จิตแพทย์ชื่อดัง โพสต์ “สิ่งที่ควรรู้ไว้ เมื่อความเศร้าสิงหัวใจจนคิดฆ่าตัวตาย”
วานนี้ (4ส.ค.) แพทย์หญิงพิยะดา หาญชัยภูมิ จิตแพทย์หญิง โรงพยาบาลจิตเวชเลยราชนครินทร์ จังหวัดเลย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Earn Piyada ว่า สิ่งที่ควรรู้ไว้ เมื่อความเศร้าสิงหัวใจจนคิดฆ่าตัวตาย

30 .07.58 เป็นวันที่เอิ้นพาครอบครัวไปกินข้าว ความรู้สึกอยากแต่งเพลง หลังจากหายไป 3 ปีมีอยู่ในใจตลอดเวลา แต่อยู่ๆ วันนั้นก็คิดจริงจังว่า อยากทำเพลงใหม่ อยากชวนศิลปินที่เคยร่วมงานกันมาร้อง
ภาพวง sqweez animal ก็ผุดขึ้นในหัวทันที “ไม่เคยจะห่างกัน” ที่เคยเขียนไว้ยังเป็นเพลงที่ไม่ว่าเอิ้นจะไปร้องที่ไหนคนก็จะร้องตามได้เสมอ เมื่อหยิบมือถือเปิด facebook เพื่อจะส่งข้อความไปหาวิน ก็เห็นข่าวการตายของสิงห์เต็มหน้าเฟซไปหมด
เอิ้นรู้ทันทีว่า คนรอบข้างและแฟนเพลงคงเสียใจมาก แม้แต่คนที่รู้จักกันกลายๆ เคยร่วมงานกันเพียงครั้งยังรู้สึกใจหาย แต่เอิ้นไม่เคยคิดที่จะเขียนอะไรเกี่ยวกับการจากไปครั้งนี้ แม้ว่าเราจะเคยร่วมงาน แม้ว่าเราเป็นจิตแพทย์ ไม่เคยตั้งใจเสพข่าว เพราะข่าวจะขึ้นมาเองตลอดเวลา
ข่าวในระยะแรกยังเป็นเรื่องของสถานการณ์ ต่อมาเริ่มเป็นการวิเคราะห์สาเหตุการเสียชีวิต เริ่มมีการโพสต์ภาพหลักฐานที่คิดว่า สนับสนุนสิ่งที่คิดเอาว่าใช่ เช่น จดหมายที่เขียนทิ้งไว้ก่อนกระโดดตึก ซึ่งสิงห์เขียนชัดเจนว่า ถึงคนที่เขารักเท่านั้น ข้อความในมือถือที่สิงห์ส่งให้เพื่อน ซึ่งถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิ์ของสิงห์ คนรักของสิงห์ และคนในครอบครัวของสิงห์
จนล่าสุดมีการพาดหัวข่าวว่า คนใกล้ตัวเผย………………… (ชี้นำว่า ความรักคือสาเหตุของการฆ่าตัวตาย แล้วใครที่อ้างว่าใกล้ตัว) ไม่ยุติธรรมเลยที่การเขียนข่าว เพื่อให้คนสนใจแล้วกดเข้าไปอ่าน เพื่อขายโฆษณาที่ซ่อนอยู่ภายใน จะกลับมาทำให้ชีวิตของคน ๆ หนึ่ง ต้องตกเป็นจำเลยสังคมว่า ทำให้คนที่เธอรักต้องฆ่าตัวตาย

เอิ้นจึงตัดสินใจว่า เราคงจะต้องเขียนอะไรบางอย่าง ที่พอจะเป็นความรู้ และเป็นประโยชน์กับเหตุการณ์นี้เสียที ในมุมของคนที่เป็นหมอที่มีหน้าที่ดูแล ผู้ที่มีความคิดฆ่าตัวตายโดยตรง และในฐานะเพื่อนร่วมวงการเพลง นี่คือสิ่งที่อยากให้ทุกคนได้รับรู้ เมื่อชีวิตเราหรือคนใกล้ตัวมีความเศร้าสิงในหัวใจ จนคิดฆ่าตัวตาย
รู้ไหมว่าความหมายของการพยายามฆ่าตัวตายคืออะไร การพยายามฆ่าตัวตายเป็นการร้องขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง
o จุดมุ่งหมายของเขา คือเพื่อหาทางออกต่อปัญหา
o เป้าหมาย คือ เพื่อจะได้ไม่ต้องรับรู้อะไรอีกต่อไป
o ปัจจัยกระตุ้น ได้แก่ ความทุกข์ทรมานใจที่ยากจะทนได้
o ปัจจัยบีบคั้น (stressor) ได้แก่ ความผิดหวัง ไม่สมหวัง
o ภาวะอารมณ์ ได้แก่ ความรู้สึกสิ้นหวัง หมดหนทาง
o ความรู้สึกภายใน ได้แก่ ความรู้สึกสองจิตสองใจ
o สภาวะความคิดอ่าน (cognitive state) ได้แก่ คือความคิดหรือการมองสิ่งต่างๆ คับแคบลง
o พฤติกรรม ได้แก่ การพยายามหนีไป ณ ขณะนั้น
o พฤติกรรมที่มีกับผู้อื่น คือ การบ่งบอกถึงเจตนาสิ้นสุดชีวิต
o สิ่งที่พบบ่อย ได้แก่ รูปแบบการปรับตัวต่อปัญหาที่เป็นเช่นนี้มาตลอด
เราอาจคิดว่า การที่เขาฆ่าตัวตายแสดงว่า เขาได้ตัดสินใจแน่นอนแล้ว คงเปลี่ยนใจเขายาก แต่จริงๆ แล้วจากการศึกษาพบว่า ส่วนใหญ่คนที่ฆ่าตัวตายจะมีความรู้สึกสองจิตสองใจ จริงๆ แล้วเขาอยากมีชีวิตอยู่ แต่เขาทนความปวดร้าว ความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้นไม่ไหว ถ้าความทุกข์นี้ลดลง หรือได้รับการช่วยเหลือหรือมีคนชี้แนะ ความคิดอยากตายมักหายไปในที่สุด
จากบทความของ : นพ. มาโนช หล่อตระกูล
– รู้ไหมว่าสาเหตุการณ์ของการฆ่าตัวตายเกิดจากอะไรได้บ้าง
การศึกษาของศาสตราจารย์ Schneidman พบว่าคนเราไม่ได้ฆ่าตัวตาย เพียงเพราะสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง แต่เป็นการเก็บความทุกข์มากมาย หลายเรื่องจนถึงจุดที่รู้สึกว่าเก็บต่อไปไม่ไหวและไร้ทางออก การมีอาการของโรคซึมเศร้ารุนแรง (มาจากความคิดว่าตัวเองไร้ค่า)
การมีอาการหลงผิด หรือหูแว่วประสาทหลอน (หนีความกลัวจากความหลงผิดว่าจะมีคนมาทำร้าย หรือมีเสียงสั่งให้ทำร้ายตัวเอง) พบได้ในโรคจิตเภท หรือการใช้สารเสพติด
– รู้ไหมว่าทำไมการฆ่าตัวตายมักถูกผูกโยงกับโรคซึมเศร้า
เพราะคนเป็นโรคซึมเศร้าจะมีความคิดอัตโนมัติ ที่ควบคุมได้ยากว่าเราก็แย่ คนอื่นไม่ดี โลกนี้ไม่น่าอยู่ จึงมีโอกาสสูงที่จะมีความคิดฆ่าตัวตายเพื่อให้พ้นจากความรู้สึกเศร้า
– รู้ไหมว่าโรคซึมเศร้ากับความเศร้าต่างกันอย่างไร
ความเศร้าเป็นภาวะ เหตุมีก็เศร้า เหตุหายก็หายเศร้า โรคซึมเศร้าเป็นความรู้สึกเศร้าที่ฝังลึก ยากจะจางหาย เป็นต่อเนื่องยาวนานแม้ไม่มีเหตุของความเศร้า
– รู้ไหมว่าเราควรช่วยเหลือคนที่พยายามฆ่าตัวตายอย่างไร
“รับรู้” “รับฟัง” “เข้าใจ”
“รับรู้” รู้ว่าเค้ากำลังทุกข์ที่สุดในชีวิต รู้ว่าเขามีความคิด รู้ว่าอย่ากลัวกับการถามอย่างตรงไปตรงมาว่า “มีความคิดทำร้ายตัวเองใช่ไหม?”
“ทำอย่างไร?” แค่รู้ว่ามีคนรับรู้ความทุกข์ ใจก็เบาไปกว่าครึ่ง
“รับฟัง” เปิดโอกาสให้เค้าระบายความอัดอั้นตันใจอย่างเต็มที่ พูดให้น้อยตั้งใจฟังให้มาก
“เข้าใจ” เข้าใจสาเหตุของความทุกข์ จนเป็นที่มาของความคิดฆ่าตัวตาย และแสดงความเข้าใจนั้นออกมาให้เขารับรู้ เช่น โอบกอด ท่าทีห่วงใย น้ำเสียงนุ่มนวล
– รู้ไหมว่าเมื่อไหร่เราควรเป็นผู้สรุปสาเหตุการฆ่าตัวตายของผู้อื่น
เมื่อเรามีหน้าที่เกี่ยวข้อง เช่น แพทย์ชันสูตร เจ้าหน้าที่ตำรวจหากเป็นคดี ญาติพี่น้องใกล้ชิด
– รู้ไหมว่าการสรุปการฆ่าตัวตายของผู้อื่นโดยไม่รู้จริงมีผลอย่างไร
ผู้ตายเสียหาย ถูกมองว่าอ่อนแอ ทำไมเรื่องแค่นี้ต้องคิดสั้น ผู้เกี่ยวข้อง เสียหายถูกมองว่า เป็นสาเหตุให้คนอื่นฆ่าตัวตาย โดยไม่รู้ว่าเป็นความจริงแค่ไหน เกิดความสงสัยในตัวเองไปตลอด (เสมือนตายทั้งเป็น) สังคมและเยาวชน สนใจแต่เรื่องผู้อื่น เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ
– รู้ไหมว่าคุณค่าของผู้เขียนข่าวคืออะไร
การเป็นผู้ถ่ายทอดความจริง ที่เป็นประโยชน์เพื่อให้คนที่ได้อ่านนำไปปรับใช้กับชีวิตของตัวเอง และให้อาหารสมองที่ดีกับอนาคตของชาติ (ช่างเป็นงานที่มีคุณค่าต่อตนเอง และสังคมเหลือเกิน) ดังนั้น ไม่รู้จริง อย่าเขียนเลย มันบาป
MThai News
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Earn Piyada ,บทความเพิ่มเติมจาก นพ. มาโนช หล่อตระกูล