอง,นิวเคลียร์

(Photo by Carl Mydans/The LIFE Picture Collection/Getty Images)

ฮิโรชิมา,ญี่ปุ่น,สหรัฐฯ,สงครามโลกครั้งที่สอง,นิวเคลียร์

(Photo by John Chillingworth/Picture Post/Hulton Archive/Getty Images)

ฮิโรชิมา,ญี่ปุ่น,สหรัฐฯ,สงครามโลกครั้งที่สอง,นิวเคลียร์

(Photo by Eiichi Matsumoto/The Asahi Shimbun via Getty Images)

ฮิโรชิมา,ญี่ปุ่น,สหรัฐฯ,สงครามโลกครั้งที่สอง,นิวเคลียร์

(Photo by Hajime Miyatake/The Asahi Shimbun via Getty Images)

ฮิโรชิมา,ญี่ปุ่น,สหรัฐฯ,สงครามโลกครั้งที่สอง,นิวเคลียร์

(Photo by European/FPG/Getty Images)

ฮิโรชิมา,ญี่ปุ่น,สหรัฐฯ,สงครามโลกครั้งที่สอง,นิวเคลียร์

(Photo by European/FPG/Getty Images)

ฮิโรชิมา,ญี่ปุ่น,สหรัฐฯ,สงครามโลกครั้งที่สอง,นิวเคลียร์

(Photo by ullstein bild/ullstein bild via Getty Images)

ฮิโรชิมา,ญี่ปุ่น,สหรัฐฯ,สงครามโลกครั้งที่สอง,นิวเคลียร์

(Photo by ADN-Bildarchiv/ullstein bild via Getty Images)

ฮิโรชิมา,ญี่ปุ่น,สหรัฐฯ,สงครามโลกครั้งที่สอง,นิวเคลียร์

(Photo by ullstein bild/ullstein bild via Getty Images)

ฮิโรชิมา,ญี่ปุ่น,สหรัฐฯ,สงครามโลกครั้งที่สอง,นิวเคลียร์

(Photo By Galerie Bilderwelt/Getty Images)

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThai News

ที่มา cnn

น้ำมาแล้ว!! สั่งระวัง หลังแม่น้ำโขงล้นท่วมตลิ่ง

ฝนตกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขง จ.นครพนม ท่วมอาคารจุดผ่อนปรนไทย-ลาว จึงแจ้งเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

วันนี้(6 ส.ค. 58) จากสถานการณ์ฝนที่ตกต่อเนื่องในจังหวัดนครพนม ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงเอ่อล้นเข้าท่วม อาคารจุดผ่อนปรนไทย-ลาว บ้านหนาด ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองนครพนม ที่เพิ่งก่อสร้างเสร็จด้วยงบประมาณ 3 ล้านบาท ซึ่งที่นี่ยังเป็นตลาดจำหน่ายพืชผลสินค้าทางการเกษตรด้วย

แม่น้ำโขงล้นท่วมจุดผ่อนปรนไทย-ลาว

ทั้งนี้ เหตุดังกล่าวได้สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนที่ใช้บริการต้องย้ายจุดผ่อนปรนขึ้นมาบน- ริมตลิ่งชั่วคราว รวมถึงกระทบต่อการขนส่ง และการค้าขาย หากระดับน้ำยังไม่ลดลง อาจทำให้ตัวอาคารได้รับความเสียหายได้ และจากน้ำโขงเพิ่มระดับน้ำสูงขึ้น 10 เซนติเมตร อยู่ที่ 12 เมตร 45 เซนติเมตร

เริ่มห่างจากจุดวิกฤตเพียง 1 เมตรเท่านั้น ทำให้เจ้าหน้าที่เตือนผู้ที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงริมแม่น้ำโขง ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

ส่วนในจังหวัดบึงกาฬ ตำรวจน้ำ นำเรือท้องแบนมาให้บริการรับส่งนักเรียนตำบลบึงกาฬ อำเภอเมือง หลังฝนที่ตกต่อเนื่องกว่า 3 สัปดาห์ ทำให้น้ำในหนองกุดทิง ซึ่งเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ในเขตพื้นที่ชุ่มน้ำ ระบายลงแม่น้ำโขงไม่ทัน เข้าท่วมถนนในหมู่บ้านสูงกว่า 1 เมตร เป็นระยะทางกว่า 500 เมตร ประชาชนต้องใช้เรือสัญจรเข้าออกหมู่บ้าน

ด้านจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์เขต 1 มีคำสั่งให้ผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดกว่า 200 แห่ง โดยเฉพาะโรงเรียนที่ตั้งในพื้นที่ราบลุ่มใกล้เชิงเขา เร่งประสานความช่วยเหลือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเฝ้าระวังอันตรายจากพายุฝน น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก

ขณะที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พร้อมด้วยคณะได้ลงพื้นที่ตรวจปัญหาภัยแล้ง ที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี และเขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก พบว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนยังคงน้อยอยู่ และไม่เพียงพอต่อการระบายน้ำให้กับประชาชน แม้ว่าจะมีฝนตกในหลายพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ได้สั่งให้ทุกเขื่อนทั่วประเทศจัดทำแก้มลิง และขุดลอกคูคลอง บริเวณด้านข้างของทุกเขื่อนด้วย หลังพบว่าเขื่อนป่าสักได้จัดทำโครงการดังกล่าวแล้ว ทำให้สามารถเก็บกักน้ำเพิ่มได้อีก 46 ล้านลูกบาศก์เมตร และช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้งได้

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News