จากเด็กสาวที่ชีวิตกำลังสดใส แต่ชะตาชีวิตพลิกผัน ทำให้วันนี้ “น้องเปิ้ล” น.ส.สุติมา หม้อทอง อายุ 21 ปีต้องกลายมาเป็นผู้พิการอัมพาตครึ่งตัว ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เนื่องจากถูกรถชนตั้งแต่อายุ 14 ปี นอนป่วยนานกว่า 6 ปี ไร้คู่กรณีเข้าเยี่ยมเยียนและถามไถ่ มีเพียงผู้เป็นมารดาเท่านั้นที่คอยดูแลอยู่เคียงข้าง
น.ส.สุวรรณณี พีระพันธ์ อายุ 36 ปี มารดาน้องเปิ้ลเปิดเผยกับ MThai News ว่า ภูมิลำเนาเดิมอยู่ในพื้นที่ ม.1 ต.หนองกรด อ.เมือง จ.นครสวรรค์ แต่ปัจจุบันมาพักอยู่ภายในโรงงาน “ริช อิควิปเม้นท์” 19/9 ม.10 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เนื่องจากเดินทางมาทำงานก่อสร้างที่โรงงานแห่งนี้ จึงต้องพาน้องเปิ้ลมาด้วย

เจ้าของโรงงานเข้าใจและสงสาร จึงเมตตาให้พักอาศัยโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งนี้ตนได้หย่าร้างกับสามีตั้งแต่น้องเปิ้ลอายุเพียง 3 ขวบ จึงต้องทำงานคนเดียวลำพังเพื่อส่งน้องเปิ้ลเรียนหนังสือ
จนเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2552 วันเกิดเหตุน้องเปิ้ลได้นั่งรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างออกไปตลาดปากน้ำโพกับเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นคุณตาวัย 62 ปี แต่จู่ๆระหว่างทางก็มีรถยนต์คันหนึ่งขับมาด้วยความเร็ว ชนเข้าอย่างแรงทำให้คุณตาเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที
ซึ่งขณะนั้นน้องเปิ้ลได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกพลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ มีอาการ “เลือดคั่งในสมอง สมองบวม เส้นประสาทที่คอขาด หน้าผากแตก ขาหักทั้ง 2 ข้าง นอนไม่ได้สติ และหยุดหายใจ” สลบไป 4 คืน รักษาตัวในห้องไอซียูนานถึง 3 เดือน โดยต้องทำการเจาะคอ ทำให้น้องเปิ้ลไม่สามารถพูดคุยได้ รวมถึงไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เป็นอัมพาตตั้งแต่ช่วงหน้าอกลงไป ปัสสาวะและขับถ่ายไม่รู้เรื่อง ต้องใส่สายปัสสาวะและแพมเพิสตลอดเวลา

หลังจากนั้นตนก็ต้องออกจากงานมาดูแลน้องเปิ้ล ทำทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อหวังให้น้องเปิ้ลออกจากโรงพยาบาล และหายเป็นปกติ ส่วนเรื่องของคดีความได้จบลงแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งเรื่องฟ้องศาลจังหวัดนครสวรรค์ และศาลได้มีคำพิพากษาสั่งให้คู่กรณีชดใช้เงินจำนวน 80,000 บาท
“แต่จากวันเกิดเหตุจนถึงวันนี้ตนและน้องเปิ้ลยังไม่เคยได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว”
ด้าน “น้องเปิ้ล” กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและน้ำตาคลอเบ้าว่า ขณะนั้นยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หลังจากถูกรถชนก็จำความอะไรไม่ได้เลย เพราะว่าสลบไป 4 คืน เมื่อฟื้นขึ้นมาก็พบว่าขยับตัวเองไม่ได้แล้ว “ชีวิตเหมือนตายแล้วเกิดใหม่” เพราะขณะนั้นตนหยุดหายใจไปแล้ว แต่เมื่อวันนี้กลับมามีลมหายใจ ก็อยากจะมีโอกาสหาย และกลับมาเดินได้ดังเดิม อยากเรียนต่อให้จบ มีงานทำจะได้ช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระของแม่ อยากให้แม่อยู่อย่างสุขสบาย
ชีวิตที่ผ่านมาลำบากอย่างมาก เมื่อมาประสบอุบัติเหตุยิ่งทำให้ชีวิตลำบากมากกว่าเดิม หลังกลับมาพักฟื้นร่างกายที่บ้านก็มีแผลกดทับตามร่างกายและมีอาการติดเชื้อ ต้องเข้าออกโรงพยาบาลตลอดและต่อเนื่อง

แต่ด้วยฐานะที่ยากจน จึงไม่มีเงินไปรักษาที่โรงพยาบาล ต้องรักษาและดูแลกันเองเท่าที่ทำได้ นอกจากนี้ยังต้องเดินทางไปกับแม่ทุกที่ ไม่มีบ้านพักอาศัยเป็นหลักแหล่ง เนื่องจากแม่ต้องตระเวนทำงานรับเหมาก่อสร้างไปเรื่อยๆ จนปัจจุบันมาพักอยู่ที่นี่ โดยได้รับความเมตตาจากเจ้าของโรงงาน
ที่ผ่านมามีเพียงองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม ผู้ใหญ่บ้าน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานีเข้าให้ความช่วยเหลือ รวมถึงสถานีอนามัยคลองสาม ที่ส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยทำกายภาพบำบัด แต่หน่วยงานต่างๆก็ช่วยเหลือไม่ได้เต็มที่ เนื่องจากไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร์ของพื้นที่ดังกล่าว
“ขณะที่คู่กรณีเองก็ไม่เคยมาเหลียวแล หรือแม้กระทั่งหน้าตา ก็ยังไม่เคยเห็นเลย ทราบแต่เพียงว่าเป็นคนมีชื่อเสียงในจ.นครสวรรค์ สิ่งที่อยากได้จากคนที่ขับรถชน คือ “คำขอโทษ” หรือแค่เพียงเดินทางมาเยี่ยมหนูบ้างก็พอแล้ว”
สุดท้ายอยากขอบคุณทุกๆท่านที่ให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะ นายอุทัย สบานงา เจ้าของโรงงาน “ริช อิควิปเม้นท์” ที่ให้หนูและแม่ได้มีที่พักอาศัย
“ร่างกายหนูแค่อ่อนแอ แต่จิตใจต้องไม่อ่อนแอไปตามสภาพร่างกาย”นี่คือคำพูดของ “น้องเปิ้ล” ที่คอยย้ำเตือนและให้กำลังใจตัวเอง ไม่ให้ท้อแท้ต่อโชคชะตา เพิ่มแรงต่อสู้กับทุกสิ่งที่เผชิญอยู่ตรงหน้า โดยการมองไปถึงผู้ที่ทุกข์กว่า แย่กว่าและเดือดร้อนกว่า พร้อมบอกกับตัวเองเสมอว่า เป็นเพราะ “เวรกรรม”และกำลังใจสำคัญที่ทำให้ “น้องเปิ้ล” ยังยิ้มสู้ได้ทุกวันนี้คือ “แม่”

อย่างไรก็ตาม MThai News ขอเป็นกำลังให้น้องเปิ้ลและคุณแม่ สำหรับผู้ใจบุญท่านใดอยากให้ความช่วยเหลือ ทางด้านสิ่งของ อาทิ ข้าวสารอาหารแห้ง นมผง หรือนมกล่อง โดยเฉพาะแพมเพิส ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก สามารถนำมามอบได้ที่โรงงาน “ริช อิควิปเม้นท์” 19/9 ม.10 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120
หรือมอบเงินช่วยเหลือผ่านทางบัญชี ของน.ส.สุวรรณณี พีระพันธ์ 104-2-85585-1 ธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนโกศีย์ นครสวรรค์ โดยสามารถติดต่อสอบถามหรือพูดคุยให้กำลังใจ “น้องเปิ้ล” ได้ที่เบอร์ 093-1805457
เจนจิรา ใบม่วง รายงาน/ธเนตร พุทธิตระกูล ภาพ
ติดตามสกู๊ปข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com
MThai News