โรงเเรมดังฟ้อง ‘แคนดี้ รากแก่น’ ปมผุดมีผีสิง!!

ทนายความโรงแรมดัง จังหวัดอำนาจเจริญ เดินทางเข้าฟ้อง ‘แคนดี้ รากแก่น’ หลังโพสต์เฟซบุ๊คอ้างมีผีสิง ส่งผลให้เสื่อมเสีย

วันนี้ (5 ส.ค.58) เวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา นายชาติชาย จันทร์ใส ทนายความจากจังหวัดยโสธร ผู้ได้รับมอบอำนาจจาก น.ส.จินดาหลา ไทเมืองพล เจ้าของโรงแรมแอลเจดิแอมเมอร์รัส จังหวัดอำนาจเจริญ เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.)

งานเข้า! ‘แคนดี้ รากแก่น’ โรงเเรมดังฟ้อง ปมอ้างมีผีสิง

เนื่องจากกรณีที่ น.ส.ณัชชา หรือแคนดี้ รากแก่น ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ทำให้โรงแรมได้รับความเสียหาย จึงเข้าแจ้งความในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 และ 328 ฐานความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือฐานความผิดอื่นๆ ที่สมควรของผู้กระทำความผิด

โดยนายชาติชาย เปิดเผยว่า ตนเดินทางมาแจ้งความในฐานะตัวแทน ซึ่งได้รับมอบอำนาจจาก น.ส.จินดาหลา ไทเมืองพล เจ้าของโรงแรมแอลเจดิแอมเมอร์รัส จังหวัดอำนาจเจริญ  กรณีที่ น.ส.ณัชชา โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กกล่าวหาว่า “โรงแรมไม่มีมาตรฐาน เป็นโรงแรมผีสิง” ซึ่งไม่เป็นความจริง

ซึ่งการที่ น.ส.ณัชชา โพสต์ข้อความลงโซเชียลนั้น ทำให้ทางโรงแรมได้รับความเสียหายจากธุรกิจ และขาดรายได้ เพราะลูกค้ายกเลิกการจองห้องพัก รวมถึงการประชุมสัมมนา จึงขอเรียกร้องความเสียเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 990,000 บาท แต่ทางโรมแรมไม่ได้มีเจตนาที่จะให้ น.ส.ณัชชา มีโทษจำคุก ต้องการแค่ปกป้องชื่อเสียง และผลประโยชน์ของโรงแรมเท่านั้น

ด้าน ร.ต.ท.สมบัติ สมบัติโยธา พนักงานสอบสวน กล่าวว่า เบื้องต้นรับเรื่องไว้ก่อน พร้อมทั้งจะรวบรวมพยานหลักฐาน และเรียก น.ส.ณัชชา มาสอบสวน เพื่อที่จะส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาต่อไป

ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

เจ๋ง!! เม็กซิโก ใช้กระบองเพชรผลิตเป็นไฟฟ้า

เม็กซิโก พัฒนาเปลี่ยนกระบองเพชรให้เป็นพลังงานไฟฟ้า หวังลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มงานให้ประชากร

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ที่โรงงานแห่งหนึ่งในเมืองคาวิญโญ่ ของรัฐอา-กวัส-กาเลียนเตส ประเทศเม็กซิโก พวกเขากำลังผลิตพลังงานจากก๊าซชีวภาพ ที่สกัดมาจากกระบองเพชร “โนปาล” ที่ชาวลาตินนิยมนำไปปรุงเป็นอาหาร

โดยมิเกล แองเจล เปราเลส ผู้อำนวยการโครงการพลังงานทางเลือกของสถาบันเกษตรของชาติ กล่าวว่า ตอนนี้สามารถผลิตก๊าซชีวภาพได้ปริมาณมาก หรือราว 625 ลูกบาศก์เมตร ต่อกระบองเพชรแห้ง 1 ตัน หรือผลิตไฟฟ้าได้ 930 กิโลวัตต์ ต่อชั่วโมง ในการผลิตไฟฟ้า

ไฟฟ้าจากกระบองเพชร, ต้นกระบองเพชร

ภาพจาก http://cactuskoy3.blogspot.com/

ซึ่งกระบวนการผลิตคือการนำกระบองเพชรมาตัดเป็นชิ้นๆ แล้วบดเป็นของเหลว จากนั้นจึงนำไปผสมกับปุ๋ยคอก และนำไปเก็บไว้ที่บ่อหมัก กระทั่งได้ก๊าซมีเทน และเมื่อได้เป็นก๊าซชีวภาพแล้ว มันจะถูกนำไปผ่านตัวกรองที่มีรูพรุนตามธรรมชาติ ที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนเครื่องควบแน่น โดยตัวกรองนี้จะแยกความชื้น และอุณหภูมิออก จากนั้นจึงนำไปใช้กับเครื่องจักรเพื่อให้ขับเคลื่อนออกมาเป็นไฟฟ้า โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจาก ครูซ อาซูล บริษัทผลิตปูนซีเมนต์ที่ตั้งอยู่ในรัฐฮิดัลโก และอาจช่วยสร้างงาน และเงินให้แก่เกษตรกรในท้องถิ่น

ด้านโฆเซ่ มานูเอล กาสตาเซด้า เกษตรกรผู้ปลูกกระบองเพชรโนปาล กล่าวว่า โรงไฟฟ้าแห่งนี้ ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกกระบองเพชร มีทางเลือกเพิ่มขึ้น นอกจากการปลูกเพื่อจำหน่ายที่ทำรายได้ไม่ดีนัก

ขณะที่ ฆวน โอวีโด้ ผู้จัดการโครงการของ ครูซ อาซูล กล่าวว่า ที่โรงงานในรัฐฮิดัลโก หากจะตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าด้วยพลังงานจากกระบองเพชร จะต้องมีการปลูกกระบองเพชรกว่า 100 ล้านต้น ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จริง ทั้งนี้นอกเหนือจากการผลิตกระแสไฟฟ้า บริษัทกำลังคิดถึงการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานลงอีกร้อยละ 40 จากโครงการนี้ด้วย ซึ่งไม่รวมถึงรายได้ที่ได้จากการผลิตปุ๋ยชีวภาพ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

สำหรับเม็กซิโกกลายเป็นประเทศกำลังพัฒนาประเทศแรก ที่ตั้งเป้าหมายการลดมลพิษ โดยตั้งเป้าที่จะลดก๊าซเรือนกระจก และมลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้นในระยะสั้น ลงร้อยละ 25 ให้ได้ภายในปี 2573 จากข้อมูลของรัฐบาล เม็กซิโก ซึ่งมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกคิดเป็นร้อยละ 1.4 ของทั่วโลก เป็นหนึ่งในประเทศที่ตกอยู่ในความเสี่ยง หากยังไม่ดำเนินการใดๆในเรื่องนี้

โดยช่วง 50 ปีที่ผ่านมา เม็กซิโกเผชิญกับสภาพอากาศที่เลวร้ายหลายครั้ง ทั้งจากพายุไซโคลน น้ำท่วม และความแห้งแล้ง ที่ก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิต และความสูญเสียทางเศรษฐกิจจำนวนมหาศาล

ภาพจาก cactuskoy3.blogspot.com

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

อัมพาต 6ปี อยู่-สู้วันนี้ รอคู่กรณีขอโทษ

จากเด็กสาวที่ชีวิตกำลังสดใส แต่ชะตาชีวิตพลิกผัน ทำให้วันนี้ “น้องเปิ้ล” น.ส.สุติมา หม้อทอง อายุ 21 ปีต้องกลายมาเป็นผู้พิการอัมพาตครึ่งตัว ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เนื่องจากถูกรถชนตั้งแต่อายุ 14 ปี นอนป่วยนานกว่า 6 ปี ไร้คู่กรณีเข้าเยี่ยมเยียนและถามไถ่ มีเพียงผู้เป็นมารดาเท่านั้นที่คอยดูแลอยู่เคียงข้าง

น.ส.สุวรรณณี พีระพันธ์ อายุ 36 ปี มารดาน้องเปิ้ลเปิดเผยกับ MThai News ว่า ภูมิลำเนาเดิมอยู่ในพื้นที่ ม.1 ต.หนองกรด อ.เมือง จ.นครสวรรค์ แต่ปัจจุบันมาพักอยู่ภายในโรงงาน “ริช อิควิปเม้นท์” 19/9 ม.10 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เนื่องจากเดินทางมาทำงานก่อสร้างที่โรงงานแห่งนี้ จึงต้องพาน้องเปิ้ลมาด้วย

IMG_6713

เจ้าของโรงงานเข้าใจและสงสาร จึงเมตตาให้พักอาศัยโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งนี้ตนได้หย่าร้างกับสามีตั้งแต่น้องเปิ้ลอายุเพียง 3 ขวบ จึงต้องทำงานคนเดียวลำพังเพื่อส่งน้องเปิ้ลเรียนหนังสือ

จนเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2552 วันเกิดเหตุน้องเปิ้ลได้นั่งรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างออกไปตลาดปากน้ำโพกับเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นคุณตาวัย 62 ปี แต่จู่ๆระหว่างทางก็มีรถยนต์คันหนึ่งขับมาด้วยความเร็ว ชนเข้าอย่างแรงทำให้คุณตาเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที

ซึ่งขณะนั้นน้องเปิ้ลได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกพลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ มีอาการ “เลือดคั่งในสมอง สมองบวม เส้นประสาทที่คอขาด หน้าผากแตก ขาหักทั้ง 2 ข้าง นอนไม่ได้สติ และหยุดหายใจ” สลบไป 4 คืน รักษาตัวในห้องไอซียูนานถึง 3 เดือน โดยต้องทำการเจาะคอ ทำให้น้องเปิ้ลไม่สามารถพูดคุยได้ รวมถึงไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เป็นอัมพาตตั้งแต่ช่วงหน้าอกลงไป ปัสสาวะและขับถ่ายไม่รู้เรื่อง ต้องใส่สายปัสสาวะและแพมเพิสตลอดเวลา

IMG_6862

หลังจากนั้นตนก็ต้องออกจากงานมาดูแลน้องเปิ้ล ทำทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อหวังให้น้องเปิ้ลออกจากโรงพยาบาล และหายเป็นปกติ ส่วนเรื่องของคดีความได้จบลงแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งเรื่องฟ้องศาลจังหวัดนครสวรรค์ และศาลได้มีคำพิพากษาสั่งให้คู่กรณีชดใช้เงินจำนวน 80,000 บาท

“แต่จากวันเกิดเหตุจนถึงวันนี้ตนและน้องเปิ้ลยังไม่เคยได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว”

ด้าน “น้องเปิ้ล” กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและน้ำตาคลอเบ้าว่า ขณะนั้นยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หลังจากถูกรถชนก็จำความอะไรไม่ได้เลย เพราะว่าสลบไป 4 คืน เมื่อฟื้นขึ้นมาก็พบว่าขยับตัวเองไม่ได้แล้ว “ชีวิตเหมือนตายแล้วเกิดใหม่” เพราะขณะนั้นตนหยุดหายใจไปแล้ว แต่เมื่อวันนี้กลับมามีลมหายใจ ก็อยากจะมีโอกาสหาย และกลับมาเดินได้ดังเดิม อยากเรียนต่อให้จบ มีงานทำจะได้ช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระของแม่ อยากให้แม่อยู่อย่างสุขสบาย

ชีวิตที่ผ่านมาลำบากอย่างมาก เมื่อมาประสบอุบัติเหตุยิ่งทำให้ชีวิตลำบากมากกว่าเดิม หลังกลับมาพักฟื้นร่างกายที่บ้านก็มีแผลกดทับตามร่างกายและมีอาการติดเชื้อ ต้องเข้าออกโรงพยาบาลตลอดและต่อเนื่อง

IMG_6723

แต่ด้วยฐานะที่ยากจน จึงไม่มีเงินไปรักษาที่โรงพยาบาล ต้องรักษาและดูแลกันเองเท่าที่ทำได้ นอกจากนี้ยังต้องเดินทางไปกับแม่ทุกที่ ไม่มีบ้านพักอาศัยเป็นหลักแหล่ง เนื่องจากแม่ต้องตระเวนทำงานรับเหมาก่อสร้างไปเรื่อยๆ จนปัจจุบันมาพักอยู่ที่นี่ โดยได้รับความเมตตาจากเจ้าของโรงงาน

ที่ผ่านมามีเพียงองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม ผู้ใหญ่บ้าน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานีเข้าให้ความช่วยเหลือ รวมถึงสถานีอนามัยคลองสาม ที่ส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยทำกายภาพบำบัด แต่หน่วยงานต่างๆก็ช่วยเหลือไม่ได้เต็มที่ เนื่องจากไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร์ของพื้นที่ดังกล่าว

“ขณะที่คู่กรณีเองก็ไม่เคยมาเหลียวแล หรือแม้กระทั่งหน้าตา ก็ยังไม่เคยเห็นเลย ทราบแต่เพียงว่าเป็นคนมีชื่อเสียงในจ.นครสวรรค์ สิ่งที่อยากได้จากคนที่ขับรถชน คือ “คำขอโทษ” หรือแค่เพียงเดินทางมาเยี่ยมหนูบ้างก็พอแล้ว”

สุดท้ายอยากขอบคุณทุกๆท่านที่ให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะ นายอุทัย สบานงา เจ้าของโรงงาน “ริช อิควิปเม้นท์” ที่ให้หนูและแม่ได้มีที่พักอาศัย

“ร่างกายหนูแค่อ่อนแอ แต่จิตใจต้องไม่อ่อนแอไปตามสภาพร่างกาย”นี่คือคำพูดของ “น้องเปิ้ล” ที่คอยย้ำเตือนและให้กำลังใจตัวเอง ไม่ให้ท้อแท้ต่อโชคชะตา เพิ่มแรงต่อสู้กับทุกสิ่งที่เผชิญอยู่ตรงหน้า โดยการมองไปถึงผู้ที่ทุกข์กว่า แย่กว่าและเดือดร้อนกว่า พร้อมบอกกับตัวเองเสมอว่า เป็นเพราะ “เวรกรรม”และกำลังใจสำคัญที่ทำให้ “น้องเปิ้ล” ยังยิ้มสู้ได้ทุกวันนี้คือ “แม่”

IMG_6866

อย่างไรก็ตาม MThai News ขอเป็นกำลังให้น้องเปิ้ลและคุณแม่ สำหรับผู้ใจบุญท่านใดอยากให้ความช่วยเหลือ ทางด้านสิ่งของ อาทิ ข้าวสารอาหารแห้ง นมผง หรือนมกล่อง โดยเฉพาะแพมเพิส ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก สามารถนำมามอบได้ที่โรงงาน “ริช อิควิปเม้นท์” 19/9 ม.10 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120

หรือมอบเงินช่วยเหลือผ่านทางบัญชี ของน.ส.สุวรรณณี พีระพันธ์ 104-2-85585-1 ธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนโกศีย์ นครสวรรค์ โดยสามารถติดต่อสอบถามหรือพูดคุยให้กำลังใจ “น้องเปิ้ล” ได้ที่เบอร์ 093-1805457

เจนจิรา ใบม่วง รายงาน/ธเนตร พุทธิตระกูล ภาพ

ติดตามสกู๊ปข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News